วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คดีที่ทำให้สังคมทุกข์ใจ

คดีที่ทำให้สังคมทุกข์ใจ

  • Share:

คดีอื้อฉาวคาวโลกีย์ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกร้องเรียนกล่าวหามีพฤติการณ์เป็นชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี แม้จะกำลังเดินไปตามกระบวนการกฎหมาย ทั้งการสอบสวนทางวินัยและความผิดทางอาญา แต่สังคมทั่วไปที่ใจร้อน อาจมองว่าค่อนข้างล่าช้า สาเหตุสำคัญเพราะ ผอ.หลบหน้าไป

ตำรวจ สภ.บัวใหญ่เปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียก ผอ.ให้ไปรับทราบข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 20 ปาก คดีมีความคืบหน้ากว่า 50% คงเหลือแต่เพียงการสอบปากคำ ผอ. และเด็กหญิงผู้เสียหาย แต่ได้รับโทรศัพท์แจ้งจาก ผอ.ว่าจะเข้ามอบตัวในเร็ววัน คาดว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ภายในสัปดาห์นี้

ส่วนการสอบสวนความผิดทางวินัย ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง และต้องให้เสร็จภายใน 180 วัน แต่ถ้าสอบสวนไม่เสร็จ สามารถขยายเวลาได้อีก 60 วัน น่าสงสัยว่าทำไมจะต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือน เพราะการสอบสวนโทษทางวินัยไม่น่าจะเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน

คดีนี้เป็นคดีที่สั่นสะเทือนสังคม ทำให้สังคมทุกข์ใจ แม้จะไม่ใช่คดีอาญาร้ายแรงเหมือนคดีฆาตกรรม แต่เป็นการกล่าวหาข้าราชการในความผิดทางวินัยร้ายแรง เป็นความผิดทางศีลธรรมร้ายแรง เพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นครู เป็นผู้บริหารโรงเรียน มีหน้าที่อบรมเยาวชนของชาติให้มีความรู้ในทางวิชาการ และเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านศีลธรรมจริยธรรม

สังคมสงสัยว่าทำไมครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ผ่านการศึกษาอบรมอย่างดี ทั้งด้านวิชาการและจริยศึกษา จึงมีพฤติกรรมดังที่ถูกกล่าวหา กระบวนการการคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นไปด้วยความโปร่งใสหรือไม่ กรณี ผอ.ที่เป็นข่าว มีรายงานข่าวว่าเคยก่อเรื่องลักษณะเดียวกันกับเด็กหญิงชั้น ป.6 ขณะที่อยู่ที่โรงเรียนเก่า

รายงานข่าวระบุว่า กรณีเด็ก ป.6 สามารถตกลงยอมความกันได้ ด้วยการจ่ายเงิน 2 แสนบาทให้ผู้ปกครอง และก่อนที่จะย้ายมาเป็น ผอ.ที่โรงเรียนใหม่ มีบุคลากรของโรงเรียนใหม่คัดค้าน เพราะเกรงว่าจะก่อพฤติกรรมเหมือนเดิมอีก แต่คณะผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ฟัง เสียงคัดค้าน ในที่สุดก็เกิดเรื่องอีก แต่คราวนี้ฉาวโฉ่ทั่วประเทศ

กรณีนี้จะต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ทั้งด้านวินัยและด้านอาญา และไม่ควรจะล่าช้าเกินความจำเป็น โดยเฉพาะด้านวินัยน่าจะเร่งรัดได้ แต่การลงโทษแค่ไล่ออกหรือปลดออกจากราชการยังไม่พอ หากผิดจริงต้องเอาเรื่องถึงติดคุก เพราะเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม เป็นภัยต่อเด็กหญิง เพื่อคืนความยุติธรรมให้เด็กผู้เสียหาย คืนความสบายใจให้สังคม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้