วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

40 กิโลเมตรต่อลิตร! PORSCHE PANAMERA 4E HYBRID

Porsche เติมเต็มสายพันธุ์ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตซาลูนรุ่น Panamera ด้วยรถเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Panamera Sport Turismo โดยทำการเปิดผ้าคลุมเป็นครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ Geneva Motor Show (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 19 มีนาคม 2560) เป็นการเปิดตัวซาลูนประสิทธิภาพสูงครบถ้วนทั้ง 5 รุ่น ได้แก่ Panamera 4 / Panamera 4S / Panamera 4S Diesel / Panamera 4 E-Hybrid และ  Panamera Turbo ต่อยอดความสำเร็จของสปอร์ตซาลูนเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในงานออกแบบและปรับแต่งสมรรถนะ ในฐานะยนตรกรรม 4 ประตูสุดหรู โดยรักษาเอกลักษณ์ของ Porsche ด้วยการขับขี่สไตล์สปอร์ต

Panamera รุ่น Turbo Sport Turismo ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า หรือ 404 กิโลวัตต์ ผสมผสานความอเนกประสงค์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระแบบใหม่ ฝากระโปรงท้ายที่กว้างและออกแบบให้ต่ำลงเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถ แนวคิดการออกแบบห้องโดยสารสไตล์ 4+1 ที่นั่งใน New Panamera คือความลงตัวของสมรรถนะและความหรูหรา ถือเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 

จากความล้ำหน้าในเชิงของเทคโนโลยียานยนต์และการออกแบบที่เน้นความอเนกประสงค์ Porsche Panamera Sport Turismo เป็นยนตรกรรมที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมอนาคต แนวทางการออกแบบห้องโดยสารยุคดิจิตอล Porsche Advanced Cockpit ระบบช่วยเหลือการขับขี่รุ่นล่าสุด Porsche InnoDrive* พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive cruise control

ช่วงล่างไฟฟ้าแบบปรับระดับความสูงได้ 

ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering

ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC Sport) ระบบควบคุมการทรงตัวแบบใหม่ electronic roll stabilization รวมทั้งระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง

Panamera Sport Turismo ทุกคันได้รับการติดตั้ง Porsche Traction Management (PTM) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ถ่ายทอดกำลังผ่าน multi-plate clutch ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับ Panamera รุ่น S ได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ภาพลักษณ์ที่ดุดันสไตล์สปอร์ต มิติตัวถังมีความยาว 5,049 มิลลิเมตร สูง 1,428 มิลลิเมตร กว้าง 1,937 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร เสริมความสปอร์ตด้วยระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นลง พร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว ความแตกต่างเกิดขึ้นตั้งแต่เสาประตูกลางหรือ B-pillars ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของประตูบานหลังทั้ง 2 ฝั่ง Panamera Turbo Sport Turismo ได้รับการออกแบบตัวถังด้านท้ายที่ยึดโยงกับเส้นสายของ Panamera รุ่นที่แล้ว แนวโป่งซุ้มล้อพลิ้วไหวต่อเนื่อง จรดกับเส้นขอบหน้าต่างประตูที่เล่นระดับได้อย่างกลมกลืนลงตัวกับแนวหลังคาที่ลาดต่ำสไตล์รถท้ายตัด ให้มุมมองที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว รูปทรงของตัวถังด้านหลังที่วางระดับต่ำกว่าขอบกระจก ส่งผลให้เสาประตูบานท้ายหรือ D-pillar บ่งบอกถึงลักษณะของตัวถังแบบคูเป้ที่ชัดเจนมากขึ้น

สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับอัตโนมัติ ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์คลาสเดียวกัน บริเวณฝาท้ายของ Panamera Turbo Sport Turismo ติดตั้งระบบสปอยเลอร์ทำงานด้วยไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์ที่ใช้ในการปรับการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยการทำงานของสปอยเลอร์หลังดังกล่าวจะได้รับการปรับระดับได้ถึง 3 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่และฟังก์ชั่นการปรับตั้งตัวรถที่ถูกเลือกใช้งานในขณะนั้นเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างแรงกดด้านท้ายรถได้สูงสุดถึง 50 กิโลกรัม ที่ความเร็วไม่เกิน 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคุมการทำงานด้วยระบบ Porsche Active Aerodynamics (PAA) – สามารถปรับตำแหน่งของสปอยเลอร์ที่ -7 องศา เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดแรงต้านซึ่งเป็นการเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงให้ดีขึ้น

ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงเกินกว่า 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สปอยเลอร์หลังจะถูกปรับระดับโดยอัตโนมัติไปยังตำแหน่งที่เน้นสมรรถนะการขับขี่สูงสุดที่ +1 องศา ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการบังคับควบคุมให้มั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะในแนวราบ ทั้งนี้เมื่อผู้ขับขี่ได้ทำการเลือกรูปแบบการทำงานของตัวรถในโหมด Sport และ Sport Plus สปอยเลอร์หลังจะทำงานในตำแหน่งดังกล่าวทันทีที่ความเร็วของรถสูงกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ระบบควบคุม PAA ยังรับหน้าที่ในการปรับระดับของสปอยเลอร์หลังไปยังตำแหน่ง +26 องศา เมื่อตรวจพบว่าหลังคาพาโนรามิค ถูกสั่งการให้เลื่อนเปิดในขณะขับขี่ที่ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสูงกว่า เพื่อเป็นการลดเสียงรบกวนจากลมปะทะ

Panamera Sport Turismo ใหม่ คือรถยนต์ 4 ประตูคันแรกของ Porsche ที่ได้รับการออกแบบห้องโดยสารตอนหลังเพื่อรองรับผู้โดยสาร 3 ที่นั่ง เบาะนั่งหลังด้านซ้ายและขวาได้รับการติดตั้งด้วยเบาะแบบแยกที่นั่ง เพื่อรักษาความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนเปี่ยมสมรรถนะรวมทั้งความหรูหราสะดวกสบายสูงสุดไว้เช่นเดิม สิ่งที่เพิ่มเติมคือขีดความสามารถในการปรับเปลี่ยนห้องโดยสารตอนหลังให้รองรับการใช้งานแบบ 2+1 ที่นั่งได้ สำหรับ Panamera Sport Turismo สามารถเลือกห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่ง พร้อมติดตั้งเบาะตอนหลังแบบแยกอิสระ ปรับระดับด้วยไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์พิเศษ

แนวหลังคาที่ยกตัวสูงขึ้นใน Panamera Sport Turismo ช่วยให้การเข้าและออกจากห้องโดยสารมีความสะดวกสบายขึ้น เป็นการเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะให้แก่ผู้โดยสารตอนหลัง อรรถประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นสำหรับการใช้งานห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เกิดขึ้นจากขอบฝากระโปรงท้ายที่วางตัวในระดับที่ต่ำลงเปิดได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ระบบเปิดและปิดฝากระโปรงท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้าได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยความสูงของพื้นห้องบรรทุกสัมภาระอยู่ที่ 628 มิลลิเมตร ปริมาตรความจุสูงสุดในรุ่น Sport Turismo อยู่ที่ 520 ลิตร

ส่วน Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo อยู่ที่ 425 ลิตร มากกว่ารุ่นตัวถังสปอร์ตซาลูนถึง 20 ลิตร สามารถเพิ่มปริมาตรความจุได้อีก 50 ลิตร เมื่อทำการพับเบาะหลังลง พนักพิงเบาะหลังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการพับได้อย่างอิสระ (40:20:40) ระบบการปลดล็อกเบาะหลังแบบไฟฟ้า ภายในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เมื่อพับพนักพิงเบาะหลังลงทั้งหมด จะเพิ่มปริมาตรความจุได้ถึง 1,390 ลิตร สำหรับ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo อยู่ที่ 1,295 ลิตร

Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo เติมเต็มศักยภาพในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของห้องเก็บสัมภาระท้ายรถได้อย่างอิสระ ตอบรับทุกความต้องการอย่างสมบูรณ์แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมเสริมความปลอดภัยในการบรรทุกด้วยแนวรางเลื่อน 2 แนวบริเวณพื้นรถ จุดยึดสัมภาระ 4 จุด และตาข่ายป้องกันสิ่งของลื่นไถล นอกจากนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งจุดจ่ายกระแสไฟขนาด 230-V ภายในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถเป็นอุปกรณ์พิเศษ

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Porsche Panamera 4 Sport Turismo 
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.6-12.8 กิโลเมตรต่อลิตร (7.9-7.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร); อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 180–178 กรัมต่อกิโลเมตร


Porsche Panamera 4 Sport Turismo
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.0-12.1 กิโลเมตรต่อลิตร (8.3-8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร); อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 189–187 กรัมต่อกิโลเมตร

Porsche Panamera 4S Diesel Sport Turismo
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.7-14.9 กิโลเมตรต่อลิตร (6.8-6.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร); อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 178–176 กรัมต่อกิโลเมตร


Porsche Panamera Turbo Sport Turismo
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.5-10.6 กิโลเมตรต่อลิตร (9.5-9.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร); อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 217-215 กรัมต่อกิโลเมตร

Porsche Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo 
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อลิตร (2.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร); อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า 15.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 56 กรัมต่อกิโลเมตร

Porsche เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าด้วยรถยนต์ไฮบริดรุ่นล่าสุด new Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo เรือธงลำใหม่ประจำอนุกรมสปอร์ตซีดานพันธุ์หรู ขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง

ผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของ 2 ระบบขับเคลื่อน ทำให้ Panamera 4E Hybrid Sport Turismo มีกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์) ทันทีที่เข็มวัดตวัดขึ้นจากรอบเดินเบา แรงบิดระดับมหาศาลกว่า 850 นิวตันเมตรของ Panamera Turbo ตอบสนองดีขึ้นมาก อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.4 วินาที ทะยานทะลุเพดานความเร็วสูงสุด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลง ด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน New European Driving Cycle (NEDC) ที่ 33.3 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.0 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร Sport Turismo คันนี้สามารถวิ่งโดยใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยทำระยะทางได้ถึง 49 กิโลเมตร เป็นการวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์ และไม่มีการปล่อยมลภาวะออกมาแม้แต่น้อย

Porsche Panamera Turbo S E-Hybird Sport Turismo ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยานยนต์สไตล์แกรนด์ทัวริ่งระดับหรูได้อย่างเต็มภาคภูมิ ความพิเศษอื่นที่ Porsche บรรจงสร้างสรรค์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่ บรรทุกสัมภาระได้อย่างจุใจ จากการลดความสูงของขอบฝาท้าย ปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องโดยสารเพื่อเพิ่มปริมาตรความจุห้องเก็บสัมภาระ และพร้อมรองรับผู้โดยสารเต็มพิกัดถึง 4+1 ที่นั่ง

Panamera 4E-Hybird Sport Turismo ยานยนต์ตระกูลสปอร์ตซาลูนสายพันธุ์หรู กลายเป็นผู้เล่นที่กำหนดบรรทัดฐานใหม่ในแง่มุมของอรรถประโยชน์จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน Porsche ประสานเอกลักษณ์ในงานออกแบบดีไซน์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับอัจฉริยภาพของความสะดวกสบาย และที่สำคัญยังคงรักษาเอาไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพสูงสุดไม่เปลี่ยนแปลง

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.4 วินาที ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 40 กิโลเมตรต่อลิตร (2.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) ในฐานะเดียวกับเรือธงรุ่นสูงสุดของตระกูลสปอร์ตซาลูนของ Panamera ค่าย Porsche ตั้งใจที่จะบรรลุแหล่งกำเนิดพลังขับเคลื่อนที่ให้สมรรถนะชั้นเลิศจากนวัตกรรมเทคโนโลยีไฮบริดลงในตัวถังของ Panamera Spot Turismo

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ใน Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo ที่ถ่ายทอดความเป็นเลิศมาจากรถซุปเปอร์สปอร์ต Porsche 918 Spyder เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ (550 แรงม้า/404 กิโลวัตต์) ทำงานร่วมกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ก่อกำเนิดแรงบิดมหาศาลมากถึง 850 นิวตันเมตร ตั้งแต่รอบการทำงานต่ำเพียง 1,400 รอบต่อนาที

อุปกรณ์ decoupler ติดตั้งรวมอยู่กับ hybrid module ทำงานด้วยระบบ electromechanically ตัดต่อกำลังผ่านชุดคลัทช์ไฟฟ้า หรือ Electric Clutch Actuator ให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็วและนุ่มนวลยิ่งขึ้นอีกขั้น ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 8 จังหวะ Porsche Doppelkupplung (PDK) เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ฉับไว แม่นยำ พุ่งทะยานต่อเนื่องไปแตะหลักความเร็วที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 8.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดไปได้ถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากมีถนนที่โล่งพอ 

ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง 33.3 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.0 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 17.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo สามารถวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ไกล 49 กิโลเมตร โดยทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ สำหรับแบตเตอรี่คุณภาพสูงสามารถชาร์จไฟได้ถึง 14.1 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และชาร์จคืนกลับจนเต็มภายในระยะเวลาตั้งแต่ 2.4 ถึง 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชุดอุปกรณ์เชื่อมต่อ


Porsche Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo คือศูนย์รวมเทคโนโลยีล้ำอนาคตของสปอร์ตซีดานตระกูล Panamera ในรถรุ่นใหม่เจเนอเรชั่นที่ 2 ประกอบด้วย ระบบควบคุมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นล่าสุด Porsche Advanced Cockpit ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Porsche InnoDrive ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ adaptive cruise control และระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง หรือ rear-axle steering เป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม สปอยเลอร์หลังคาปรับระดับอัตโนมัติ เป็นนวัตกรรมล่าสุดของ Panamera ตำแหน่งของสปอยเลอร์หลังคาปรับระดับอัตโนมัติจะทำงานในสภาวการณ์ที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ การปรับองศาขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และการปรับตั้งจากแผงควบคุม สร้างแรงกดส่วนท้ายสูงสุดกว่า 50 กิโลกรัม เมื่อวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังทำหน้าที่ลดแรงต้านอากาศ ด้วยการปรับมุมการทำงานไปยังตำแหน่ง -7 องศา ผลลัพธ์คือ อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ในระดับความเร็วที่สูงกว่า 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สปอยเลอร์หลังคาจะปรับมุมการทำงานไปที่ +1 องศา หรือตำแหน่ง “Performance” แบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะในแนวราบ ทั้งนี้ ในกรณีที่เลือกใช้โหมดการขับขี่ “Sport” และ “Sport Plus” สปอยเลอร์หลังคาจะได้รับการปรับตั้งมายังตำแหน่งนี้ที่ระดับความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสูงกว่าระบบ PAA ทำหน้าที่ปรับตำแหน่งไปที่ 26 องศา ในกรณีที่เปิดหลังคาพาโนรามิก ขณะวิ่งด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรหรือสูงกว่า สปอยเลอร์หลังคาจะช่วยลดเสียงรบกวนจากกระแสลมภายนอกให้น้อยลง

Panamera new Sport Turismo 2018 คือผลลัพธ์ของการออกแบบรถยนต์สปอร์ตซาลูนที่มีความละเมียดละไม แนวหลังคาที่ลากยาวต่อเนื่องจรดท้ายรถ ทำให้การเข้าและออกจากห้องโดยสารเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย การเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลังทำให้มีที่ว่างมากขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มเติมจากการออกแบบฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่ที่เปิดออกได้ในมุมกว้างด้วยระบบไฟฟ้า ขอบของพื้นที่บรรทุกวางตัวสูงจากพื้น 628 มิลลิเมตร เบาะนั่งตอนหลังที่สามารถใช้งานในแบบ 2+1 ทำให้ new Panamera คันนี้ กลายเป็นรถยนต์แบบ 4+1 ที่นั่ง เจ้าของ Panamera Sport Turismo สามารถเลือกสั่งติดตั้งเบาะนั่งคู่หลังแบบแยกอิสระ ปรับระดับด้วยไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์พิเศษ คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของซาลูนสุดแรง 4 ที่นั่งได้ตามต้องการ

Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo มีปริมาตรความจุห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย 425 ลิตร เบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับราบลงกับพื้นอย่างสมบูรณ์ หรือแยกพับในสัดส่วน 40:20:40 ผ่านสวิตช์ปลดล็อกระบบไฟฟ้าภายในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เมื่อคิดจากพื้นรถจรดแนวหลังคา ปริมาตรความจุของห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายจะเพิ่มขึ้นถึง 1,295 ลิตร

Porsche Panamera Turbo S E-Hybrid Sport Turismo มีอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเติมเข้ามาได้แก่

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC Sport)

ระบบ roll stabilisation พร้อมระบบควบคุมแรงบิด Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus)

ชุดเฟืองท้ายแบบ differential lock

ระบบเบรกเซรามิกสมรรถนะสูง Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB)

ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ลาย 911 turbo

ระบบพวงมาลัย Power Steering Plus

ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะสปอร์ต โครโน (Sport Chono Package)

ระบบปรับอากาศ auxiliary air conditioning 


เช่นเดียวกับ Panamera Sport Turismo ทุกคัน รุ่นที่มีกำลัง 440 แรงม้า (324 กิโลวัตต์) ขึ้นไป จะได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับความสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีล่าสุด adaptive three-chamber air suspension พร้อมระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ตและความนุ่มนวลสะดวกสบายในการโดยสารตลอดการเดินทาง.

ราคา Porsche Panamera by AAS AUTO

Porsche Panamera 4 E-Hybrid ราคาเริ่มต้น 9.8 ล้านบาท 

Porsche Panamera 4S ราคาเริ่มต้น 13.5 ล้านบาท

Porsche Panamera Turbo ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358

รีวิวสปอร์ตซาลูน Porsche New Panamera มาครบทั้งเบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้าและรุ่นเบนซินเทอร์โบสุดแรง รุ่น 4E Hybrid จิบ 40 กิโลเมตรต่อลิตร! 31 ม.ค. 2561 14:14 ไทยรัฐ