วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประกันรถ พ่นพิษ EP.1 กับดักหลอกล่อ แฉเล่ห์สาวแสบ ของแถมเพียบ อ้างโปรดีมีถึงสิ้นเดือน

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าและโลกอินเทอร์เน็ตกำลังบูม มือถือนอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้คนติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายและรวดเร็วแล้ว ยังทำได้สารพัด ทั้งดูหนัง ดูละคร ฟังเพลง ฯลฯ หรือแม้กระทั่งทำธุรกรรมการเงิน สุดแสนจะสะดวกสบายแค่ปลายนิ้วคลิก พวกมิจฉาชีพจึงสบโอกาส โทรหว่านล้อมหลอกเหยื่อจนตกหลุมพราง โอนเงินให้อย่างง่ายดาย

ดังกรณีล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมตัวแทนบริษัทประกันภัย 10 บริษัท และผู้เสียหาย (บางส่วน) 30 คนที่ถูกหลอกซื้อประกันภัยรถยนต์ สูญกว่า 5 ล้านบาท ร้องกองปราบปราม ให้ช่วยดำเนินคดี บริษัท ที.ไอ.เอส. ควอลิตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งมี น.ส.จุฑาภาส อังกาพย์ เป็นกรรมการบริษัท หลอกขายประกันภัยรถยนต์ทางโทรศัพท์

หญิงสาว วัย 25 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกโกงเงินต่อประกันรถยนต์ 16,950 บาท ซึ่งได้ไปร้องเรียนกับกองปราบปราม ได้เปิดเผย กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงแผนแยบยล ล่อเหยื่อให้ติดกับ หวังเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นระวังตัว

“ขอให้จับได้ และขอให้มันเข้าคุก! หนูไม่อยากให้ใครถูกหลอกเหมือนหนูอีก”

ประโยคแรกที่เธอพูดขอร้องให้ทีมข่าวช่วยเสนอข่าวนี้เพื่อเตือนคนอื่น


จากนั้นเธอก็ย้อนเล่าเหตุเคราะห์ภัยในวัยเข้าสู่เบญจเพสว่า รถยนต์ของเธอเพิ่งซื้อมา 1 ปี อีกไม่กี่เดือนประกันรถยนต์ใกล้หมดอายุ ระหว่างนี้เองก็มีโบรกเกอร์หลายบริษัทโทรมาทุกวัน วันละหลายสิบสาย จนคิดอยากจะเปลี่ยนเบอร์หนี และด้วยความที่รู้ว่ามีมิจฉาชีพเยอะ จึงระมัดระวังตัวมาก ไม่ต่อประกันกับใครใดๆ ทั้งสิ้น

ด้วยบริการแสนดีของโชว์รูมรถ ซึ่งอีก 1 เดือน ก่อนหมดประกันภัย มีพนักงานประจำโชว์รูมรถยี่ห้อดัง ที่เธอออกรถโทรมาแจ้งว่าเป็นหน่วยงานประกันประจำโชว์รูมนี้ เห็นข้อมูลของลูกค้าว่ายังไม่มีการแจ้งต่อประกัน จึงโทรสอบถามติดตามเรื่อง แต่ในใจคิดไว้ว่าจะต่อประกันกับที่นี่ แต่ยังไม่ได้ตอบตกลง เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจแน่ชัด

แต่บริการอันแสนดี กลับเป็นเวลาประจวบเหมาะให้ภัยร้ายเข้ามาคุกคาม เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์ มีสาวรายหนึ่งโทรมาหา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากโชว์รูมที่เธอออกรถ เวลาช่างประจวบเหมาะมาก จึงทำให้เธอเข้าใจว่าเป็นพนักงานโชว์รูมที่เคยคุยกันคราวก่อน คงหมุนเวียนกันโทรหาลูกค้า เพื่อปิดยอดได้ก็ได้รับค่าคอมมิชชั่นไป

“พี่ ถ้าใครได้คุยด้วยนะ ต้องตกหลุมพรางเชื่อเหมือนหนูแน่นอน เขาพูดคุย ดูฉลาด และเก่งมาก พูดจาฉะฉาน พูดให้เห็นถึงประโยชน์ของลูกค้ามากที่สุด โดยบอกว่าตอนนี้มีโปรโมชั่น แถมบัตรเติมน้ำมัน 2,000 และกล้องติดหน้ารถให้ลูกค้าที่ต่อประกันกับทางโชว์รูม แต่โปรโมชั่นนี้จะหมดสิ้นเดือนเท่านั้น เวลาหนูซัก-ถามอะไรก็ตอบได้หมด และตอบคล่องกว่าจนท.ของโชว์รูมจริงๆ ซะอีก” เธอเล่าถึงกลยุทธ์ล่อปลาให้ติดกับ และก็ทำได้สำเร็จจริงๆ เมื่อเธอตกลงซื้อประกันภัย

เมื่อเหยื่อติดกับ ผู้ร้ายก็ดำเนินเเผนการต่อไปโดยการเอาใจใส่และให้บริการทางโทรศัพท์เป็นอย่างดี แม้กระทั่งขั้นตอนการโอนเงิน โดยหากเหยื่อประสงค์ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ให้แจ้งล่วงหน้าว่าจะไปจ่ายที่ธนาคารไหน สาขาไหน ห้างอะไร จะโอนเงินประมาณกี่โมง เพื่อจะคีย์เรื่องไปยังจนท.ธนาคารนั้นๆ แต่เธอได้หารู้ไม่ว่าการให้แจ้งนั้นก็เพื่อทราบความเคลื่อนไหวของเหยื่อ

“คุยดี ดูแลดีมากค่ะพี่ โทรหาตอนไหน ไลน์ถามอะไรก็ตอบหมดทุกอย่าง อำนวยความสะดวกอย่างดี แม้กระทั่งตอนจะโอนเงิน บริการอย่างดีสุดๆ ให้ เวลาไปจ่ายเงินให้แจ้งแค่ว่ามาต่อประกันของรถยี่ห้อนี้นะ แล้วแจ้งเลขทะเบียนรถ หรือถ้าติดปัญหาอะไรก็ให้โทรมาหาได้ เดี๋ยวจะคุยกับจนท.ธนาคารให้ หนูก็เออ บริการดีแหะ”

และเมื่อเธอแจ้งเลขทะเบียนรถให้กับ จนท.ธนาคารหน้าเคาน์เตอร์ ก็มีปัญหานิดหน่อย เจ้าหน้าที่ธนาคารทำหน้างงๆ และบอกไม่มีข้อมูลตามที่แจ้งขึ้นในระบบ เธอจึงโทรหาเซลส์ประกันที่ติดต่อไว้ แล้วเขาก็ขอคุยกับจนท.ธนาคารเอง มีการขออีเมลเพื่อส่งเอกสารบางอย่างให้ และให้จนท.ปรินต์เอกสารให้ 2 ใบ โดยในเอกสารที่ให้มานั้นมีรายละเอียดชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ทะเบียนรถ ระบุของแถม ชื่อบริษัทประกันภัย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ของบริษัททีไอเอส รวมไปถึงมีโลโก้ของศูนย์รถยนต์ แล้วเธอก็กลับบ้านด้วยความสบายใจ โดยไม่เอะใจว่าได้ตกเป็นเหยื่อแล้ว

แต่แล้วความจริงเร่ิมถูกเผยว่า บริการอันแสนดีนี้มีเงื่อนงำ เมื่อพนักงานหน่วยงานประกันของศูนย์รถยนต์ตัวจริงโทรมาคุยด้วยเพื่อตามเรื่องต่อประกันภัยรถยนต์ แต่เธอก็ยังไม่เอะใจใดๆ เพราะมั่นใจกับเอกสารที่ได้จากธนาคาร

“ตอนนั้นหนูก็ยังไม่เอะใจนะ ยังยิ้มร่าบอกว่า “ต่อเรียบร้อยแล้วค่ะ” เขาซักไซ้ว่าต่อของที่ไหนไว้ ต่อกับใคร เบี้ยเท่าไร แต่หนูไม่ได้บอกชื่อ เพราะกลัวเซลส์ของศูนย์ทะเลาะกันเอง เลยบอกแค่ต่อกับจนท.โชว์รูมนั่นแหละ เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ถือสายรอสักครู่ และเช็กกับทางบริษัทประกันภัย ปรากฏว่า เลขทะเบียนรถของหนูยังไม่มีการแจ้งต่อประกัน หนูก็ฟังเฉยๆ เพราะยังเชื่อมั่นว่าได้ต่อประกันเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่คงเคลียร์กันได้เอง”

จนกระทั่ง 10 วันต่อมา ก่อนขึ้นห้องนอน แฟนของเธอให้ไปหยิบเอกสารที่ต่อประกันในรถมาตรวจสอบ เนื่องจากใกล้วันหมดอายุประกันปีแรกแล้ว เพราะตั้งแต่เธอนำเงินไปจ่ายค่าประกัน แฟนก็ไม่เคยเรียกดูเอกสารใบเสร็จใดๆ ทั้งสิ้นเลย จากนั้นแฟนก็ Search Google ชื่อ บ.ที่ทาง ธนาคารปรินต์ให้ พร้อมอุทานด้วยความตกใจว่า โดนแล้ว ผู้เสียหายเพียบ แบบฟอร์มที่ได้เป็นแบบเดียวกันเป๊ะ เธอจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก และน้ำตาเริ่มไหลด้วยความเสียใจ

“หนูเสียใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับหนู ทั้งๆ ที่หนูระวังตัวแล้ว หลังจากนั้นหนูก็ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เอกสารที่ให้มาทำได้เนียนมาก หลอกจนหนูเชื่ออย่างสนิทใจ หากใครจะต่อประกันภัยรถต้องระวังให้ดี ตรวจสอบให้ละเอียด ที่มาเล่าประสบการณ์ก็เพื่อเตือนทุกๆ คนที่เห็นเรื่องราวนี้ ว่าหนูก็รอบคอบในระดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่มากพอจริงๆ” เธอแนะเพื่อเตือนภัย

ด้าน นายสุภวัฒน์ ถาวรทวีวงษ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจว่า หลังเข้าร้องกับกองปราบปรามแล้วก็ยังมีผู้เสียหายรายใหม่ๆ เข้ามาอีกเรื่อยๆ จากการรวมกลุ่มผู้เสียหายได้ 200 กว่าคน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ทุกคนเจอมุกเดียวกันเป๊ะคือ โทรมาชวนให้ทำประกันภัยรถยนต์ โดยอ้างว่ามาจากสำนักงานใหญ่ของรถยี่ห้อดังของไทย บอกประกันรถที่เคยทำกับบริษัทอะไร เบี้ยประกันอยู่ที่กี่บาท จะหมดอายุวันที่ไหน จะต่อประกันด้วยหรือไหม โดยอ้างโปรโมชั่นพิเศษมาล่อใจ ทำให้ผู้เสียหายไว้ใจและตกลงโอนเงินไปทำประกันด้วย ซึ่งยอดเงินประกันแต่ละคันไม่เท่ากัน ราคาเบี้ยเริ่มที่ 15,000 บาท บางคนต้องจ่ายสูงถึง 24,000 บาท

“ความลับแตก รู้ว่าถูกหลอกนั้น เกิดในหลายกรณี อย่างกรณีของผม ผมโทรไปตามเลขรับแจ้งตามกรมธรรม์ก็บ่ายเบี่ยง โทรไปก็ไม่ค่อยรับสาย ไลน์ไม่อ่าน ติดต่อยากมาก ก็เลยเอาไปเช็กกับบริษัทประกันภัย ก็พบว่าไม่มีชื่อเป็นนายหน้าขายประกัน หรือบางคนรถเกิดอุบัติเหตุแล้วถึงรู้ว่ารถไม่มีประกัน บางคนรู้จากข่าว จากกระทู้ในเน็ตด้วย”


ทีมข่าวซักไซ้เพื่อเป็นข้อมูลเตือนภัยให้กับแฟนเพจไทยรัฐออนไลน์ระวังตัว ว่า อะไรเป็นเหตุจูงใจจนตัดสินใจทำประกันภัย หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายและนายสุภวัฒน์บอกว่า เชื่อเพราะโอนเงินในนามชื่อบริษัท และคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์รถยนต์ที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้างติดต่อมาจริงๆ เนื่องจากข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวเรา ทั้ง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลรถยนต์ เช่น เลขทะเบียน เลขตัวถัง ถูกต้องและครบถ้วน


อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยจากกลุ่มเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้รถยี่ห้อนี้ที่ถูกนำมาแอบอ้างว่า “ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลรถ” พวกมิจฉาชีพนำมาจากไหน บริษัทประกันภัยและบริษัทรถยนต์ที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้างจนได้รับความเสียหายดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ ครบ 1 สัปดาห์ที่กองปราบปรามรับเรื่องไปดำเนินการ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด

รวมถึงบริษัทที่ถูกกล่าวหา จะชี้แจงในประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างไร ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้หาคำตอบเหล่านั้น เพื่อนำเสนอใน EP2 วันพรุ่งนี้แล้ว 

โปรดติดตามต่อตอนต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

หญิงสาว วัย 25 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกโกงเงินต่อประกันรถยนต์ 16,950 บาท ขอแฉเรื่องราวอย่างละเอียด ถึงแผนแยบยล ล่อเหยื่อให้ติดกับ หวังเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นได้ระวังตัว 30 ม.ค. 2561 18:22 ไทยรัฐ