วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อแม่จำใจล่ามโซ่ลูกสติไม่สมประกอบ ยึดศาลาริมทางหลับนอน เก็บของเก่าขาย

แชร์ว่อนโซเชียล พ่อแม่ยากจนจำใจล่ามโซ่ลูกชายวัย 14 ปี สติไม่สมประกอบ อาศัยศาลาริมทางหลับนอน หลายหน่วยงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ ผู้ใจบุญเตรียมสร้างกระต๊อบให้

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Paemika Pongbuatong แชร์ผ่านกลุ่ม Facebook ประจวบคีรีขันธ์ (เมืองสามอ่าว) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 80,000 คน ถึงเรื่องราวของเด็กชายวัย 14 ปี สติไม่ดี อาศัยศาลาริมทางบริเวณถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ม.3 บ้านดงไม้งาม ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่กับพ่อแม่ฐานะยากจน อาชีพเก็บของเก่าขาย โดยช่วงกลางวันที่ออกไปทำงานต้องลามโซ่ลูกไว้เพราะชอบวิ่งออกถนนใหญ่เกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยขอรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงแพมเพิร์สไซส์ XL และเสื้อผ้า

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังศาลาริมทางดังกล่าว พร้อมกับ นายสุเมธ สมบูรณ์วิถี เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายพัฒนธิชัย ขนาบแก้ว นายก อบต.ชัยเกษม พบ นางคณิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาว อ.เรณูนคร จ.นครพนม และ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกชาย และมีเต็นท์ขนาดเล็กกางอยู่ด้านหลังศาลา

นางคณิตา เล่าว่า อาศัยศาลานี้ได้สักระยะแล้ว อยู่กับสามีคือ นายณรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งขณะที่หน่วยงานไปพบ นายณรงค์ ออกไปเก็บของเก่าขาย ส่วนลูกชายป่วยเป็นโรคคาวาซากิ ตั้งแต่อายุ 7 เดือน และสมองบวม ทำให้โตขึ้นมามีสติไม่สมประกอบ แต่ก็พยายามเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด ยอมรับว่าล่ามลูกชายไว้จริงในเวลาที่ต้องช่วยสามีคัดแยกเศษขยะเพื่อนำไปขาย เนื่องจากเกรงว่าจะวิ่งลงไปที่ถนนและเกิดอุบัติเหตุ ลูกชายต้องใส่แพมเพิร์สอยู่ตลอดเพราะเวลาขับถ่ายไม่สามารถบอกได้ ส่วนที่ อบต.ชัยเกษม ให้ความช่วยเหลือจัดหาที่พักชั่วคราวให้ ทางครอบครัวยินดีที่จะย้ายไป และจะยังคงประกอบอาชีพหาของเก่าขายต่อไป

ด้าน นายกอบต.ชัยเกษม กล่าวว่า เห็นภาพในสื่อโซเชียลแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็เข้าใจในความเป็นแม่ว่ามีความห่วงลูกที่อาจจะวิ่งไปบนท้องถนน ซึ่งช่วงเช้าเดินทางมาดูแล้วรอบหนึ่ง และได้รับการประสานปรึกษาหารือจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยทาง อบต. ยินดีจะจัดหาที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งให้เนื่องจากผู้ใจบุญในพื้นที่จะสร้างกระต๊อบให้อยู่ในสวนยาง หรือถ้าไม่ประสงค์จะไป อบต.ก็จะปลูกเพิงพักให้ใกล้กับบ่อขยะ เพราะสามารถคัดแยกของเก่าที่บ่อขยะเพื่อนำไปขายได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของครอบครัว

“เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ ครอบครัวนี้เคยได้รับความช่วยเหลือฝึกอบรมอาชีพจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2560 จนผ่านเกณฑ์รับรอง และมีการพาส่งกลับไปยังบ้านของ นายณรงค์ พร้อมกันทั้งครอบครัวที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ไปประกอบอาชีพเมื่อกลางปีที่แล้ว ก่อนจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง เบื้องต้น วันนี้ครอบครัวต้องย้ายออกไปอยู่บ้านญาติที่ ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าที่พักจะสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว”