วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนจะบูมตูมตามรอบใหม่

สมัยก่อนตอนโน้น ตอนที่เวียดนามเพิ่งจะพ้นจากการสู้รบใหม่ๆ สถานะทางเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน การลงทุนจากต่างประเทศมีน้อยมาก สมัยนั้น ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย จัดงานทุกปี ปีละ 2 ครั้ง คนเวียดนามที่พอมีสถานะเช่ารถบัสเดินทางมาจากกรุงฮานอย จังหวัดเหง่อาน จังหวัดฮาตินห์ และอีกมากมายหลายสถานที่ มาร่วมงานที่ลาดกระบัง ทุกคนมาพร้อมกับสมุดจด มาถึงก็จดข้อมูลโน่นนี่นั่น สมัยนั้นคนเวียดนามต้องการความช่วยเหลือจากคนไทยมาก มาแต่ละครั้งก็ได้โครงการความช่วยเหลือและความร่วมมือกลับไป

พ.ศ.2547 รัฐบาลเวียดนามออกกฎหมายให้ชาวเวียดเกียว หรือเวียดนามโพ้นทะเล ที่ไม่ได้ถือสัญชาติเวียดนามแล้ว ออกไปจากแผ่นดินเวียดนามตั้งแต่สมัยรบพุ่งกันระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ ให้สามารถมีสิทธิ์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศเวียดนามได้ในจำนวนที่กฎหมายกำหนด

ปรากฏว่า ได้ผลครับ คนเวียดนามโพ้นทะเลผู้เฝ้ารอวันเวลานาทีที่จะได้กลับมาเยือนประเทศชาติบ้านเมืองเก่า กลับมากันเต็มประเทศ มาซื้อที่ดินกันคนละเล็กละน้อย ตอนที่มีสงคราม พวกตนต้องไปอย่างตัวเปล่าเล่าเปลือย ไปสร้างฐานะเอาที่โน่น อยู่กันคนละ 20-30 ปี ก็ได้ภาษา ได้การศึกษา ได้เครือข่าย มีธุรกิจ และมีเงิน

การกลับมาเวียดนามหลัง พ.ศ.2547 พวกเวียดเกียวกลับมาพร้อมกับเงินทุน พ.ศ.2548 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ก็ไหลทะลักเข้าเวียดนามจนแทบล้นประเทศ ตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คนเวียดนามมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นมาก และเดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยมีใครอยากจะนั่งรถบัสเป็นพันกิโลเมตรจากเวียดนามเดินทางมาร่วมงานในประเทศไทยเพื่อสร้างความสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือแบบเดิมอีกแล้ว กฎหมายดีๆและฉลาดๆ เพียงฉบับเดียวก็เปลี่ยนสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้

ผู้อ่านท่านที่เคารพ เมื่อเช้าผมอ่านจากเว็บไซต์ของจีนเว็บหนึ่ง พบว่า ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เป็นต้นไป รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้คนเชื้อสายจีนทั่วโลกสามารถขอวีซ่าระยะเวลา 3–5 ปี เพื่อเข้าแผ่นดินจีนได้โดยไม่จำกัดเงื่อนไขของการเข้ามา จะเข้ามาเยี่ยมญาติ ทำธุรกิจ ศึกษา หรือจะเข้ามาด้วยเหตุผลอื่นใดก็ได้ทั้งสิ้น

การอนุญาตครั้งนี้ก็คล้ายกับกฎหมายของเวียดนามเมื่อ พ.ศ.2547 ที่ให้คนเวียดเกียวสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามได้ แต่จำนวนคนและขนาดของทุนของหัวเฉียว หรือคนจีนโพ้นทะเล ใหญ่กว่าเวียดเกียว หรือคนเวียดนามโพ้นทะเลมาก

ผู้อ่านท่านคงหลับตาจินตนาการนึกออกนะครับ ว่าเงินจากทั่วโลกจะไหลเข้ามายังประเทศจีนมากขนาดไหน ไม่ใช่เฉพาะเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ฉลาดเฉลียวและมีประสบการณ์ในงานหลากหลายด้าน ยังมีเรื่องเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลกก็จะไหลเข้าจีนด้วยเช่นกัน

ทราบจากเว็บไซต์ว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะขอวีซ่าแบบนี้ได้จะต้องเป็นคนจีนที่เกิดในประเทศจีนมาก่อน แต่ภายหลังไปได้สัญชาติใหม่กลายเป็นพลเมืองของประเทศใหม่ หรือเป็นทายาทของคนจีน หรือเป็นคนที่เคยมีสัญชาติจีนมาก่อน

สำหรับทายาทที่จะขอวีซ่า 3-5 ปี เข้าจีนในลักษณะนี้ ทางรัฐบาลจีนก็ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นทายาทรุ่นที่เท่าใด ขอเพียงให้มีหลักฐานที่สามารถจะยืนยันได้ว่า ตนมีบรรพบุรุษที่เคยมีสัญชาติจีน อาจจะเป็นเอกสารที่ออกให้โดยรัฐบาลจีน หรือจากหน่วยงานราชการของประเทศของผู้ที่จะขอวีซ่ามีภูมิลำเนาอยู่ โดยการนำหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวของบรรพบุรุษของผู้ขอ หรือญาติของบรรพบุรุษของผู้ขอไปแสดง แต่หลักฐานที่ออกโดยรัฐบาลอื่นจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยสถานทูต หรือสถานกงสุลจีนในประเทศนั้นๆเสียก่อน

นับแต่นี้เป็นต้นไป จีนจะบูมตูมตามมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะทรัพยากรมากมายหลากหลายด้านจะถูกนำมาไว้ในแผ่นดินจีน

ประเทศอื่นเป็นผู้ลงทุนสร้างทรัพยากรมนุษย์จีนโพ้นทะเลเหล่านั้น ให้การศึกษา ให้การดูแลรักษาพยาบาล โดยที่รัฐบาลจีนไม่ได้ไปเกี่ยวดองหนองยุ่งด้วยเลย ไม่ต้องลงทุนในคนพวกนี้

แต่วันดีคืนดีก็ได้คนจีนโพ้นทะเลเหล่านี้มาทำงานให้

รัฐบาลจีนฉลาดมาก.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

สมัยก่อนตอนโน้น ตอนที่เวียดนามเพิ่งจะพ้นจากการสู้รบใหม่ๆ สถานะทางเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน การลงทุนจากต่างประเทศมีน้อยมาก 1 ก.พ. 2561 11:48 1 ก.พ. 2561 14:49 ไทยรัฐ