วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เชื่อคำให้การ! ผกก.ปัดเที่ยววิคตอเรีย จ่อสอบเพิ่ม ไม่ห่วงคนมองช่วยพวกพ้อง

ไม่แปลกใจ? รอง ผบช.น. เผยหลังสั่ง ผกก.ทำรายงานชี้แจง ปฏิเสธใช้บริการสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท จ่อสอบสวนเพิ่ม ไม่เชื่อคำให้การตำรวจในสังกัด ตั้ง 3 ประเด็น ไม่ห่วงคนมองช่วยพวกพ้อง ลั่น ทำงานตรงไปตรงมา โกหก มีบทลงโทษทางวินัย...

จากกรณีที่ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง สั่งการให้ ผกก.ทุกนายในสังกัด บช.น. ประกอบด้วย บก.น.1-9 บก.สปพ. (191) บก.สส. บก.อก. บก.จร. บก.อคฝ. กก.ดส. และ ศฝร. ทำรายงานชี้แจง หลังปรากฏหลักฐานว่า ตำรวจในสังกัดเข้าไปใช้บริการสถานบริการอาบอบนวด "วิคตอเรีย ซีเครท" ช่วงเวลา 19.30-22.00 น. ของวันที่ 10 ม.ค.นั้น

ล่าสุด ผลการรายงานชี้แจงเป็นไปตามคาด โดยนายตำรวจทุกนายให้การปฏิเสธ พร้อมแนบพยานหลักฐานที่อยู่ ณ วันเวลาดังกล่าว ประกอบมาในรายงานด้วย

ไม่กล้าชี้ ผกก.? รองผบช.น. จ่อสอบสวนเพิ่ม ขอพยานหลักฐานจากปกครอง-ดีเอสไอ

พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวในเรื่องนี้ว่า คณะกรรมการได้สอบสวนทั้ง ผู้ต้องหา เหยื่อ โดยนำรูปนายตำรวจไปให้ดูว่า วันเวลาดังกล่าว นายตำรวจคนไหนเข้าไปใช้บริการ แต่ก็ไม่ยืนยันว่าเป็นใครเลย บอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว คาดว่าอาจจะมาจากเหตุผลที่ผู้ต้องหามีคดีหลักอยู่ การจะมาให้การใดๆ ที่เป็นการมัดตัวเขา จึงไม่ให้ข้อมูล เพราะได้ปฏิเสธคดีหลักอยู่

หลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะนำไปสู่ตัวบุคคลให้ได้ ทั้งพยานเอกสาร และภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอยู่ที่ดีเอสไอถูกเก็บไว้หลังจากเข้าจับกุม จึงต้องทำหนังสือขอภาพไป และจะขอพยานหลักฐานที่ทางปกครองกับดีเอสไอมีอยู่ และสอบพยานบุคคลทั้งผู้ที่เข้าจับกุม คือ เจ้าหน้าที่ปกครอง ดีเอสไอ พนักงานสอบสวนของโรงพักที่ทำคดีตั้งแต่แรกด้วย

ส่วนสัปดาห์หน้าจะไปสอบผู้หญิงบริการ และเด็ก 17 คน และมีต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่ง โดยใช้วิธีเดียวกัน คือ นำรูปถ่ายไปให้ดู และรู้หรือไม่ว่าเป็นตำรวจ

“ถึงแม้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธ และพยานก็ยังปฏิเสธอีก แต่ยังไม่ครบครับ ยังมีพนักงานที่ยังไม่ได้ไปสอบ และมีแคชเชียร์ที่ถูกออกหมายจับอีก 3 คน ต้องไปสอบให้ครบก่อน ยังไม่รีบด่วนสรุปในตอนนี้ แต่ถ้าผลสอบออกมาทั้งหมด พบว่าไม่มีใครให้การใดๆ ทั้งสิ้น คณะกรรมการต้องมาประชุมกันว่าจะทำอย่างไรต่อ” รอง ผบช.น. กล่าว

รอง ผบช.น. เผย ไม่แปลกใจ นายตำรวจให้การปฏิเสธ ใช้บริการวิคตอเรีย

พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวว่า “จริงๆ ผมไม่แปลกใจเลยที่ตำรวจส่งรายงานมาขอปฏิเสธทั้งหมด เพราะเรื่องแบบนี้ใครจะไปรับสารภาพ แต่การปฏิเสธต้องมีหลักฐานว่า วันเวลาดังกล่าวอยู่ที่ไหน ซึ่งทั้งหมดก็มีหลักฐานประกอบมา เป็นภาพถ่ายกินข้าวอยู่กับครอบครัว หรือไปเดินห้าง ก็มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด หรือมีพยานว่าอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการจะนำรายงานมาประกอบไว้ เผื่อว่ามีพยานหลักฐานอื่นยืนยันขัดแย้งว่า นายตำรวจบางนายไม่ได้อยู่จริงตามพยานหลักฐานชี้แจงมา”

ตั้ง 3 ประเด็น ตร.เที่ยวอ่าง

พล.ต.ต.กฤตธาพล กล่าวต่อว่า คณะกรรมการไม่ได้เชื่อในรายงานที่ผู้กำกับชี้แจงมา เนื่องจากบางคนมีพิรุธ และได้ตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็น คือ

1. ไม่ได้ไป เพราะอยู่คนละสถานที่ อย่างกรณีของ ผกก.สน.วังทองหลาง มีคูปองไปใช้บริการอยู่ ซึ่งได้ทำรายงานชี้แจงมาว่า ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นก่อนและหลังวันที่ 10 ม.ค. โดยมีหลักฐานเป็นพาสปอร์ตเข้าออกประเทศ และภาพถ่าย แสดงว่า ผกก.วังทองหลาง ไม่ได้ไปใช้บริการที่วิคตอเรียแน่นอน

2. ขอส่วนลดให้คนอื่น หรือใช้เอนเตอร์เทนคนอื่นที่เป็นพรรคพวกกัน ซึ่งกรณีของ ผกก.สน.วังทองหลาง ยืนยันว่า ไม่ได้ไปรับรองใคร ซึ่งเชื่อในคำให้การตรงนี้ เพราะคงไม่โทรศัพท์ข้ามประเทศ เพื่อขอส่วนลดเปอร์เซ็นต์กินข้าวที่ห้องอาหาร

3. พนักงานแอบอ้างลงบิลโดยที่ตำรวจไม่ทราบ เนื่องจากว่าพนักงานบางคนไม่ได้รับสิทธิ์ให้มีส่วนลดได้ จึงอาจจะแอบอ้างลงบิล ผกก. หรือเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ และไปรายงานต่อเจ้าของกิจการว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมาใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ทั้ง 3 ประเด็น แต่ประเด็นสุดท้ายมีส่วนเยอะ และเคสที่ยกตัวอย่างของ ผกก.สน.วังทองหลาง ทราบว่า ได้แจ้งความไว้แล้ว กรณีการแอบอ้างชื่อไปใช้ขอส่วนลดราคา

“ตอนแรกเชื่อ 2 ประเด็น ไม่ตำรวจไปกินเที่ยวเอง ก็ไปเอนเตอร์เทนคนอื่น แต่พอมีเคสของ ผกก.วังทองหลาง เข้ามา ก็เชื่อในประเด็นที่ 3 ว่า พนักงานในร้านเอนเตอร์เทนพรรคพวกกันเอง โดยเอาชื่อตำรวจ สรรพกร กทม. ที่สามารถมีส่วนลดได้ นำไปใช้ลดราคาให้กับพรรคพวกของตัวเอง โดยลงบิลไว้เพื่อให้เจ้าของร้านดู เพราะพนักงานไม่มีส่วนลดให้อยู่แล้ว เลยต้องหาทางออก” รอง ผบช.น. ให้ความเห็น

โดนบกพร่อง-วินัย! หากพบมี ตร.ใช้บริการวิคตอเรียจริง ขัดแย้งคำให้การ

หากผลการสอบสวนพบว่า มีนายตำรวจบางคนไปใช้บริการจริง ซึ่งขัดแย้งกับรายงานที่เขียนชี้แจงมานั้น จะมีบทลงโทษอย่างไร ผู้สื่อข่าวถาม รอง ผบช.น. โดย พล.ต.ต.กฤตธาพล ตอบว่า กรณีถ้าไปจริงมีหลักฐานชัดเจน จะมีความผิดฐานบกพร่อง เพราะไปยุ่งเกี่ยวกับสถานบริการ

ส่วนกรณีทำรายงานขัดกับผลการสอบสวนนั้น มีความผิดทางวินัย ซึ่งตนเป็นคณะกรรมการสอบสวน ไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชา ดังนั้น หากจะให้การปฏิเสธ หรือรับสารภาพ เป็นเรื่องของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งคณะกรรมการก็จะแสวงหาพยานหลักฐาน และทำรายงานเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตัดสินต่อไป

“ผมเองเคยทำงานในพื้นที่ และเข้าใจตำรวจในพื้นที่ การเข้าไปตรวจสถานบริการเป็นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว แต่เมื่อไปตรวจเอกสาร ตรวจพนักงาน บางทีมีเจ้าของร้านสั่งเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เลย และก็ไปลงบิลค่ากาแฟตำรวจ บางทีตำรวจเองก็ไม่รู้ ก็ต้องระมัดระวัง” รอง ผบช.น. อธิบาย

เมื่อถามว่า ตำรวจทั้ง 5 นายที่ออกนอกพื้นที่ได้กลับไปอยู่ สน.หรือยัง รอง ผบช.น. ตอบว่า น่าจะยังไม่ได้กลับ แต่ตนไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ ตนเป็นแค่คณะกรรมการสืบสวนหาตัวตำรวจที่เข้าไปใช้บริการที่วิคตอเรียฯ เท่านั้น ทำงานคนละส่วนกัน

ไม่ห่วงคนมองช่วยพวกพ้อง ลั่น ทำงานตรงไปตรงมา มีหน่วยงานอื่นร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.กฤตธาพล ย้ำว่า ไม่ห่วงว่าประชาชนมองว่าช่วยเหลือกันเอง เพราะตนตั้งมั่นทำงานอย่างตรงไปตรงมา และไม่ใช่เพียงแค่ตำรวจที่ทำคดีนี้หน่วยเดียวเท่านั้น แต่ยังมี ป.ป.ท. และ ป.ป.ป. มาร่วมทำงานนี้ด้วย ไปสอบปากคำพยานด้วยกัน หลักฐานก็มีเหมือนกันหมด ดังนั้น ไม่ได้ช่วยพวกเดียวกันเองแน่นอน

จับตาดูกันต่อไปว่า ผลการสืบสวนจะมีนายตำรวจท่านใดที่เข้าไปใช้บริการวิคตอเรีย ซีเครทบ้าง หรือจะไม่มีเลย อย่างที่ตำรวจทุกนายทำรายงานชี้แจงมายังคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน