วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ 3 ปัจจัยนำไทยผงาดโลก “สมคิด” ลุยปั้นเศรษฐกิจดิจิทัลดัน “จีดีพี”

“สมคิด” ชี้ประเทศไทยมี 3 ปัจจัยหลักที่โดดเด่น ดึงดูดนักลงทุน บ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจเติบโต และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ลุยปั้นอีอีซีชูประเทศไทยให้โดดเด่น ควบคู่เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลดันจีดีพี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก “อีอีซี ไม่มีไม่ได้” ว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าสนใจในสายตานักลงทุนขณะนี้ เนื่องจากบ้านเมืองมีความสงบ เศรษฐกิจกำลังเติบโตจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโตได้ 0.8-0.9% ขณะนี้จีดีพีขยายตัวได้ 4% ถือว่าไม่ธรรมดา และการลงทุนจะสูงมาก ถ้าสามารถคงความมีเสถียรภาพ ความมั่นคงของประเทศไว้ได้ เพราะนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนต้องการความสงบของบ้านเมืองและเศรษฐกิจขยายตัวแล้ว ก็ยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ดี

“รัฐบาลคิดว่าจะทำอย่างไรให้ไทยโดดเด่น จึงมีโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขึ้นมา แต่มีปัจจัยถ่วง คือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเก่าแก่โบราณ เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจมีความเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ปรับตัวจะมีความโดดเด่นได้อย่างไร โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่หยุดลงทุนขนาดใหญ่มากว่า 10 ปี รัฐบาลจึงได้รื้อฟื้นขึ้นมาขนานใหญ่ทั้งประเทศ”

ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับการตัดสินใจลงทุนทั้งเรื่องรถไฟ เครื่องบิน ส่วนเรื่องดิจิทัลก็เป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะสามารถเปลี่ยนทุกอย่างในการ ผลิตของทั้งโลก จากเดิมโมเดลการพัฒนาประเทศต้องมีเรื่องการส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว สมัยนี้ปรับเปลี่ยนเป็น ถ้าสร้างระบบเศรษฐกิจที่เน้นดิจิทัลและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้ การขยายตัวของจีดีพีจะรุนแรงมาก

นายสมคิดกล่าวว่า จีนเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จนเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในขณะนี้ เมื่อมีดิจิทัลแล้วคนตัวเล็กสามารถสร้างธุรกิจเองและขยายธุรกิจออกไปได้ ขอให้มีความคิดสร้างสรรค์แล้วใช้แพลตฟอร์มผ่านดิจิทัล จากที่จีนเคยมีผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ไม่กี่ราย ขณะนี้มีธุรกิจรายเล็กในประเทศเป็นล้านราย และมีความเชี่ยวชาญคล่องแคล่วมาก และคนจีนชอบสร้างธุรกิจผ่านทางดิจิทัล เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องการเน้นแรงงานราคาถูกเหมือนอดีต และถ้ากดค่าแรงต่อไปสังคมจะมีปัญหา

“ถ้าประเทศไทยไม่เริ่มปรับเปลี่ยนเรื่องดิจิทัลจะตกขอบโลก และช่องห่างในการพัฒนาจะยิ่งมากขึ้น คนที่ปรับไปสู่ดิจิทัลจะผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง มีประสิทธิภาพการผลิตที่สูงมาก ประเทศที่ไม่ปรับเปลี่ยนจะตกไปเป็นอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งรอเวลาไม่ได้ เพราะเวลา 2-3 ปี จะรู้เลยว่าใครหมู่ใครจ่า วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้น กลายเป็นโอกาสที่จะให้รัฐบาลทำสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่ออนาคต ซึ่งการเมืองตามปกติทำได้ยาก”

ดังนั้น อีอีซีเป็นเบ้าหลอมที่จะสร้างจุดเปลี่ยนของโครงสร้างเศรษฐกิจ เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรง ดึงดูดนักลงทุนขึ้นมา ขณะนี้มีนักลงทุนยื่นคำขอ รับการส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ปีที่ผ่านมา 200,000 ล้านบาท

“ประเทศไทยมีคนเก่ง เรื่องกระแนะกระแหน ตอนพูดเรื่องประเทศไทย 4.0 ก็ถูกว่า 1.0 ยังไม่วิ่งเลยจะไป 4.0 ชอบทำให้กำลังใจคนอื่นลดน้อยลง แต่ไม่มีผลกับรัฐบาล เพราะการมาครั้งนี้จะต้องทำให้ได้ เหลืออีก 1 ปีก็จะทำงานไปจนถึงวันสุดท้าย จบเมื่อไหร่ไม่รู้แต่หน้าที่ของผม คือทำถึงวันสุดท้าย วันหนึ่งข้างหน้าจะรู้กันเองว่าอีอีซีจำเป็นต้องเกิด และถ้าไม่เกิดขึ้นความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะค่อยๆด้อยลงไป การลงทุนจะย้ายไปประเทศอื่น เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ทำให้การสร้าง ความมั่งคั่งให้ประเทศเป็นไปได้ยาก และถ้าเชื่อมโยงดิจิทัลไม่ได้การยกระดับสินค้าเกษตรก็ทำได้ยาก อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือเรา ว่าจะเลือกแบบไหน”

“เรื่องการเลือกตั้งที่เลื่อนออกไป ขณะนี้ ยังไม่ได้ยินนักลงทุนสอบถามเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าไม่กระทบความเชื่อมั่น เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญคือเรื่องความสงบของบ้านเมือง รัฐบาลมีเสถียรภาพและเศรษฐกิจที่เติบโต”.

“สมคิด” ชี้ประเทศไทยมี 3 ปัจจัยหลักที่โดดเด่น ดึงดูดนักลงทุน บ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจเติบโต และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ลุยปั้นอีอีซีชูประเทศไทยให้โดดเด่น ควบคู่เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลดันจีดีพี 30 ม.ค. 2561 10:05 ไทยรัฐ