วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ตั้งกก.สอบ 2ทล.ทำรถชน โต้ไม่ใช่ด่านลอย เหยื่อสาวยังติดใจ ปัดไม่รับผิดชอบ (คลิป)

สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว 2 ตำรวจทางหลวง พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังโบกรถบรรทุกให้หยุด แต่เบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายรถเก๋งนักร้องสาวผู้เข้าประกวด “The X Factor Thailand” เฉียดตาย สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.ยืนยันไม่ได้ตั้งด่านลอย แค่ออกตรวจเพื่อป้องปราม อ้างมีชาวบ้านร้องเรียนรถบรรทุกวิ่งเลนขวา พร้อมการันตีตำรวจทั้ง 2 นาย ทำงานดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย ผบ.ตร.ย้ำปัจจุบันแทบไม่มีด่านลอยแล้ว ลั่นไม่เอาคนไม่ดีไว้ในองค์กรเด็ดขาด

กรณีเฟซบุ๊กชื่อ “Hawa Hawax” ของ น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “น้องฮาวา” อายุ 27 ปี นักร้องอิสระ ผู้เข้าประกวด ร้องเพลง “The X Factor Thailand” ทางช่อง “เวิร์คพอยท์” โพสต์ภาพใบหน้าตัวเองในสภาพอาบเลือด และรถเก๋งสภาพพังยับ หลังประสบอุบัติเหตุรถชนโดยระบุว่า “กำลังขับรถไปเล่นดนตรีที่อยุธยา อยู่ๆตำรวจทางหลวงเดินมากลางถนนเพื่อโบกรถสิบล้อคันข้างหลังที่อยู่เลนขวาสุดให้หยุด เป็นด่านลอย ยืนกันอยู่ 2 คน เราเป็นคันตรงกลาง มีรถอยู่ข้างหน้าเราคันหนึ่ง เราเบรกทัน แต่สิบล้อเบรกไม่ทันชนรถเรา กีต้าร์ของเราโดนชนเต็มๆ เราหางตาแตกเลือดไหลเต็มเสื้อ ตอนนี้หาหมอเรียบร้อย อยู่สถานีตำรวจแล้ว พอเจอตำรวจ ตำรวจพูดจาเหมือนไม่ใช่ความผิดตำรวจ บอกว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ควรรู้สึกยังไงดี” ภายหลังภาพและข้อความถูกโพสต์ออกไป มีผู้คนในโลกออนไลน์พากันเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

ช่วงสายวันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศูนย์พุทไธศวรรย์ ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค.บนถนนสาย 347 เส้นบางปะหัน-บางปะอิน บริเวณ กม.26+600 ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนคร-ศรีอยุธยา วันเกิดเหตุ น.ส.อรวีขับรถเก๋งมิตซูบิซิ มิราจ สีดำ ทะเบียน กน 61 อุบลราชธานี เดินทางไปร้องเพลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ถึงที่เกิดเหตุพบตำรวจทางหลวง 2 นาย ออกมายืนจังก้าอยู่บนถนน เรียกให้รถบรรทุกน้ำมัน สีฟ้า ทะเบียนป้ายเหลือง 72-5397 สมุทรสาคร ซึ่งวิ่งอยู่ในเลนขวาและวิ่งตามหลังรถเก๋งของ น.ส.อรวี มาติดๆให้หยุด น.ส.อรวีตกใจคิดว่าตำรวจเรียกให้หยุด จึงเบรกรถกะทันหัน ทำให้รถบรรทุกเบรกไม่ทันพุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งของ น.ส.อรวีอย่างจัง จนรถเก๋งกระเด็นไปชนท้ายรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กบ 5915 นครสวรรค์ ซึ่งวิ่งอยู่ด้านหน้าเสียหายไปอีกคัน น.ส.อรวีบาดเจ็บคิ้วซ้ายแตก นำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน แพทย์ทำแผลแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้

พ.ต.ต.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สว.สทล.1 กก.1บก.ทล. เผยว่า หลังเกิดเหตุเรียกตำรวจทั้ง 2 นาย คือ ด.ต.ดนัย ซ่อนกลิ่น (พลขับ) เป็นคนโบกรถตามคลิป และ ด.ต.ประจักษ์ แป้นสุวรรณ (พนักงานวิทยุ) มาสอบถามเบื้องต้นแล้ว ทราบว่าขณะทั้งคู่ปฏิบัติหน้าที่พบรถบรรทุกน้ำมันคันดังกล่าววิ่งมาในช่องทางขวา จึงเรียกให้หยุด รายละเอียดอื่นๆต้องรอการสอบสวน ส่งตัวตำรวจทั้ง 2 นาย ไปที่ บก.ทล. เพื่อสอบสวนแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่การตั้งด่านลอย เป็นการออกตรวจเพื่อป้องปรามเหตุการณ์เฉพาะหน้า เส้นทางสายดังกล่าวมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ว่ามีรถบรรทุกวิ่งด้วยความเร็วสูงและใช้เลนขวาตลอด ทำให้ผู้ใช้รถเดินทางไม่สะดวก ทั้ง 2 นายเป็นตำรวจที่ดี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าเข้าไปตรวจเช็กร่างกายที่ รพ.ในกรุงเทพมหานคร และรอการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนท้องที่ สภ.บางปะอิน

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตำรวจคงทำตามยุทธวิธีอยู่แล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นาย หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้รายงานตัวที่ บก.ทล.พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ว่ากระทำผิดวินัย หรือกฎระเบียบอย่างไรบ้าง ในความเป็นจริงรูปแบบการตั้งด่านของตำรวจทางหลวงและตำรวจท้องที่ มีลักษณะคนละรูปแบบ อยู่ที่พื้นที่และความเหมาะสม ตนสั่งกำชับไปตลอดในเรื่องอุบัติเหตุต่างๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนให้หลีกเลี่ยงซะ ปัจจุบันเชื่อว่าด่านลอยแทบไม่มีแล้ว การมีกล้องทำให้การทุจริตน้อยลง เพราะสื่อและโซเชียลต่างๆ

ช่วยกันจับผิด ตนไม่ได้ปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เจ้าหน้าที่ที่จอดรถตรงนั้นคงไม่กล้าทุจริต แต่การที่ไม่ตั้งด่านเลยอาชญากรรมจะโผล่ขึ้นมาเยอะ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอาจจะสบายขึ้น เรื่องนี้มันได้อย่างเสียอย่าง ต้องเห็นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ให้โอกาสทำงานบ้าง ให้ดูความตั้งใจ ตำรวจนายใดไปรีดไถชาวบ้านตนไม่เคยเอาไว้ ไม่ให้อยู่เสียชื่อองค์กร

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ น.ส.อรวี ชูชื่น ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวิภาวดี กทม.มีญาติคอยดูแลใกล้ชิด น.ส.อรวีกล่าวว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 28 ม.ค. ตนนั่งอยู่เบาะหน้าคู่คนขับ มีเพื่อนนักดนตรีชายเป็นคนขับ เพื่อจะเดินทางไปเล่นดนตรี อีกไม่ไกลจะถึงที่หมาย แต่เกิดอุบัติเหตุก่อน ช่วงเกิดเหตุกำลังนั่งมองจอโทรศัพท์มือถืออยู่ คาดเข็มขัดนิรภัย มารู้ตัวอีกทีรู้สึกถึงแรงกระแทกและจุก มีเลือดไหลแถวคิ้วซ้าย รีบถ่ายภาพแจ้งทางสถานที่จัดงานที่รับไว้ เพราะประสบอุบัติเหตุ ก่อนที่กู้ภัยจะนำตัวส่งรักษา รพ.บางปะอิน มีบาดแผลแตกที่คิ้วซ้าย เย็บ 2 เข็ม แผลถลอกที่โหนกแก้มซ้าย มีอาการปวดตามร่างกายและศีรษะ ก่อนจะไปพบตำรวจที่ สภ.บางปะอิน แล้วกลับไปที่ รพ.วิภาวดี กทม. เพื่อรอดูอาการ ช่วงเช้าที่ผ่านมาสแกนสมองไม่พบอาการทางสมอง รวมทั้งไม่พบกระดูกหักหรือร้าว แต่จะพักฟื้นดูอาการ 1-2 วัน

“ ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยง เพราะรถบรรทุกที่ชนท้ายลักษณะคล้ายรถแคปซูลบรรทุกก๊าซ คนขับรถบรรทุกบอกว่า ถ้าชนแรงกว่านี้อาจระเบิดได้ ตำรวจอยู่กันเพียง 2 คน เรียกรถกะทันหัน ไม่มีการตั้งสัญลักษณ์อะไรเลย เข้าใจว่าน่าจะเป็นด่านลอย เมื่อชนแล้วตำรวจบอกเพียงว่า ไม่ได้เรียกรถคุณ แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เมื่อเห็นตำรวจโบกรถต้องเตรียมหยุดรถตามปกติ เมื่อเกิดเหตุกลับไม่แสดงความรับผิดชอบ แต่กลับแจ้งข้อหาคนขับรถบรรทุก คนขับรถบรรทุกยังแสดงความเป็นห่วงและถามอาการตนมากกว่า อยากขอความเป็นธรรมว่าการที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ถูกต้องหรือไม่ ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่เพียงคนขับรถบรรทุกผิดฝ่ายเดียว” น.ส.อรวีกล่าว

สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว 2 ตำรวจทางหลวง พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังโบกรถบรรทุกให้หยุด แต่เบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายรถเก๋งนักร้องสาวผู้เข้าประกวด “The X Factor Thailand” 30 ม.ค. 2561 00:03 30 ม.ค. 2561 00:09 ไทยรัฐ