วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง-พักราชการผอ.ฉาว ชี้รอดยาก ใครก็ช่วยไม่ไหว (คลิป)

ศึกษาธิการจังหวัด ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ฉาวแล้ว พร้อมสั่งพักราชการไล่หลังทันที ระบุโทษปลดออกหรือไล่ออก สงสัยลาป่วยแบบไหนถึงโผล่ขี่บิ๊กไบค์อยู่ผาตรอมใจ เผยเคยถูกตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 2 เดือนกรณีลวนลามนักเรียนจริง..

วันที่ 29 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนในบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน โดยมีหลักฐานข้อความสนทนาแชตไลน์ เรียกกันและกันว่า ที่รัก และเมียจ๋า กระทั่งสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มีคำสั่งย้ายด่วนให้ ผอ.โรงเรียนไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลความจริง เสนอรายงานให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ผอ.โรงเรียนรายดังกล่าวนั้น 

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 ม.ค.ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา วัดป่าสาละวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวิทย์ ศรีฉาย รักษาราชการแทนศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยด้วยท่าทางขึงขังถึงการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน ว่า จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้วนายณฐาภพก็ยังคงหลบหนีอยู่อีก ไม่ทราบว่าจะหนี หรือหลบหน้าไปทำไม น่าจะออกมาสู้ความจริงให้ปรากฏดีกว่า ยังไม่ได้มารายงานตัวกับเรา ส่วนที่ไปยืนถ่ายเซลฟี่ตรงผาตรอมใจ เขาใหญ่ตามข่าวที่ปรากฏ ซึ่งตำรวจก็เร่งติดตามอยู่ ทราบว่านายณฐาภพ ติดต่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ ในวันพุธที่ 31 ม.ค. 2561 โดยจะมีการแจ้งหลายข้อหาก็ไม่ทราบว่าข้อหาอะไรบ้าง

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของศึกษาธิการจังหวัด นิติกรได้ทำเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้เสนอมาที่ตนเพื่อตรวจสอบสำนวนการสอบสวน โดยตนสั่งให้ทำเรื่องช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันนี้(29 ม.ค.) ตนได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ประเด็นที่ทางนายสนอง สุดสะอาด ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนพบว่ามีมูลชัดเจน ส่วนเรื่องลางานนั้นไม่มีการยื่นใบลาอะไรมาเลย เพียงแต่ได้โทรศัพท์มาลากับทาง ผอ.เขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ว่าลาป่วย

"แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ ซึ่งจริงๆ มี 2 ประเด็นคือ ถ้า ผอ.เขต 6 ไม่อนุญาตให้ลา เพราะการลาป่วยต้องมีเหตุผลว่าป่วยจริงหรือไม่ และถ้าขาดราชการเกิน 15 วันเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้งก็คือไล่ออกจากราชการอย่างเดียว ผิดวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีที่เรารับสำนวนการสอบสวนจากเขต 6 ระบุว่ามีมูล ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง” 

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า กรณีเรื่องน้องนักเรียน ม.2 เป็นเรื่องร้ายแรงมาก โดยเฉพาะครูกับศิษย์ หากล่วงละเมิดศิษย์ที่อยู่ในความปกครองหรือแม้ไม่อยู่ในความปกครองกับนักเรียนก็มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงด้วย เพราะเป็นการล่วงละเมิดเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี คดีอาญายอมความไม่ได้อยู่แล้ว ก็คือพรากผู้เยาว์ ส่วนที่มีการปฏิเสธตามที่มีข่าว ตนคิดว่ามันอยู่ที่กรรมการสืบสวน ที่บอกว่ามีมูล ตอนนี้พอตั้งกรรมสอบสวนเสร็จก็แจ้งไปยัง สว.2 เสร็จเรียบร้อยก็แจ้งข้อกล่าวหามีความผิดอะไรบ้าง ก็ว่ากันไปตามที่กรรมการสืบสวนรายงานมา จากนั้นก็ให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระเบียบกฎหมาย 180 วัน โดยคณะกรรมการสอบสวนวินัยมาจากนิติกรเขตต่างๆ จำนวน 3 คนที่เป็นกลาง ยุติธรรม โปร่งใส เพื่อความรวดเร็วโดยเราจะไม่เอาจากเขต 6 

"จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงในวันนี้เลย พอเซ็นคำสั่งเสร็จก็จะมีคำสั่งพักราชการด้วยทีเดียวเลย แต่ประเด็นคือโรงเรียนนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่ง ซึ่งต้องมีครูรักษาการ เพราะ ผอ.หนี ไม่มีผู้รักษาการ บริหารงานโรงเรียนไม่ได้ จึงได้แต่งตั้งไปแล้ว" 

ผู้สื่อข่าวถามว่าความคืบหน้าสอบสวน ผอ. ฉาวเป็นอย่างไร ลงโทษขั้นรุนแรงอย่างไร นายสุวิทย์ตอบว่า เมื่อช่วงเสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่ามา ได้เชิญนิติกรของศึกษาธิการจังหวัดและนิติกรเขต 4 ดำเนินการตรวจสอบรายงานสืบสวนข้อเท็จจริงจากทางสำนักงานฯเขต 6 ที่มีมูล กรณีมีมูลที่การล่วงละเมิดเด็ก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เราจึงตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จำนวน 3 คนในวันนี้ (29 ม.ค.) เพื่อความรวดเร็ว คล่องตัวในการสอบสวนข้อเท็จจริง และทราบว่า ผอ.คนนี้จะมารายงานตัวกับตำรวจวันที่ 31 ม.ค. 2561 โดยจะประสานไปยัง ผอ.เขต 6 กับ รักษาการ ผอ.โรงเรียนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเขา

นายสุวิทย์ กล่าวด้วยว่า ผอ.คนนี้ เคยถูกลงโทษทางวินัยมาแล้ว เป็นกรณีเดียวกันคืออนาจารเด็ก ส่วนการติดต่อ ผอ.ไม่ได้ ถือว่าขาดราชการ ตนทราบจาก ผอ.เขต 6 ว่าเจ้าตัวโทรศัพท์มาลาป่วยอยู่โรงพยาบาล แต่ข่าวออกมาไปโผล่อยู่ผาตรอมใจ เขาใหญ่ ก็ต้องสอบสวนต่อไป แต่ถ้า ผอ.เขต 6 ไม่อนุญาตให้ลาป่วย และถ้าปรากฏว่า ผอ.คนนี้ขาดราชการเกิน 15 วันจะเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้งตรงนี้ก็ต้องให้ออกจากราชการได้เลยถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฉะนั้นภายใน 15 วันจะต้องมารายงานตัวก่อน ว่าไปอยู่ไหน อย่างไร ป่วยจริงหรือไม่ ต่อ ผอ.เขต 6 

"โทษวินัยอย่างร้ายแรงก็คือถ้าปรากฏว่ามีมูลและเป็นความผิดจริงตามข้อกล่าวหา เมื่อ ผอ.คนนี้แก้ต่างไม่ได้ มีหลักฐาน พยานชัดเจน มันร้อยรัดกันมีความผิด โทษมี 2 สถาน 1.ปลดออก 2.ไล่ออก กรณีโทษไล่ออกจะไม่ได้อะไรเลยกลับบ้านตัวเปล่า ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ ส่วนที่มีข่าวว่าเด็กผู้เสียหายกลับมาบ้านแล้ว จะให้ทางศูนย์เสมารักษ์พร้อมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษาเข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนว่า เด็กที่ได้รับผลกระทบจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องการอะไร พร้อมประสานที่รักษาการ ผอ.โรงเรียน เพื่อให้มาเรียนหนังสือ แต่เด็กยังไม่มาเรียน ส่วนเรื่องทางผู้ปกครองพยายามกีดกันไม่ให้ไปพูดคุยกับเด็กนั้นก็มี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอยู่ เมื่อเด็กถูกกระทำอย่างนี้ สิทธิของเด็กก็มีตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก" 

นายสุวิทย์ ยังกล่าวในตอนท้ายว่า เรื่องนี้ มาจนถึงวันนี้ไม่มีใครสามารถช่วยอะไร ผอ.คนนี้ได้ คงจะยาก เป็นความผิดส่วนตัว และเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งอยู่ในขณะนี้ จากพฤติกรรมส่วนตัวเขา ทราบว่ายังมีอีกหลายคนที่โดนล่วงละเมิดจาก ผอ.คนนี้ แต่เขายังไม่โผล่มา ซึ่งขณะนี้โผล่มา 3-4 คน และทราบข่าวว่า ยังมีโรงเรียนเอกชนด้วย

"ผมเรียนว่าประเด็น ผอ.คนนี้ถ้าจะไม่ผิดเลยน่าจะเป็นไปไม่ได้ และมาตรฐานโทษอย่างนี้ถือว่าร้ายแรง และถ้ารายงานไปยัง กคศ.(คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) คงจะมีการเพิ่มโทษ เรื่องอย่างนี้ทาง รมว.ศึกษาธิการ สั่งกำชับในการพยายามดูแลครูบาอาจารย์ ชื่อเสียงของพี่น้องครูบาอาจารย์จะให้คนบางคนมาทำลายพวกเรา รมว.ศีกษาธิการ เน้นเรื่องความผู้มีจรรยาบรรณวิชาชีพที่ดี เรื่องนี้ผมจะรีบรายงานสรุปผลไปยังกระทรวงศึกษาธิการถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนผลสอบของคณะกรรมการเสร็จ ก็จะส่งทันทีเช่นกัน เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงต้องทราบ อย่างช้าพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) น่าจะเสร็จ" 

นำนักเรียนหญิง ม.2 ตกเป็นข่าวกิ๊ก ผอ. เข้าบำบัดจิตใจ

ขณะที่ นายสนอง สุดสะอาด ผอ. สพป.เขต 6 จ.นครราชสีมา อำเภอบัวใหญ่ เผยว่า ในตอนเช้า เจ้าหน้าที่สืบสวนของเขต 6 ชุด ฉก.นร. รายงานว่า เจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ศึกษาธิการ จ.นครราชสีมา พัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ประชาสงเคราะห์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.2546 เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก ได้ไปที่บ้านของนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ซึ่งตกเป็นข่าวกับ นายณฐาภพ บุญทองโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี

ซึ่งทางศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา โดยนายสุวิทย์ ศรีฉาย ได้ใช้กฎหมาย พ.ร.บ. 2546 ได้แจ้งให้ผู้เป็นแม่ และพ่อบุญธรรมของเด็กหญิง ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวนักเรียนหญิง พร้อมกับแม่เด็ก ไปเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูจิตใจ ที่บ้านประชาสงเคราะห์ของ จ.นครราชสีมา.