วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับขึ้นค่าแรง...โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี!

ปรับขึ้นค่าแรง...โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี!

  • Share:

“There’s no free lunch....โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี”

วลีเด็ดที่ Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชื่อดังนำเอามาใช้ในแวดวงเศรษฐศาสตร์และ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีกิตติคุณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ หยิบยกเอามาเขียนเป็นตำรับตำราว่าด้วยเศรษฐศาสตร์แบบชาวบ้านไม่รู้กี่เวอร์ชั่นมาแล้ว

แต่มันคือความเป็นจริงที่ประจักษ์ได้ “เมื่อมีคนได้ (Take) ยังไงก็ต้องมีคนเสีย (Pay/ Lost )” แม้แต่อากาศที่บริสุทธิ์เรายังต้องลงทุนลงแรงอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมถึงจะได้มา หากต้องการให้ผู้คนเขารักใคร่แต่มัวไปพล่ามหน้าจอทีวีมันคงได้อยู่หรอก เราถึงต้องลงทุนลงแรงให้ความรักแก่เขาไปก่อนถึงจะได้รักนั้นตอบกลับมา

อย่างนโยบายประชานิยมลดแลกแจกแถมในอดีต ที่ตกทอดมาถึงนโยบายประชารัฐในปัจจุบันไม่ว่าจะน้ำไฟฟรี รถเมล์รถไฟฟรี หรือการถลุงไล่แจกสวัสดิการแห่งรัฐอัดฉีดเงินเข้ากระเป๋าคน (อยาก) จน ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่รู้ทะลักมาจากไหนกว่า 11-12 ล้านคนนั้น เม็ดเงินที่ผู้มีรายได้น้อยได้ไป (Take) ยังไงเสียก็ต้องมีคนจ่าย (Pay) ซึ่งก็คือภาษีที่ประชาชนคนไทยเองนั่นแหละเป็นคนจ่าย แต่เพราะความที่เราเป็นผู้รับจึงไม่ค่อยรู้สึกว่าภาษีที่รัฐนำไปถลุงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น แท้ที่จริงมันก็คือเงินที่เราเองนั่นแหละคือ “ผู้จ่าย”

เพราะงั้นอะไรก็ตาม ที่เราได้มามันต้องมีที่มาที่ไป และต้องมีคนสูญเสีย (Lost) แน่!

แม้แต่เรื่องของ “นาฬิกาเพื่อนซี้” ก็เถอะ เมื่อผู้มากบารมีจ่อจะ “ลอยชาย” ออกไปโดยไม่สะทกสะท้าน องค์กรที่บากหน้ารับหน้าเสื่อฟอกขาวให้ก็ต้องแลกมาด้วยเครดิตชื่อเสียงที่สั่งสมกันมาทั้งองค์กร และต้องยอมรับบรรทัดฐานที่วางเอาไว้นี้จะเป็น “หอกข้างแคร่” ที่ทำให้องค์กรอ่อนเปลี้ยเสียแขนขาในอนาคตแน่!

เช่นเดียวกับการปรับขึ้นค่าแรง “สุดโต่ง” ที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางเคาะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปวันก่อน 5-22 บาททั่วประเทศ ตามข้อเรียกร้องของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยดีดค่าจ้างขั้นต่ำของไทยไปอยู่ที่ระดับ 308-330 บาท จนทำเอาบรรดานายจ้างทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยในนาม “คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)” ออกมาร้องแรกแหกกระเชอคัดค้านกันสุดลิ่ม โดยระบุว่าไม่สอดคล้องกับมติของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด และบทบัญญัติของกฎหมาย (มาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541) พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนั้น

แน่นอน! เมื่อแรงงานได้ปรับขึ้นค่าแรงสมปรารถนา ย่อมต้องมีผู้ที่ต้องแบกรับและ “สูญเสีย” ตามมาเป็น “ดาบ 2 คม” ที่เดินคู่ขนานกันไป เมื่อผู้ใช้แรงงานมีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็เป็นการบีบนายจ้างให้ต้องหันไปพึ่งพาเครื่องทุ่นแรง พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ยิ่งรัฐบาลเองมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนเครื่องจักร หนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อยู่ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเร่งเร้าให้อนาคตแรงงานไทย “แขวนอยู่บนเส้นด้าย”

ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่แรงงานลิงโลดจากค่าแรงที่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วย “ค่าครองชีพ” ที่จ่อทะยานขึ้นไปก่อนหน้า ดังจะเห็นว่าในทันทีที่มีข่าวรัฐเตรียมปรับค่าแรงทั่วประเทศนั้น บรรดาร้านค้าข้าวแกง ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันก็ขยับตัวเตรียมปรับขึ้นราคากันเป็นทิวแถว

การจะคาดหวังว่าปรับขึ้นค่าแรงแค่ 5-20 บาท แค่ 0.5-1% กระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ โรงงาน หรือต้นทุนขนส่งแค่ 0.05-1% เท่านั้น กระทบต่อข้าวแกงแค่ 0.005% กระทบต้นทุนข้าวสาร อาหารสำเร็จรูปแค่ 0.01-0.25% จึงไม่ควรที่พ่อค้าผู้ประกอบการจะปรับราคา สถานการณ์จริงนั้นวันวานก๋วยเตี๋ยวไก่มะระข้างทางแถวสุขาภิบาล 5 ประกาศปรับราคา 5 บาท 1 ก.พ.นี้ไปแล้ว ทั้งที่ค่าแรงกว่าจะปรับขึ้นก็เดือน เม.ย.โน่น

ฟากนายจ้าง ผู้ประกอบการที่ต้องแบกต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงนั้น ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ก็ตั้งแท่นเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 ม.ค.นี้ ให้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านต่อปี และมีแรงงานไม่เกิน 200 คน นำค่าใช้จ่ายจากค่าจ้างทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่าย 1.15 เท่า จากเดิมที่ให้นำแค่ส่วนต่างของค่าแรงใหม่มาหักค่าใช้จ่ายได้ 1 เท่า

“มาตรการที่กระทรวงการคลังจะให้ ครม.อนุมัติจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไม่มาก แต่ในทางกลับกันสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและบรรเทาความเดือดร้อนได้จำนวนมาก”

เท่ากับว่าที่สุดรัฐบาลก็ขนเอาเม็ดเงินภาษีเราเข้าไปถลุงชดเชยค่าแรงให้กับผู้ประกอบการเกือบครึ่งหรือ 50% เป็นไปตามตำราเศรษฐศาสตร์ที่ว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี” จริงๆ!!!

ชูชาติ สว่างสาลี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้