วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับโล้นแสบคนเดิม เคยผสมยาบ้าในน้ำชาให้เจ้าวัดฉัน ใช้โลโก้กู้ภัยเรี่ยไร

จับสึกโล้นแสบ นำโลโก้สมาคมอยุธยารวมใจไปลงโซเชียลขอเรี่ยไร ให้คนโอนเงิน ตรวจประวัติพบเคยเป็นข่าวดัง ก่อเหตุนำยาบ้าผสมน้ำชาเย็นให้เจ้าอาวาสฉัน ก่อนโทรเรียกตำรวจตรวจฉี่ม่วง เคยถูกจับสึกไปแล้วแอบมาบวชอีก แต่นิสัยไม่เปลี่ยน... 

เวลา 13.00 น วันที่ 1 ก.พ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ นำโดยนายประยุทธ สุนทรนันท์ กู้ภัย 5 กรรมการสมาคมฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน กับ ร.ต.อ.กิติศักดิ์ อุดมรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระศิลา แก้วศรี ฉายา จตตมโล อายุ 27 ปี พระลูกวัดไชยภูมิ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชาว อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี หลังจากที่พบเฟซบุ๊ก ชื่อ ศ.จตตมโล เชิญชวนบริจาคเงินเพื่อก่อตั้งสมาคมจิตอาสา และเข้ากองทุน จิตอาสา จตตมโล เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์กู้ภัย

พบว่ามีการใช้สัญลักษณ์ของสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ทำให้ประชาชนอาจจะหลงเชื่อเข้าใจผิด เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมาคมอยุธยารวมใจ จึงพาตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนพระศิลา พร้อมนำตัวไปให้พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร และเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา ทำการสึก ซึ่งนายศิลา ได้อโทษ อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจะไม่ทำเช่นนี้อีก ทางสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยาจึงให้อภัยไม่ติดใจเอาความ

นายศิลา ยอมรับว่าได้ใช้ตราสัญลักษณ์จริง เพื่อที่จะหาเงินตั้งกองทุน แต่ไม่ได้เจตนาที่จะหลอกลวง และตนไม่ได้แจ้งกับทางสมาคมอยุธยารวมใจที่เอามาใช้ ส่วนชื่อสมาคมจิตอาสา จตตฺมโล นั้นตนเองตั้งขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างถูกต้อง และเพิ่งโพสต์ลงเฟซบุ๊กไปเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยยังไม่มีใครโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารเลย ก่อนที่เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจจะตามจนพบที่วัดแล้วได้เชิญตัวมาพูดคุยที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา โดยที่ตนเพิ่งจะมาบวชได้ 9 วันและจำวัดอยู่ที่วัดไชยภูมิ ส่วนก่อนหน้านี้ได้บวชเป็นพระอยู่ที่วัด แห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี ประมาณ 3 พรรษาแล้วก่อเหตุนำน้ำชาเย็นผสมเข้ากับยาบ้า แล้วได้นำมาถวายให้เจ้าอาวาสวัดดอนกลาง จ.สุพรรณบุรี ฉัน จากนั้น แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับเจ้าอาวาส ซึ่งตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง ทำให้เจ้าอาวาสเกือบถูกดำเนินคดี แต่โชคดี เจ้าอาวาสมีกล้องวงจรปิดในวัด จึงเห็นว่าตนเป็นคนทำ สาเหตุที่ทำลงไปเพราะแค้น ที่เจ้าอาวาสไม่รับตนให้จำวัดอยู่ในวัด

"หลังก่อเหตุจนถูกจับ และถูกจับสึกจากการเป็นพระ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดี ในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมปนอาหารหรือเครื่องอุปโภคบริโภค และการปลอมปนนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ในทางคดีได้ประกันตัวมา แก่อนจะมาบวชอีกครั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา".