วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคท็อปบูตไม่ได้ใช้ปืน

จับอาการห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะสังเกตได้เลยว่า “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พยายามผ่องถ่ายแรงเสียดทาน

ประคองกระแสในโหมดสถานการณ์เลื่อนเลือกตั้ง

ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยมุกวัดใจ “เลือกเอาแล้วกันว่าจะเอาแบบผม หรือจะให้กลับมาที่เดิม” ถามใจประชาชนส่วนใหญ่ แก้ลำที่ถูกไล่ต้อนทวงถามสัญญาที่ประกาศไว้

ต่อเนื่องกับลีลาอารมณ์ศิลปินที่ยกเอาท่อนฮุกสำคัญของเพลงคืนความสุข ที่โดนมัดคอตรงท่อน “ขอเวลาอีกไม่นาน” โดย “ลุงตู่” ขอเน้นบ้างตรงท่อน “แผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา”

โน้มน้าวให้พลังเงียบในสังคมอดใจรอเป้าหมายปลายทางสุดท้าย

ที่แน่ๆกับประโยคที่ผู้นำรัฐบาล คสช.พูดกันเป็นนัย “ศึกหนักยังไม่จบ” ในช่วงสนทนากับตัวแทนมูลนิธิทหารผ่านศึกฯที่เข้ามอบดอกป๊อปปี้ที่ทำเนียบรัฐบาล

สัญญาณชัดเจนว่า “ลุงตู่” ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่

อย่างน้อยตามโรดแม็ปเดิมบวกกับอีก 90 วัน ที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.เลื่อนการบังคับใช้ออกไป ในการประคองเกมอำนาจช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก่อนที่จะมีกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา

มันเป็นเงื่อนไขสถานการณ์ที่หนีไม่ออก

บอกล่วงหน้าก็ไม่ได้ เพราะถ้าพลาดอีก เครดิตความเชื่อมั่นในคำพูดจะยิ่งถูกบั่นทอนหายไป

ท่ามกลางปัจจัยแทรกมากมาย ทั้งการส่อตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และยังมีเรื่องของพระราชพิธีสำคัญ

ภายใต้ภาวะกดดัน ฝ่ายต้านยังโหมประโคมสถานการณ์ “อ่อนไหว”

“เซ็ตฉาก” ให้ปัญญาชน นักศึกษา นักวิชาการ ประจันหน้ากับทหาร

โดยมีนักการเมืองอาชีพพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ จ้องแหย่ไฟ พยายามลากบรรยากาศกลับไปวนเวียนประวัติศาสตร์เดือนตุลา ล้อพฤษภาทมิฬ

ดักคอ ดักทาง เตะตัดขา “ลุงตู่” ตีกินกระแส

แห่เกมทวงสัญญาเลือกตั้ง

แต่อย่างไรก็ดี ประเมินจากการที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ ได้รับมอบอำนาจจาก คสช.เข้าร้องทุกข์ที่ สน.ปทุมวัน

เพื่อดำเนินคดี 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 3.น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา 4.นายอานนท์ นำภา 5.นายเอกชัย หงส์กังวาน 6.นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 7.นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ในการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้ง ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน

นั่นก็สะท้อนว่า คสช.ไม่ได้กลัว “น้ำผึ้งหยดเดียว”

ตามรูปการณ์รัฐบาลไม่ได้หวั่นว่าจะเข้าเหลี่ยมฝ่ายต้าน “ลุงตู่” ที่พยายามก่อไฟ กระพือควัน “เซ็ตฉาก” ให้ปัญญาชนเผชิญหน้ากับทหาร

งานนี้เหมือนปล่อยให้ “ขาป่วน” เคลื่อนไหว ล่อให้เข้าเหลี่ยมคดีที่ฝ่ายความมั่นคงเคยดำเนินการไว้ ต่างคนต่างมีชนักปักหลัง โดนศาลคาดโทษ มีคดีโดนภาคทัณฑ์

ถึงวันนำตัวขึ้นศาลนั่นแหละ พวกที่บอกเป็นเกียรติที่โดนคดีจะรู้ว่าประเมินผิด

ในเมื่อท็อปบูตยุคนี้ไม่ได้ใช้อำนาจปลายปืน แต่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ

ถ้าหือก็ไปคุยกับศาลเอง

โดยรูปการณ์ที่ประเมินได้ “นายกฯลุงตู่” และทีม คสช.ไม่ฝ่อง่ายๆ

เพราะถ้าขืนปล่อยให้ขบวนการเคลื่อนไหวกดดันท้าทายกันได้สบายๆ ต่อไปกระแสก็จะลุกลามจากนักศึกษาหน้าซ้ำๆชื่อเดิมๆ

จะเพิ่มเติมด้วยพวกแฝงประโยชน์ในเกมมวลชน

แบบที่ม็อบเอ็นจีโอต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาสงขลาที่ขยับมาปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาล ได้เก้าจะเอาสิบ ไม่ยอมแค่นายกฯสั่งชะลอโครงการเท่านั้น แต่บีบให้ต้องสั่งยกเลิกโครงการเลย

นั่นไม่เท่ากับนักการเมืองที่รอกระโดดร่วมวงผสมโรง

ลุ้นจังหวะปลุกม็อบล้มรัฐบาล พลิกขั้วอำนาจ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

จับอาการห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะสังเกตได้เลยว่า “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พยายามผ่องถ่ายแรงเสียดทาน 1 ก.พ. 2561 00:04