วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' เห็นใจ 'บิ๊กป้อม' ตัดพ้อไขก๊อก ชี้แจงโปร่งใสแต่แรก ไม่บานปลาย

'มาร์ค' เห็นใจ 'บิ๊กป้อม' ตัดพ้อไขก๊อก ชี้แจงโปร่งใสแต่แรก ไม่บานปลาย

  • Share:

"อภิสิทธิ์" เห็นใจ "บิ๊กป้อม" ตัดพ้อลาออก แนะชี้แจงโปร่งใส-แสดงความรับผิดชอบ ไม่บานปลาย ติงนายกฯ ชี้ประทศไม่ได้มีทางเลือกแค่ 2 ทาง แนะแก้โจทย์ 3 ข้อ ถ้าทำได้จะคลายปม ชวน "ครม.บิ๊กตู่" ทำตามมาตรฐานทางจริยธรรม

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตัดพ้อประกาศว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการให้อยู่ ก็พร้อมลาออกจากตำแหน่ง ว่า ตนเห็นใจคนที่ทำงาน ก็มักจะมีความรู้สึกว่าพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็คิดว่าหลายอย่างที่ทำเป็นประโยชน์ แต่ว่าหลายครั้งก็มีกระแสความไม่พอใจของสังคม และเข้าใจความรู้สึกนี้ แต่หลายคนได้พยายามพูดมาโดยตลอดว่า หากพยายามชี้แจงเรื่องนี้แบบเป็นระบบให้โปร่งใสตั้งแต่ต้นก็คงไม่ลุกลามบานปลาย แล้วก็กลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมารบกวนใจตัวเอง และรัฐบาลมากมายขนาดนี้ ขณะเดียวกัน ตนย้ำมาตั้งแต่ต้นว่า เวลาที่เราพยายามสร้างวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องการชี้แจง หรือการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง จุดประสงค์หลักไม่ทำให้การเมืองติดอยู่ในกับดัก หรือวงจรของเรื่องแบบนี้







นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในต่างประเทศหลายครั้งต้องมีการมาชี้แจง หรือแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องถูกหรือผิด แต่เขามองว่าเมื่อกระแสสังคมไปถึงจุดหนึ่งแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้ที่จะต้องไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นอุปสรรคต่อการที่บ้านเมืองจะเดินหน้า และหากจะหยุดยั้งเรื่องนี้คงยาก ตนยืนยันเหมือนเดิมว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดความชัดเจนโปร่งใส


นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุจะให้เอาแบบเก่าหรือปัจจุบันนี้ว่า ฟังท่านจะสรุปง่าย ที่บอกว่าเลือกเอาว่าจะเอาแบบนี้ที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ หรือจะกลับไปเหมือนเก่า ซึ่งข้อเท็จจริงประเทศมีทางเลือกที่ดีกว่าทั้ง 2 ทางนี้ แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ และยังเป็นหน้าที่หลัก หรือภารกิจหลักที่ คสช.ประกาศไปด้วยซ้ำ เพราะ คสช.เข้ามาบอกว่า 1. จะไม่ให้เหมือนเก่า และ 2. ที่มาอยู่นี่ก็เพื่อจะปูทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่วันนี้กลับมาบอกสังคมว่า จะเอาแบบนี้หรือจะเอาแบบเก่า ซึ่งไม่ใช่ ตนเชื่อว่าประเทศมีทางเลือกดีกว่านี้แน่นอน ทั้งนี้ อย่าไปใช้คำว่าเป็นการดิ้นของรัฐบาล ส่วนจะขาลงหรือไม่นั้น ดูเหมือนทุกฝ่ายเข้าใจดีว่า ความนิยมมีลดลงได้ ตัวนายกฯ เองก็ยอมรับว่าอยู่มาปีที่ 4 แล้ว ฉะนั้นก็ต้องบริหารจัดการ เพราะภารกิจที่เหลืออยู่ของ คสช.มีความสำคัญทั้งนั้น

"แม้ผมไม่เห็นด้วยกับหลายเรื่องที่ คสช.ทำ แต่ก็ต้องการให้ คสช.ประสบความสำเร็จในภารกิจที่บอกกับประชาชนไว้ การที่จะแก้ปัญหาถ้าไม่สามารถที่จะไปทบทวนดูว่า ที่เกิดภาวะแบบนี้จนเป็นขาลง เกิดจากอะไร แล้วต้องแก้ตรงไหน การจะไปแก้โดยวิธีอื่นมันก็ยาก เช่น จะเบี่ยงเบนประเด็น หรือพยายามจะไปสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา คงไม่ใช่ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับความนิยม ซึ่งมีพื้นฐานอยู่แค่ 3 ตัวเท่านั้น คือ 1. ภาวะเศรษฐกิจของประชาชน 2. ปัญหาของการทุจริตคอร์รัปชัน หรือความไม่โปร่งใส และ 3. ความคาดหวังเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูป เพราะฉะนั้นต้องไปแก้ 3 ปมนี้ ว่าจะทำอย่างไร ถ้าคลาย 3 ปมนี้ได้ ภาวะนี้ก็จะผ่อนคลายไป ซึ่งก็ไม่ง่าย เพราะนักการเมืองเจอภาวะแบบนี้มาเกือบทั้งนั้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการประกาศใช้มาตรฐานทางจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร ว่า อยากให้รัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดูว่าได้ทำตามมาตรฐานนี้หรือไม่ โดยเฉพาะในหมวด 1 ซึ่งเป็นหมวดว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม อันเป็นอุดมการณ์ที่ระบุเลยว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง

"ที่ผมพูดคือผมยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงถูกหรือผิด แต่ถามว่าทำไมสังคมถึงได้สนใจเรื่องนี้ แล้วก็ยังไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ก็เพราะแม้แต่มาตรฐานจริยธรรมเรื่องอย่างนี้ ถือว่าเรื่องร้ายแรง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการที่ต้องมาทำตามหลักธรรมาภิบาล และหาก ครม.ปฏิบัติได้ตามนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้