วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"7 ลูกเทพ" ผ่องให้ 3 ช่อง ได้ข้อสรุปซ้ือลิขสิทธิ์ถ่ายสดบอลโลก

"7 ลูกเทพ" ผ่องให้ 3 ช่อง ได้ข้อสรุปซ้ือลิขสิทธิ์ถ่ายสดบอลโลก

  • Share:

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของการลงขันกันของ “7 ลูกเทพ” ทางธุรกิจที่รัฐบาลส่งใบสั่งไปให้แต่ละบริษัทลงขันกันรายละ 200 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกประจำปี 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ไป 54 แมตช์จนกระทั่งสิ้นสุดการชิงชนะเลิศคว้าถ้วยรางวัล FIFA World Cup 2018 ไปครองในต้นเดือน ก.ค.2561 ซึ่งเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน คือ ประเทศรัสเซีย

ทั้งนี้ 7 ลูกเทพซึ่งได้แก่ กลุ่มบริษัทในเครือคิง เพาเวอร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์ อิเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

การลงขันกันรายละ 200 ล้านบาท รวม 7 รายจะเป็นเงินที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดให้แก่ FIFA เจ้าของลิขสิทธิ์ และผู้จัดการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาทด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มธุรกิจจำนวนหนึ่งได้ให้ความเห็นต่อรัฐบาลว่า เนื่องจากปีที่ผ่านมา นับเป็นปีแรกที่ไม่มีภาคธุรกิจเอกชนรายใดเลยที่ออกไปประมูลเพื่อให้ได้สิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันในประเทศไทย และประเทศในกลุ่มอินโดจีน

โดยเหตุเพราะเศรษฐกิจประเทศไทยในภาพรวมได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างหนัก จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่วิ่งไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เรียกกันว่า ดิจิทัล อีโคโนมี

กรณีดังกล่าวทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจสื่อ ซึ่งแต่เดิมเคยทำหน้าที่เป็นผู้นำในการเข้าร่วมเสนอราคาเพื่อประมูลการถ่ายทอดสดการแข่งขันเข้ามาให้ประชาชนคนไทยในประเทศได้ชมกัน ตลอดจนถึงประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดเช่น ลาว กัมพูชา และพม่า เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ เคยมีการเสนอให้รัฐบาลสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นผู้จัดเก็บรายได้จากการประมูลคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ และคลื่นโทรทัศน์ ซึ่งทำให้มีรายได้ต่อเนื่องกันมากกว่าแสนล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากทีวีดิจิทัล ที่ได้รับไปมากกว่า 50,000 ล้านบาท ให้ทำหน้าที่เป็นผู้เข้าประมูลการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้แทนภาคธุรกิจเอกชน

เนื่องเพราะทีวีดิจิทัลแต่ละช่อง โดยเฉพาะทีวีช่องหลักๆ 5 ช่องเดิมคือ 3 5 7 9 และ 11 นั้น ปรากฏว่า หลังจากที่สำนักงาน กสทช.เปิดประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องไป มีผลทำให้สถานภาพทางธุรกิจที่เคยแข็งแกร่งของแต่ละช่องเกิดความสั่นคลอน ขณะที่ผลการดำเนินงานของทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆที่เกิดขึ้น กลับประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เพราะไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามทิศทางที่ต่างคาด–การณ์ว่า จะมีรายได้จากค่าโฆษณาเกลี่ยเข้าไปในช่องใหม่ๆได้บ้าง

ในขณะที่การถาโถมเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้ผู้คนหันไปดูหนัง ฟังเพลง และเสพข้อมูลข่าวสารทางสมาร์ทโฟนกันหมด แม้แต่การแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆซึ่งเคยเป็นที่นิยม ก็สามารถดูได้ทันที หรือดูย้อนหลังทางสมาร์ทโฟนได้ ความพยายามจะเข้าประมูลซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลปีนี้ จึงไม่เกิดขึ้นและเมื่อหันไปดูความพร้อมของทีวีรวมการเฉพาะกิจ ก็จะพบว่า แต่ละช่องกำลังจะล้มหายตายจากไปตามภาคเอกชน หากไม่มีงบประมาณจากภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ

“รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง ถ้าทำให้ประชาชนคนไทยซึ่งส่วนใหญ่ชอบการแข่งขันฟุตบอลได้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งแข่งที่รัสเซียในเวลาที่ดีมาก คือ ไม่ดึกเกินไป รัฐบาลก็อาจได้รับคะแนนนิยมกลับขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย ที่สำคัญไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวรัฐบาลได้ เราก็เลยคุยกัน หาคนพอมีกำลัง และความสามารถในการหารายได้ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี มาลงขันกันซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมา”

สำหรับสถานีโทรทัศน์ที่จะได้รับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ มี 3 ช่องสถานีด้วยกัน ได้แก่ ช่อง TNN 24, อัมรินทร์ทีวี ช่อง 34 และ RS ทีวี ช่อง 8 ในกรณีของช่อง 8 RS ซึ่งไม่ได้ลงขันด้วย แต่ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไป ก็เพราะเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เดินทางไปเจรจา และต่อรองกับ FIFA เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ RS เป็นผู้รับผิดชอบ

ที่สำคัญก็คือ ในการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลยูโรเมื่อ 2 ปีก่อน ค่าย RS ก็ถูกร้องขอจากรัฐบาลให้ทำหน้าที่เป็นผู้เสียสละไปประมูล แต่เมื่อประมูลมาได้แล้ว ต้องพบอุปสรรคมากมายในการต้องให้ช่องทีวีอื่นๆถ่ายทอดด้วย ทำให้เกิดมีจอดำขึ้น รวมถึงมีปัญหาอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้เป็นการปกป้องธุรกิจของ RS เป็นต้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้