วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดล็อกรถไฟเพิ่มคน-ค่าโดยสาร

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ทางภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบราง โดยให้รถไฟเน้นสร้างทางรถไฟสายหลัก ทางคู่, รถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กทม.-ระยอง ซึ่งทางรถไฟให้เน้นเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง โดยเฉพาะเส้นทางไปภูมิภาค ภาคเหนือ และอีสาน ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม กล่าวถึงการปรับค่าโดยสารรถไฟว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม รฟท.จะปรับค่าโดยสารได้ โครงการรถไฟทางคู่ต้องแล้วเสร็จ รวมถึงการบริการมีการปรับปรุง นอกจากนั้น รฟท.ก็จำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรมารองรับ หากได้ข้อสรุปจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอแก้ไขมติเดิมให้รถไฟเพิ่มกำลังคนได้

ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนบุคลากรของ รฟท.จะเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 5,000 คน โดยพนักงานรถไฟเดิมมีทั้งสิ้น 14,000 คน เพิ่มเป็น 16,000 คน ในระยะแรก หรือเพิ่มอีก 2,000 คน และจะเพิ่มรวมเป็นอีก 19,000 คน หรืออีก 3,000 คน ในระยะต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้น การเพิ่มจำนวนบุคลากรจำนวนดังกล่าว จะต้องทำบนพื้นฐานที่มีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีแดงแล้วเสร็จ

นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการ รฟท. กลุ่มธุรกิจการเดินรถ เผยว่า ตามแผนฟื้นฟูของ รฟท. มีแผนที่จะปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟใหม่ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยมีแนวคิดที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าบวกกับค่าโดยสารตามระยะทาง เบื้องต้นจะเก็บที่ 10 บาท คิดเป็น 67% ของค่าแรกเข้าเฉลี่ยของระบบขนส่งทางราง และจากนั้นจะเก็บค่าโดยสารตามระยะทางเพิ่มขึ้น 50% เช่น ค่าโดยสารรถไฟชั้น 3 ตามโครงสร้างใหม่ ระยะทางช่วง 0-100 กม. จะเก็บค่าโดยสารตามระยะทางเฉลี่ย 0.323 บาท/กม. ปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่เฉลี่ยอยู่ที่ 0.215 บาท/กม. ทั้งนี้ คาดว่าโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่จะทำให้รายได้ค่าโดยสารของ รฟท.เพิ่มขึ้น 30-50% จากปัจจุบัน.