วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชงกลต.อายัดหุ้น เสี่ยกำพล-พวก ดีเอสไอเดินหน้า โยงผิดค้ามนุษย์ เข้าข่ายฟอกเงิน

ดีเอสไอร่อนจดหมายถึงบริษัทหลักทรัพย์ ให้อายัดหุ้นและทรัพย์สินทุกรายการของ “เสี่ยกำพล” กับพวกและนิติบุคคลรวม 17 ราย ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ กรณีบุกทลาย “วิคตอเรีย ซีเครท” โดยให้จัดส่งข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และทรัพย์สิน รวมทั้งการซื้อขายหุ้น ด้าน ก.ล.ต. ส่งหนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์ให้ความร่วมมือกับดีเอสไออย่างเต็มที่ ขณะที่ “บิ๊กปู”รอง ผบ.ตร.นัดประชุม ขอดูผลตรวจสอบ ตร.ระดับ ผกก.ลงอ่างฟรี และอาบอบนวดใช้น้ำบาดาล

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวตรวจสอบเรื่องการลักลอบใช้น้ำบาดาลในสถานบริการอาบอบนวดหลายแห่ง เครือข่ายนายกำพลและนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ สามีภรรยา เจ้าของที่แท้จริงสถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าตรวจค้น หลังพบข้อมูลเด็กสาวชาวเมียนมาถูกบังคับมาเปิดบริสุทธิ์ในสถานบริการแห่งนี้ ก่อนจับกุม น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ผู้ที่มีชื่อในใบอนุญาตเปิดกิจการ รวมทั้งพนักงานเชียร์แขกรวม 7 คน ในข้อหาค้ามนุษย์ ส่วนนายกำพลและนางนิภาที่อยู่ระหว่างหลบหนี ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาค้ามนุษย์และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 12 ข้อหาเช่นกัน ขณะเดียวกัน คณะพนักงานสอบสวนในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าไปสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยเฉพาะนายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ หัวหน้าเชียร์แขก ในประเด็นที่ปรากฏตำแหน่ง นายตำรวจระดับ ผกก. และหน่วยต่างๆไปใช้บริการตามโพยที่อายัดจากวิคตอเรีย ซีเครท เพื่อเอาผิดด้านวินัย

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ม.ค. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. เผยว่า เวลา 10.00 น. วันที่ 30 ม.ค. เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่ร่วมในคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง อาทิ บช.น. บก.ปปป. บก.ทท. บก.สตม. บก.ปทส. ที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้ตั้งขึ้นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอักษรย่อ และชื่อหน่วยงาน ตามเอกสารที่อายัดได้จากอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท เพื่อดำเนินการเอาผิดด้านวินัย จะเข้ามารายงานความคืบหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในส่วนของ บก.ปทส.จะรายงานเรื่องเกี่ยวกับตรวจสอบน้ำบาดาลอาบอบนวดที่ไปตรวจสอบ ส่วนที่เหลือจะรายงานผลสอบสวนที่ท่านได้สั่งการให้แต่ละหน่วยทำ นอกจากนี้ทราบว่า จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ปปง. และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้ามาร่วมประชุมด้วย หลังจากประชุมรอคำสั่งจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอะไรต่อไป

ที่กรมบังคับคดี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดทรัพย์สิน 100 กว่าล้านบาท และเพิ่มเติมรวม 300 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดจะขอตรวจสอบก่อนว่าดำเนินการถึงไหนแล้ว ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นแต่ละหน่วยงานต้องตรวจสอบต่อไป ในส่วนของดีเอสไอ ได้รับเรื่องมาเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว มีการบูรณาการร่วมกับสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วน ป.ป.ท. ได้ตรวจสอบข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาตรวจสอบและสรุปอีกครั้ง แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน

ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ส่งหนังสือไปยังบริษัทหลักทรัพย์ทุกราย ขอให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในกรณีที่ดีเอสไอ จะเข้ามาตรวจสอบหรือขอข้อมูลการซื้อขายหรือการถือครองหุ้นของลูกค้าบางรายที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่ กรณีการทลายธุรกิจอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ที่มีข้อสงสัยว่าอาจมีการนำเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายมาลงทุนในตลาดหุ้น เข้าข่ายมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

“ตามปกติแล้ว ดีเอสไอมีอำนาจในการเข้าตรวจสอบและขอข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ทุกรายได้โดยตรงอยู่แล้ว แต่หากมีข้อมูลหรือธุรกรรมอะไรที่ดีเอสไอสงสัยสามารถขอความเห็นจาก ก.ล.ต.หรือให้ ก.ล.ต.ร่วมพิจารณาได้อย่างไร ก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือมาถึงสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงานได้ส่งหนังสือเพื่อกำชับให้ บล. ทุกแห่งให้ความร่วมมือกับดีเอสไออย่างเต็มที่” นายรพีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2561 ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ระบุสาระสำคัญว่า กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ กับพวกและนิติบุคคลรวม 17 ราย ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เป็นคดีต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษ แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษขอแจ้งมายังบริษัทหลักทรัพย์ ให้อายัดหลักทรัพย์และทรัพย์สินทุกรายการของนายกำพล กับพวกและนิติบุคคลรวม 17 ราย และขอให้จัดส่งข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ (หุ้น) และทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งสำเนาคำขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และเอกสารประกอบ บัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับเงินจากการขายหลักทรัพย์และข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และรายการเคลื่อนไหว (การเข้า-ออก) หรือการซื้อขายหลักทรัพย์ข้างต้น พร้อมทั้งแจ้งการอายัดอย่างไม่เป็นทางการให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทราบด้วย

ดีเอสไอร่อนจดหมายถึงบริษัทหลักทรัพย์ ให้อายัดหุ้นและทรัพย์สินทุกรายการของ “เสี่ยกำพล” กับพวกและนิติบุคคลรวม 17 ราย ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ 30 ม.ค. 2561 00:13 ไทยรัฐ