วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เซ็นทรัลยึดทำเลทองค้าปลีก “ทศ” สั่งอุบไต๋แผนลงทุนที่ดินสถานทูตอังกฤษ

เซ็นทรัลยึดทำเลทองค้าปลีก “ทศ” สั่งอุบไต๋แผนลงทุนที่ดินสถานทูตอังกฤษ

  • Share:

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังข่าวปิดดีลซื้อขายที่ดินที่แพงและใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และเป็นการขายสินทรัพย์ที่แพงที่สุดของกระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร ซึ่งเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินทั้งแปลงของสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 ให้กับเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่ร่วมทุนกับ “ฮ่องกง แลนด์” บริษัทด้านการบริหารจัดการและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือจาร์ดีน แมธทีสัน มูลค่ากว่า 420 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 18,600 ล้านบาท บนเนื้อที่ 25 ไร่ คิดเป็นตารางวาละ 1.86 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของเซ็นทรัลกรุ๊ป ว่า จะนำพื้นที่ดังกล่าวไปทำอะไร หรือต่อขยายโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ศูนย์การค้าระดับบนที่บริหารงานโดยบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด บนถนนเพลินจิต ขนาดพื้นที่ 9.5 ไร่ ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ติดกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม ที่กลุ่มเซ็นทรัลชนะการประมูลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2540 ในแปลงแรก ด้วยราคา 900,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งก็เป็นราคาซื้อขายที่ดินที่แพงที่สุดในขณะนั้น ได้รับคำตอบว่า ตอนนี้ นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และกลุ่มผู้บริหารใหญ่สั่งให้ทุกคนนิ่งๆไปก่อน ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับการลงทุนขยายธุรกิจในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งคงต้องจับตาดูวันที่ 5 มี.ค.2561 ที่จะถึงนี้ ที่จะมีการจัดแถลงใหญ่ประจำปีของกลุ่มเซ็นทรัลว่าจะมีโปรเจกต์ใหญ่อะไรออกมาหรือไม่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้

สำหรับการทุ่มซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษ บนถนนวิทยุของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ร่วมกับกลุ่มทุนฮ่องกง โดยให้ราคาสูงสุดในการประมูลที่ดินของสถานทูตอังกฤษ ทุบสถิติราคาที่ดินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการซื้อขายกันมาในประเทศไทย ชนะผู้ประกอบการรายใหญ่หลายๆ รายที่สนใจที่ดินแปลงดังกล่าว รวมถึงเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ของกลุ่มไทยเบฟฯ ที่มีอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ “ทีซีซี แลนด์” ในมือ และกำลังแผ่ขยายเป็นอาณาจักรใหญ่โต และพร้อมเติบโตก้าวกระโดดในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรกมีบริษัทที่สนใจประมูลที่ดินแปลงนี้ของสถานทูตอังกฤษหลายราย ก่อนที่จะเหลือเพียงกลุ่มเซ็นทรัลของตระกูลจิราธิวัฒน์ และกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และในช่วงระยะเวลาเดียวกันนายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล ก็เคยออกมาแสดงความมั่นใจว่า จะชนะการประมูล และมีแผนนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาพัฒนาเป็นโครงการ “มิกซ์ยูส” ขนาดใหญ่ที่มีทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียมที่พักอาศัย สำนักงานออฟฟิศ และห้างค้าปลีกอยู่ในที่เดียวกัน โดยเชื่อมต่อกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และอาจให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น บริษัทในเครือที่พัฒนาศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์เป็นแม่งานในการลงทุนพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งคงต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลและเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาโครงการมา
สำหรับโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพลินจิตซิตี้ ที่นำโครงการของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด เจ้าของอาคารปาร์คเวนเจอร์ รวมทั้งโรงแรมโอคุระเพรสทีจ กรุงเทพฯ และโครงการเซ็นทรัลแบงค็อกของกลุ่มเซ็นทรัล ที่เชื่อมต่อศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานทูตอังกฤษที่ตั้งอยู่บริเวณถนนวิทยุของกรุงเทพฯ ที่ขายไปแล้วนั้น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 ซึ่งเดิมเป็นที่ดินของนายเลิศ เจ้าของปาร์คนายเลิศและรถเมล์ขาวนายเลิศในสมัยก่อน และขายให้เป็นที่ตั้งสถานทูตมาตั้งแต่ปี 2465 ซึ่งสมัยก่อนรั้วติดถนนเพลินจิต มีทหารกุรข่ายืนเฝ้าหน้าประตู มีรูปปั้นควีนวิกตอเรียที่สนามหน้าตึกด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงหลังหลายประเทศเริ่มขายที่ดินสถานทูต เพราะอยู่ใจกลางเมือง เริ่มจากปี 2549 สถานทูตอังกฤษ ขายที่ดินเนื้อที่ 9 ไร่ บนถนนวิทยุ ให้กลุ่มเซ็นทรัลในราคา 900,000-950,000 บาทต่อตารางวา ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน ตามด้วยปี 2554 สถานทูตญี่ปุ่น ขายที่ดินเนื้อที่ 11 ไร่ บริเวณแยกอโศก เพชรบุรีตัดใหม่ ให้กลุ่มสิงห์เอสเตท ที่ชนะการประมูล ในราคา 1,600 ล้านบาท ตารางวาละ 450,000 บาท ปัจจุบันกลายเป็น “โครงการมิกซ์ยูส สิงห์ คอมเพล็กซ์” มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท ในปี 2560 สถานทูตออสเตรเลีย ได้ขายที่ดินเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน บนถนนสาทร ติดถนนสวนพลู ให้กลุ่มศุภาลัย อสังหาริมทรัพย์ ที่ชนะการประมูลในราคากว่า 4,600 ล้านบาท ตารางวาละ 1,450,000 บาท โดยวางแผนพัฒนาที่ดินเป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาทเช่นกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้