วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จะแต่งงานทั้งทีต้องมีของหมั้น ไม่งั้นเสียเปรียบ

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องร้อนแรง เกี่ยวกับการเลิกราของคู่รักดาราหลายคู่ ทำให้เรามักได้ยินคำว่า “สินสอด” และ “ของหมั้น” กันบ่อยขึ้น ซึ่งความหมายของสินสอดและของหมั้นนั้น ในทางกฎหมายมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงไม่มีกฎเกณฑ์ในการเรียกค่าสินสอดหรือของหมั้น เรียกได้ว่าสามารถเรียกร้องได้ตามที่เห็นสมควร แต่ก็ไม่ควรก่อให้เกิดความลำบากกับฝ่ายชายและฝ่ายหญิงในอนาคต ในเรื่องนี้ทำให้เกิดเป็นข้อพิพาทขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาหลายเรื่อง สัปดาห์นี้จึงอยากทำความเข้าใจกับคู่รักที่กำลังจะแต่งงาน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์กันทั้งสองฝ่าย 

คำว่า ของหมั้น เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้แก่หญิงคู่หมั้น เพื่อเป็นหลักฐานการหมั้นและประกันว่าจะสมรสกับหญิงนั้น พูดง่ายๆ คล้ายกับเงินมัดจำเวลาเราจะซื้อสินค้าหรือทรัพย์สิน หากฝ่ายชายไม่มาสมรสฝ่ายหญิงก็สามารถริบของหมั้นได้ รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายอื่นๆ ด้วย ส่วนกรณีฝ่ายหญิงไม่มาสมรสกับฝ่ายชายนั้น ฝ่ายชายก็สามารถเรียกคืนของหมั้นและสินสอดคืน รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย แต่ต่างจากการซื้อขายตรงที่ไม่สามารถเรียกร้องบังคับให้ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายมาสมรสกับตน หรือมาอยู่กับตนได้ เนื่องจากไม่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลไว้  

คำว่า สินสอด เป็นทรัพย์สิน ซึ่งฝ่ายชายมอบให้แก่พ่อแม่ของหญิง เพื่อตอบแทนที่หญิงยอมสมรสด้วย ซึ่งจะตกเป็นของพ่อแม่ฝ่ายหญิง เมื่อมีการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ถ้าไม่มีการสมรส ด้วยเหตุสำคัญอันเกิดจากฝ่ายญิง มีพฤติการณ์ที่ฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทำให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรส หรือฝ่ายหญิงไม่ยอมแต่งงานด้วย ก็ต้องคืนสินสอดให้ฝ่ายชาย แต่ถ้าแต่งงานกันแล้ว มาหย่าภายหลัง สินสอดก็ไม่ต้องคืน 

กรณีที่จะนำมาให้ศึกษาดังต่อไปนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า เมื่อฝ่ายชายไม่ได้มอบของหมั้นแก่ฝ่ายหญิง สัญญามั้นจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ การที่ฝ่ายชายมอบทรัพย์สินแก่พ่อแม่ของฝ่ายหญิง จึงไม่ถือเป็นการมอบสินสอด ตามกฎหมาย ไม่ตกอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1437 แต่ถือได้ว่าเป็นการให้ทรัพย์สินแก่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงโดยเสน่หา ดังนั้น แม้ต่อมาฝ่ายหญิงจะไม่ยอมจดทะเบียนสมรส และไม่ยอมกลับมาอยู่กินฉันสามีภริยากับฝ่ายชายอีก ก็ไม่สามารถบังคับให้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงคืนทรัพย์สินได้  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2558 

การสมรส เป็นพฤติการณ์ที่ชายและหญิงตกลงที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ความสมัครใจและความรักของทั้งสองฝ่ายที่จะอยู่ร่วมกันเป็นเหตุสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีวัฒนธรรมประเพณีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ข้อที่สำคัญ คือ กฎหมายไม่สามารถบังคับให้ชายหญิงอยู่ด้วยกันหรือบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปจดทะเบียนสมรสได้  

กฎหมายลักษณะครอบครัวจึงถูกบัญญัติไว้เป็นพิเศษ เพื่อใช้บังคับและแก้ปัญหาอันเกิดจากการใช้ชีวิตร่วมกันของชายหญิงที่จะอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสัญญาโดยทั่วไป จะนำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยสัญญาต่างตอบแทนมาใช้บังคับหาได้ไม่ มิฉะนั้นศาลต้องบังคับให้คู่สัญญาจดทะเบียนสมรสหรืออยู่กินฉันสามีภริยากับอีกฝ่ายหนึ่งตามวัตถุประสงค์แห่งหนี้อันเป็นมูลหนี้เดิมเสียก่อนและจะทำให้กฎหมายลักษณะครอบครัวไม่มีผลใช้บังคับด้วย 

คดีนี้ โจทก์ไม่ได้มอบของหมั้นแก่จำเลยที่ 1 แต่โจทก์ได้มอบทรัพย์สินให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาของฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่จำเลยที่ 1 ยอมสมรส คู่สัญญาของการหมั้นหมายถึงโจทก์และจำเลยที่ 1 รวมตลอดถึงบิดามารดาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ด้วย  

เมื่อโจทก์ไม่ได้มอบของหมั้นแก่จำเลยที่ 1 สัญญาหมั้นจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ การที่โจทก์มอบทรัพย์สินแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ถือเป็นการมอบสินสอดให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามกฎหมาย ไม่ตกอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1437 แต่ถือได้ว่าเป็นการให้ทรัพย์สินแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยเสน่หา ดังนั้น แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ยอมจดทะเบียนสมรสและไม่ยอมกลับมาอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์อีก ก็หาจะบังคับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คืนทรัพย์สินแก่โจทก์ฐานจำเลยทั้งสามผิดสัญญาหมั้นได้ไม่  

ปัญหาว่าจะใช้บทบัญญัติกฎหมายใดบังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ 

สุดท้ายนี้ การส่งมอบของหมั้น หรือสินสอด ถือเป็นสาระสำคัญที่ทำให้สัญญาสมบูรณ์ ดังนั้น ฝ่ายชายจะต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นด้วย หากไม่มีกรรมสิทธิ์ สัญญาย่อมไม่เกิดขึ้น และอาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียเปรียบในทางกฎหมาย แล้วแต่กรณี  

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com  ได้เลยครับ 

ทนายเจมส์

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องร้อนแรง เกี่ยวกับการเลิกราของคู่รักดาราหลายคู่ ทำให้เรามักได้ยินคำว่า “สินสอด” และ “ของหมั้น” กันบ่อยขึ้น ซึ่งความหมายของสินสอดและของหมั้นนั้น... 29 ม.ค. 2561 12:20 ไทยรัฐ