วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อถูกเชือด เจ้าของที่-ตึก ผิดค้ามนุษย์

คดี‘วิคตอเรีย’ กำพลกับเมีย ยังไร้ร่องรอย

ดีเอสไอจ่อเล่นงานเพิ่มเจ้าของที่ดินและเจ้าของอาคาร “วิคตอเรีย ซีเครท” ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินและอื่นๆ ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความกับตำรวจเอาผิด “โคปาคาบาน่า” 1 ในเครือเดอะลอร์ด กรุ๊ป ฐานลักลอบขุดใช้น้ำบาดาลแล้ว

กรณีดีเอสไอ-ฝ่ายปกครองสนธิกำลังหลายหน่วยงาน เข้าตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ในซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. มีหญิงสาวชาวไทยและต่างด้าวค้าประเวณี 113 คน ตรวจสอบในจำนวนนั้นพบเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีจำนวนหนึ่ง เข้าข่ายมูลความผิดฐานค้ามนุษย์ จนศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมทั้งนายกำพลและนางวิภา วิระเทพสุภรณ์ สามี-ภรรยา เจ้าของตัวจริงของสถานบริการแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพบบัญชีรับรองตำรวจหลายสังกัดที่เข้าไปใช้บริการ ทำให้ผู้บังคับ บัญชาระดับสูงของ บช.น. มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาตัวตำรวจที่เข้าไปใช้บริการ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 ม.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในส่วนของการหาข่าวแหล่งที่อยู่ของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ อายุ 61 ปี และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ อายุ 68 ปี สามี-ภรรยาเจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ดีเอสไอประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ตลอด ยังไม่พบข้อมูลทั้งคู่เดินทางออกประเทศไทยโดยช่องทางปกติ ส่วนจะมีการหลบหนีทางช่องทางธรรมชาติหรือไม่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล ชุดสืบสวนดีเอสไออยู่ระหว่างหาข่าวทางลับ

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการตรวจสอบบัญชีของผู้ที่รับเงินจากอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครทนั้น หลังพบมีเส้นทางการเงินเข้าบัญชีของนายกำพลและนางนิภาแล้ว ยังพบอีกประมาณ 5 บัญชีที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประชุมคณะพนักงานสอบสวนให้ชัดเจนเสียก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนกรณีสถานบริการแห่งนี้มีชื่อเจ้าของใบอนุญาตประกอบกิจการ เจ้าของอาคาร เจ้าของที่ดิน เป็นคนละชื่อ จะเข้าข่ายความผิดร่วมกันค้ามนุษย์หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินและอื่นๆ ดีเอสไอเคยพูดคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ในช่วงที่รับมอบสำนวน

มีรายงานว่า สำหรับรายชื่อนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครทนั้น แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนผู้ถือใบอนุญาตประกอบกิจการ เจ้าของอาคารและเจ้าของที่ดิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงความเชื่อมโยงจากหลักฐานต่างๆอยู่

วันเดียวกัน พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส. กล่าวถึงกรณีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมกับตำรวจ บก.ปทส. บุกตรวจวัดค่าน้ำในโคปาคาบาน่า อาบอบนวด ย่านอินทามระ 1 ในสถานบริการเครือเดอะลอร์ด กรุ๊ป พบการลักลอบขุดบ่อบาดาลนำน้ำขึ้นมาใช้ 2 จุด จากการใช้เครื่องวัดคุณภาพน้ำ EC/TDS ตรวจวัดค่าเหนี่ยวนำไฟฟ้าพบมี ค่าสูงเกินมาตรฐานน้ำประปาว่า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.สุทธิสาร และที่ บก.ปทส.ไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค.แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลอยู่ระหว่างนำน้ำตัวอย่างเข้าห้องแล็บเพื่อตรวจสอบให้ได้ผลที่ชัดเจน คาดจะได้ผลตรวจภายในสัปดาห์นี้ โดยพนักงานสอบสวน บก.ปทส.เตรียมแจ้งข้อหาลักลอบขุดใช้น้ำบาดาล ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกด้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวผ่านพีซทีวีในรายการฉุกคิด ตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กรณีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ มีความเชื่อมโยงกับสโมสรฟุตบอลสิงห์เชียงรายฯ ใจความสรุปว่า สโมสรฟุตบอล สิงห์เชียงรายฯก่อตั้งนานกว่า 10 ปี ตนเข้าสนามไม่ถึง 7 ครั้ง นายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บุตรชายเคยมาขอร้องให้ตนช่วยหาสปอนเซอร์ จึงไปรบกวนผู้ใหญ่เจ้าของบริษัทแห่ง หนึ่ง ไม่ใช่นายกำพล ส่วนกรณีบุตรนายกำพล มีคนแนะนำกันมา เด็กเหล่านี้มารวมตัวกันจะยกระดับทีมไม่ใช่เรื่องการฟอกเงิน คนที่เกี่ยวข้องฝั่งนายกำพลตนไม่รู้จักสักคน แต่ก็ถูกโยงไปบริษัทนั่น บริษัทนี่ วันนี้ต้องออกมาพูด ถ้าไม่พูดจะตกเป็นจำเลยเท่ากับยอมรับ ต้องให้ศาลไปพิสูจน์

“วันนี้นายชูวิทย์ทำเหนือหน่วยงานรัฐมากไป ผมยืนยันจะฟ้อง ส่วนเรื่องบุตรชายเรื่องสโมสร เรื่องบริษัทให้เขาไปหารือกันจะฟ้องหรือไม่ ส่วนช่องรายการทีวีที่เอามาออกแบบนี้มันเสี่ยง อย่าทำร้ายคนอื่นเลย ให้อะไรมันพิสูจน์แน่ชัดแล้วเอาให้เต็มที่ อันนี้มาเล่นดราม่าทำให้คนอื่นเสียหาย บอกจะไปตั้งพรรคการเมือง หาเงินฟอกเงิน ผมเสียหาย ตลาด หลักทรัพย์ไม่ใช่มีโจรไปซื้อหุ้น คนที่ลงทุนจริงเขาขาดทุน ไปตีบริษัทนี้สีเทา คนลงทุนก็ถอน เสียหายแล้วใครรับผิดชอบ ปล่อยให้โจรกลับใจมาจัดรายการ สำหรับเรื่องการเมือง ผมมันคนขั้วอำนาจเก่ามันขายได้ แต่ความจริงก็คือความจริง” นายยงยุทธกล่าว