วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประกันรถ พ่นพิษ EP.2 ข้อมูลรถรั่วได้ไง ผู้เสียหายคาใจ ใครเอี่ยว หวั่นถูกใช้หลอกเหยื่อรายใหม่

ยังเป็นข้อคาใจของคนไทยในสังคม หลังเกิดกรณี กับดักหลอกล่อ แฉเล่ห์สาวแสบ ของแถมเพียบ อ้างโปรดีมีถึงสิ้นเดือน (คลิกอ่านข่าว) มิจฉาชีพโทรมาหลอกให้คนซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยมีข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ของผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ออกรถเมื่อปีไหน ออกกับศูนย์รถที่ใด เลขตัวถังอะไร เคยทำประกันกับบริษัทไหน และวันหมดอายุของประกันภัย

ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมดนี้เอง กับคำอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์รถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ได้กลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้เสียหาย ต่างเชื่ออย่างสนิทใจ จึงตัดสินใจโอนเงินซื้อประกันภัยรถยนต์ 

และนับเป็นที่น่าแปลกใจว่า ข้อมูลลูกค้าหลุดมาหรือไม่? มีการซื้อขายข้อมูลหรืออย่างไร? ทีมข่าวมีคำตอบ...

ปมคาใจ ข้อมูลส่วนตัว เลขตัวถัง มิจฉาชีพได้มาอย่างไร

"พวกเราข้องใจมาก เพราะจากการคุยกันในกลุ่ม โดยมากทุกคนจะใช้รถยี่ห้อนี้กันเกือบ 90% ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าข้อมูลทั้งหมดอาจมาจากบริษัทรถที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้าง อยากให้ช่วยตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด"

นี่คือคำร้องขอจากผู้เสียหายคนหนึ่งเอ่ยกับทีมข่าว และกลุ่มผู้เสียหายเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ยี่ห้อยอดนิยมของไทย ตั้งข้อสงสัยไปในทิศทางเดียวกัน ว่า ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาที่แม่นเป๊ะทุกอย่างต้องมีที่มาอย่างเงื่อนงำ มิจฉาชีพจึงมั่นใจและกล้านำมาเป็นข้อมูลในการโทรคุยจนผู้เสียหายไว้ใจ จนตกลงโอนเงินไปทำประกันด้วยนั้น พวกมิจฉาชีพ ได้ข้อมูลจากที่ไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจหลุดมาจากบริษัทรถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว

ทีมข่าวสอบถามไปยังบริษัทรถยนต์ที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้างจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ซึ่งกว่าจะได้พูดคุยกันนั้น มีการโอนสาย 4 ครั้งให้กับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งได้รับคำชี้แจง โดยทางบริษัททราบเรื่องและได้รับร้องเรียนจากลูกค้าที่โดนหลอกให้โอนเงินหลายรายเหมือนกัน ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบตามกระบวนการของบริษัท หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะติดต่อแจ้งกับทีมข่าวอีกครั้ง ส่วนข้อมูลลูกค้าที่สงสัยว่าจะหลุดจากบริษัทรถยนต์นั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่ได้หลุดจากบริษัทแน่นอน เพราะบริษัทคำนึงถึงข้อมูลของลูกค้าเป็นหลัก จะไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับกลุ่มบุคคลภายนอก

จ่อออกหมายเรียก เข้าข่ายฟอกเงิน เค้นสอบที่มาของข้อมูลผู้เสียหาย

กองบังคับการปราบปราม หลังได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ครบ 1 สัปดาห์ ที่ผู้เสียหายนำเอกสารหลักฐานการโอนเงินของผู้เสียหายมอบให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามประกอบพิจารณาคดีก็รีบดำเนินการ จัดตั้งทีมมาตรวจสอบและสอบสวนคดีนี้โดยเฉพาะเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เผยความคืบหน้ากับทีมข่าวที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 61 เวลา 10.50 น. โดยผู้เสียหายจำนวน 20 กว่ารายได้ร้องทุกข์ไว้ในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนรายที่เหลือทางเราได้ประสานไปทางพนักงานสอบสวนว่า ให้เร่งรัดดำเนินการให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ ซึ่งพนักงานท้องที่ก็จะเร่งรัดดำเนินการให้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังรวบรวมหลักฐาน ติดตามหาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการออกหมายเรียกนั้น ต้องรอผลการตรวจสอบธุรกรรมของทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จึงจะออกหมายเรียกได้ ซึ่งไม่สามารถระบุวันได้ชัดเจน เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการอื่น ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ทำคดีพวกโกงเป็นอาชีพ ต้องดำเนินการด้วยวิธีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

พร้อมชี้แนะหากถูกหลอก ให้แจ้งพื้นที่เกิดเหตุ แล้วส่งข้อมูล หลักฐานการแจ้งความร้องทุกข์ให้ทางกองบังคับการปราบปราม นำไปเป็นมูลฐานในการดำเนินการความผิดตามกฎหมายป้องกันการปราบปรามฟอกเงิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

และฝากเตือนประชาชนต้องหนักแน่น อย่าไปเชื่อการพูดคุยทางโทรศัพท์มาก การสื่อสารในปัจจุบันสะดวกทั้งการติดต่อและการตรวจสอบ หากจะทำประกันกับบริษัทไหน มีเบอร์ในเว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆ โทรสอบถามได้เลย เสียเวลาตรวจสอบนิดหนึ่งดีกว่ามานั่งทุกข์ใจทีหลัง และอย่าเห็นแก่ส่วนลดเบี้ยประกันที่เสนอมา ซึ่งเป็นช่องทางให้ถูกหลอกลวง

คปภ. ไม่ยอมความ หลอกลวง 100 % เสนอขายประกันโดยที่ไม่มีใบอนุญาต

นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล พนักงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และตัวแทนบริษัทประกันภัย 10 บริษัท ที่นำยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้กองบังคับการปราบปรามเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 61 กรณี บริษัท ที.ไอ.เอส. ควอลิตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งมี น.ส.จุฑาภาส อังกาพย์ ฐานะกรรมการบริษัท

โดยนายคณานุสรณ์เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เป็นการทำผิดขายประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ จากนายทะเบียน ถือเป็นการหลอกลวง 100 % เพราะไม่เคยดีลกับบริษัทประกันภัย และแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทรถยนต์ชื่อดังเจ้าหนึ่งของไทย และเป็นคดีฉ้อโกง ซึ่งยอมความกันได้ หากผู้เสียหายได้รับเงินคืนและถอนแจ้งความ จึงเป็นช่องโหว่ให้ก่อเหตุหลอกเหยื่อรายใหม่ซึ่งอยู่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ตราด ภาคตะวันออกของไทย เนื่องจากที่ตั้งของสำนักงานอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ

โดยนายคณานุสรณ์ย้อนเล่าถึงเรื่องการหลอกลวงในสังคมปัจจุบันว่า ไม่ได้มีแค่หลอกขายประกันภัยรถอย่างเดียว มีแทบทุกวงการแล้วแต่มิจฉาชีพคิดกลยุทธ์ ก่อนหน้านี้มีนายหน้าขายประกันถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว โดยมากเป็นเรื่องรับเงินจากลูกค้าแล้วไม่นำส่งเข้าบริษัท บริษัทประกันภัยก็มารับผิดชอบและไล่เบี้ยคืนเองกับนายหน้านั้นๆ ที่ทำผิด

“เคสนี้มีผู้เสียหาย 2 ส่วน ส่วนแรกคือผู้เสียหายจริงๆ ที่เป็นผู้ถูกหลอกลวงตามคดีฉ้อโกง ส่วนคดีที่ทาง คปภ. ซึ่งเป็นผู้เสียหาย คือ 1. เสนอขายประกันโดยที่ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน เช่น ขายไป 100 ราย ก็คูณไป ซึ่งเป็นคดีอาญา แต่คดีฉ้อโกง ยอมความกันได้ ถ้าผู้เสียหายได้ตังค์คืนแล้วมาขอถอนเรื่อง แต่คดีไม่มีใบอนุญาต เป็นคดีกฎหมายมหาชน คปภ. ไม่ยอมความแน่นอน”

ทางรอด ตกเป็นเหยื่อ ช่องทางตรวจสอบมีใบอนุญาตนายหน้าหรือไม่

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อนั้น นายคณานุสรณ์ แนะนำว่าหากมีคนโทรมาเสนอขายประกันภัยทางโทรศัพท์ ทุกคนมีสิทธิ์ขอตรวจสอบได้โดยขอชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวของนายหน้าที่โทรมาหา ซึ่งนายหน้าที่มีใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องบอกทุกครั้ง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเช็กกับเว็บไซต์ คปภ.www.oic.or.th ว่ามีใบอนุญาตนายหน้าจริงไหม หรือหลังตกลงแจ้งทำประกันภัยว่าทำกับบริษัทไหน ให้ขอเลขรับแจ้งก่อนจ่ายเงิน แล้วโทรไปหาบริษัทประกันภัยนั้นๆ ว่าเลขรับแจ้งได้ต่อหรือยัง หากข้อมูลเกี่ยวกับรถ ประกันภัยถูกต้อง ปัญหาการหลอกด้วยวิธีนี้ก็ไม่เกิด ทุกอย่างสามารถขอตรวจสอบได้ หากโทรกลับแล้วไม่รับ ให้ตัดทิ้งได้เลย เข้าข่ายมิจฉาชีพแน่นอน

รวมพลังเหยื่อ อย่าให้คนผิดมีที่ยืนในสังคม ชี้ช่องทางได้เงินคืน

นายสุภวัฒน์ ถาวรทวีวงษ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเพิ่มเติมว่า กว่าตนจะได้เงินคืนนั้นต้องใช้ความพยายาม ทั้งกระหน่ำโทรและไลน์ ไปแจ้งความ จึงเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกหลอกว่าเสียใจแค่ไหน และให้ช่องทางกับผู้เสียหายคนอื่นๆ ที่อาจจะเพิ่งรู้ว่าโดนหลอก สามารถติดต่อเข้ากลุ่มไลน์ผู้เสียหาย เพื่อรับคำแนะนำการติดตามเงินคืน และได้มารวมกลุ่ม ดำเนินการทางกฎหมาย ต่อสู้ไม่ให้ น.ส.จุฑาภาส ไปหลอกใครได้อีก สามารถโทรได้ที่หมายเลข 0894418552 ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายก็ได้ช่วยกันทุกวิถีทาง หาข้อมูลต่างๆ ของผู้กระทำผิด จนพบว่าเคยเปิดบริษัทหนึ่งมาก่อนแล้ว ส่วนบริษัทล่าสุด ได้ไปดูยังพื้นที่จริงตามข้อมูลจดทะเบียน พบว่าเป็นห้องแถวใต้อพาร์ตเมนต์หนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

อย่างไรก็ตามทีมข่าวได้โทรหาเบอร์ของมิจฉาชีพ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามแนวทางแก้ไข พบว่ายังรับสายตามปกติ โดยผู้รับสายบอกว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท บริษัท ที.ไอ.เอส อยู่แผนกประสานงาน ไม่ได้อยู่ฝ่ายขาย ทีมข่าวจึงสอบถามว่า “มีข่าวว่าบริษัทพี่ถูกร้องเรียนกับกองบังคับการปราบราม จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้กรมธรรม์

เจ้าหน้าที่ตอบกลับว่า “เอาอย่างนี้ละกัน ขึ้นอยู่กับคุณตัดสินใจ ถ้าคุณไม่โอเค ไม่สะดวกอย่างไร คุณจะทำเรื่องคืนเงินก็ได้ คุณไปตรวจสอบนะ มีรวมตัวกันไปกองปราบ 30 คน มีลูกค้าขอเงินคืนจากทางเราอยู่ประมาณ 3-4 คน ที่เหลือได้เงินคืนไปแล้ว

ทีมข่าวซักไซ้ต่อ โดยบอกว่า เจ้าหน้าที่บอกว่า คุณไม่ได้มีใบอนุญาตนายหน้าขายประกัน

เจ้าหน้าที่ : ขอโทษนะคะ พี่ไม่ได้ชื่อจุฑาภาส คุณต้องทำความเข้าใจก่อนนะ

ทีมข่าว : แล้วจะติดต่อจุฑาภาสได้อย่างไร

เจ้าหน้าที่ : นายไม่รับสายอยู่แล้ว นายไม่ได้อยู่ส่วนนี้

บทสรุป ของ ประกันภัย พ่นพิษ ครั้งนี้จะนำคนผิดมาดำเนินคดีได้หรือไม่ ต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินการกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

คลายปมคาใจ ข้อมูลส่วนตัว เลขตัวถัง มิจฉาชีพได้มาอย่างไร รวมถึงคืบหน้าหลังกองบังคับการกองปราบปรามรับเรื่องร้องทุกข์