วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟันธงหวย30ล. แจ้งข้อหารตท. ยักยอกกับรับของโจร อ้างพบพยานคนใหม่ (คลิป)

ทนายตั้มรอสู้ชั้นศาล

ผบช.ภ.7 พร้อมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงผลการสอบสวนคดีลอตเตอรี่อลเวง 30 ล้านบาท ฟันธง “หมวดจรูญ” ตำรวจนอกราชการเก็บสลากฯได้ เตรียมเรียกตัวรับทราบข้อหายักยอกทรัพย์ที่หล่นหายและรับของโจร เผยเหตุที่แจ้งข้อหารับของโจรด้วย เพราะไม่รู้ใครเก็บได้จึงเพิ่มข้อหานี้ไป ขณะที่เจ้าตัวยันมีหลักฐานชัดเจนซื้อสลากฯมาจากแม่ค้า แต่ไม่รู้จักแม่ค้าเพราะไม่ได้ซื้อกับเจ้าประจำ พร้อมเดินทางไปรับทราบข้อหาแต่ต้องให้ทนายความกลับจากต่างประเทศก่อน ย้ำจะไม่คืนเงินเด็ดขาด เพราะเป็นคนซื้อจะไปคืนทำไม ส่วน “ครูปรีชา” คู่กรณีระบุตอนนี้สบายใจขึ้น ทุกอย่างปล่อยให้เป็นกระบวนการของศาล

ตำรวจแถลงผลสอบคดีลอตเตอรี่อลเวง 30 ล้านบาท ที่ห้องประชุม บช.ภ.7 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช. พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลาก กินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.2560 จำนวน 5 ใบ เป็นเงิน 30 ล้านบาท ที่ปรากฏเป็นข่าวโด่งดัง โดย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ผู้นำสลากฯไปขึ้นเงินรางวัล แต่ภายหลังนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.เทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ออกมาอ้างว่าตนเองเป็นผู้ถูกรางวัลแต่สลากฯชุดดังกล่าวหายไป มีการแจ้งความดำเนินการตามกฎหมาย

ก่อนการประชุม พล.ต.ท.กิตติพงษ์กล่าวว่า นัดพนักงานสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 มาประชุมเพื่อสรุปผล เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ผบ.ตร.สั่งว่าจะต้องทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยสืบหาพยานหลักฐานมาประกอบ ส่วนที่ครูปรีชา อ้างจะนำหลักฐานชิ้นสำคัญมามอบให้นั้น ยังไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม การสรุปวันนี้ยังใช้หลักฐานที่ทางกองปราบฯ และ บช.ก. ที่ได้ไปสืบสวนสอบสวนมา มีพยานกว่า 40 ปาก และพยานเอกสารที่ส่งตรวจแล้วและอีกหลายอย่าง แนวทางในการประชุม จะเป็นการสรุปสำนวนคดี ชี้มูลว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และวันนี้ไม่ได้เชิญทั้ง 2 ฝ่าย มาร่วมรับฟังผล

ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7. พร้อม พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว นำชาร์จเส้นทางการซื้อขายสลากฯฉบับที่มีปัญหามาแสดงด้วย พล.ต.ท.กิตติพงษ์กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องทำให้กระจ่างมี 3 ประเด็นคือ 1.เส้นทางของหวยมาขายที่ตลาดจริงหรือไม่ 2.แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ และ 3.ร.ต.ท.จรูญได้สลากฯมาอย่างไร ประเด็นที่ 1.เส้นทางของสลากกินแบ่งรัฐบาล มีพยานยืนยันว่ายี่ปั๊วขายให้กับแม่ค้าขายหวยที่ตลาดเรดซิตี้จริง ประเด็นที่ 2.มีพยานยืนยันว่า ขายให้ครูปรีชาจริง และประเด็นที่ 3.ร.ต.ท.จรูญ พนักงานสอบสวนตั้งข้อสันนิษฐานว่า ซื้อมาจริงหรือเก็บได้ ทางตำรวจมีพยานยืนยันว่า ร.ต.ท.จรูญเก็บสลากฯได้ ทั้ง 3 เรื่อง ตำรวจมีพยานบุคคล จากการสอบพยานกว่า 40 ปาก มีความเชื่อมโยงกัน และยังสอบอีกว่าทุกคนที่เป็นพยานนั้นต่างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งสอง

ผบช.ภ.7 กล่าวอีกว่า ตำรวจสืบสวนจากพยาน จนได้ความจริงว่า ร.ต.ท.จรูญเก็บสลากฯ ได้พร้อมอธิบายว่า ประเด็นที่เป็นข้อสงสัยเรื่องซองพลาสติกใส่สลากฯ ที่ไม่ส่งตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากทั้งแม่ค้า ร.ต.ท.จรูญ และตำรวจ จับซองทั้งหมด จนไม่สามารถส่งซองพลาสติกตรวจได้ ส่งแค่ตัวสลากฯ ไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ผลจึงพบแต่ลายนิ้วมือของ ร.ต.ท.จรูญ ส่วนครูปรีชาให้การว่าจับแต่ซองพลาสติกที่ห่อหุ้ม และไม่ได้แกะซองพลาสติกออกมาดูจึงไม่พบลายนิ้วมือ ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในตลาด ไม่มีภาพบันทึก เนื่องจากกล้องบันทึกภาพเกินเวลา ภาพเลยถูกลบโดยอัตโนมัติ

ขณะที่ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 และหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดี กล่าวเสริมว่า หลังจากนั้นจะมีหนังสือเชิญตัว ร.ต.ท.จรูญมาพบพนักงานสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหา หากครั้งแรกไม่มาพบ จะออกหนังสือเรียกตัวเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 2 หากไม่มาพบก็จะเสนอขอศาลอนุมัติออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย ในส่วนข้อหาที่จะแจ้งคือ ข้อหายักยอกทรัพย์ที่หล่นหาย และรับของโจร ส่วนที่แจ้งข้อหารับของโจรด้วย เพราะไม่รู้ว่าใครเก็บได้จึงเพิ่มข้อหานี้ไป ส่วนของครูปรีชา หากมีพยานเพิ่มเติมขอให้แจ้งพนักงานสอบสวนมา ตำรวจพร้อมจะดำเนินการสอบสวนให้
หลังตำรวจแถลงคดีแล้ว ร.ต.ท.จรูญพร้อมภรรยา ออกมาให้สัมภาษณ์ที่บ้านว่า จากการฟังผลคดีของตำรวจแล้วไม่ได้หนักใจอะไร เพราะคาดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่เหนื่อยใจ ไม่น่าจะเป็นแบบนี้ จะเอาความจริงเข้าสู้ต่อไป เพราะเราเป็นคนซื้อจริงๆ เราไม่กลัว เขาจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นไร “ผมมั่นใจว่าผมเป็นคนซื้อ ส่วนขั้นตอนการสืบสวนเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผมบริสุทธิ์ใจไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว” ร.ต.ท.จรูญกล่าวและว่า ส่วนเส้นทางที่มาของลอตเตอรี่ เป็นขั้นตอนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ปกติต้นทางไม่ได้ติดใจ แต่ปลายทางไม่ใช่อย่างนั้น เพราะตนเป็นคนซื้อจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ส่วนของพยานหลักฐานการซื้อทางเรามีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผย ส่วนจะนำส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เมื่อใด ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากทนายไปต่างประเทศ ยืนยันว่าซื้อจากตลาดเรดซิตี้ บริเวณศาลพระพรหม ส่วนตัวแม่ค้าไม่รู้จัก เพราะไม่ได้ซื้อกับแม่ค้าขาประจำ เรื่องของกฎหมายหากมีการเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา จะไปอย่างแน่นอน สำหรับเงินที่ใช้ไปแล้วนั้น นำไปจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ ที่เป็นหนี้อยู่กว่า 5 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องคืนเงินจะทำอย่างไร ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ไม่คืน เพราะตนเป็นคนซื้อจะคืนทำไม เขาไม่ใช่เจ้าของ หลังจากนี้จะรอทนายกลับมาก่อน จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบก่อนหน้านี้ไปทุกครั้ง มีเพียงครั้งสุดท้ายที่ยังรอทนายกลับมาก่อน จึงเข้าสอบสวนอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เข้าพบกับหลายหน่วยงานประมาณ 3-4 ครั้ง ส่วนที่ครูปรีชาระบุว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิด “ผมอยากให้เอาออกมา ผมอยากเห็น ตั้งแต่วันแรก อยากจะได้ภาพเหตุการณ์ต่างๆตามที่บอก จะได้ไม่ต้องไปหาเอง เพราะหาตั้งแต่วันแรกยังหาไม่ได้ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่าผมเก็บลอตเตอรี่นั้น จะมีใครเห็นได้อย่างไร เพราะผมไปซื้อมา ไม่ได้เก็บมาอย่างที่กล่าวหา ผมไม่ได้หนักใจกับคำแถลงของตำรวจ ซึ่งใจจริงๆ ผมแค่ตำรวจเก่าแก่ๆคนหนึ่ง” ร.ต.ท.จรูญกล่าวและว่า ขั้นตอนต่อไปในการดำเนินคดี ก็ไม่มีอะไรที่สามารถบอกในตอนนี้ได้ ต้องรอปรึกษาทนายเพียงอย่างเดียว ทั้งเรื่องของพยาน และหลักฐาน แต่ตนยังคงมั่นใจ เพราะเป็นคนซื้อไม่ได้ไปเก็บของใครมา

ถามอีกว่าตอนแรกที่ครูปรีชาจะแบ่งเงินให้ 15 ล้านบาท ถ้าเป็น ร.ต.ท.จรูญจะแบ่งหรือไม่ ภรรยา ร.ต.ท.จรูญตอบแทนว่า มันผิดวิสัยหรือไม่ ถ้าคุณเป็นคนซื้อและเป็นคนถูกจะไปแบ่งให้ใครไหม ที่ผ่านมาได้เจอกับครูปรีชา 2 ครั้ง ตอนไปออกรายการและคิดว่า อย่าเจอกันเลยเท่านี้ก็พอแล้ว ถามอีกว่า มีวางแผนจะเดินทางไปไหนหรือไม่หลังจากนี้ ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ความจริงแล้วก่อนหน้าที่จะถูกลอตเตอรี่ นัดกับครอบครัวว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ช่วงปลายเดือนมกราคม แต่มีใครไม่รู้บอกว่าจะทำให้การเดินทางพังไปหมด ชีวิตเละเทะไปหมด หลังจากนี้ไม่ว่าจะยังไง ตนไม่หนีไปไหนแน่นอน จะอยู่ที่บ้านหลังนี้

ด้านนายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมทนายประชาชน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ภายหลังตำรวจแถลงคดีว่า หลักฐานทั้ง 2 อย่างที่ตำรวจแถลงนั้นเป็นไปตามที่คาดหมายไว้อยู่แล้ว มีสลากที่ถ่ายรูปออกมาจากแผง และพยานบุคคลเพิ่งจะมีมาภายหลังเพิ่มอีก 1 คน ตำรวจเป็นคนหามา บอกว่าพยานคนนี้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ต้องขอบคุณตำรวจที่หาพยานคนนี้เจอ แต่คลิปที่กล่าวว่าก่อนหน้านี้ ตำรวจยังไม่สามารถหามาได้อยากให้ตำรวจใช้ความสามารถตรงนี้หามาให้ได้ และการที่ครูปรีชากล่าวอ้างว่ามีคลิป แต่ไม่นำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือว่าน่าสงสัยหรือไม่ แนวทางในการต่อสู้เรื่องข้อหายักยอกทรัพย์ที่สูญหาย กับรับของโจรนั้น เราคงต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ก็คงปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะ ร.ต.ท.จรูญยืนยันว่าซื้อสลากมาเอง ไม่ได้ไปเก็บของใครมา

ส่วนความเคลื่อนไหวของครูปรีชา วันเดียวกันเดินทางไปทำงานที่ ร.ร.เทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ตามปกติ พร้อมเผยว่า ตอนนี้สบายใจขึ้น ทุกอย่างเป็นกระบวนการของศาล ตอนนี้ไม่เครียด เมื่อถามว่า ตำรวจแถลงระบุมีแม่ค้าขายลอตเตอรี่ให้ครูจริง นายปรีชากล่าวว่า ไม่ขอตอบเป็นเรื่องของกระบวนการศาล ต้องให้ศาลตัดสิน เมื่อถามอีกว่า ตำรวจระบุมีพยานยืนยัน ร.ต.ท.จรูญเก็บลอตเตอรี่ได้ เคยเจอกับพยานคนนี้หรือไม่ ครูปรีชากล่าวว่า ไม่เคยเจอ ถามอีกว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตำรวจช่วยครู นายปรีชากล่าวว่า ความจริงคือความจริง ตอนนี้สบายใจขึ้น จากนั้นครูปรีชาได้ขอตัวรีบเดินออกจากห้องเรียนแล้วไปขึ้นรถกระบะกลับบ้านพักทันที

เย็นวันเดียวกันผู้สื่อข่าวตรวจสอบความเคลื่อนไหวของครูปรีชา หลังนั่งรถปิกอัพโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2 กค 43 กรุงเทพมหานคร ออกจากโรงเรียนแล้วพบว่ารถไปจอดที่หน่วยงานสืบสวน สภ.เมือง กาญจน์ สอบถามตำรวจทราบว่า ครูปรีชาทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยและให้ไปส่งที่บ้าน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านครูปรีชา ปรากฏพบผู้หญิงอายุราว 50 ปี กำลังกวาดลานจอดรถ โดยไม่มีรถของครูปรีชาอยู่ภายในบ้าน สอบถามหญิงที่กวาดลานจอดรถ กล่าวว่า ครูปรีชายังไม่ได้กลับมาที่บ้าน และขอให้เสนอข่าววันนี้พอเท่านี้ ขณะที่ทีมข่าวพยายามสังเกตภายในบริเวณบ้านพบว่าบ้านปิดเงียบทั้งสองหลัง