วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฎีกาเบิกเงิน

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานกลางในการเร่งรัดติดตามหน่วยงานของรัฐที่เกิดกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ทุจริต ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ได้มีมาตรการที่น่าสนใจในการป้องกันเรื่องนี้อีกทางหนึ่ง

นางประภาศรี บุญวิเศษ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดส่ง กรณีศึกษา ของเรื่องดังกล่าวมาเพื่อเผยแพร่เพื่อสร้างการรับรู้และย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตลอดจนประชาชนได้รับทราบและดำเนินการให้ถูกต้อง

เรื่องราวที่นำเสนอวันนี้เป็นเรื่องการจัดทำฎีกาเบิกเงินและการเขียนเช็คสั่งจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เรื่องมีอยู่ว่า ข้าราชการหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านการเงินและบัญชี ได้ทำการเบิกจ่ายค่าต้นไม้และอุปกรณ์การเกษตร และจัดทำฎีกาเบิกเงิน พร้อมเขียนเช็คสั่งจ่ายในนามของคู่สัญญา แต่มิได้ขีดฆ่าคำว่า หรือผู้ถือ ออก โดยหลักฐานบิลเงินสดที่ใช้ประกอบการเบิกจ่ายมีจำนวนเงินเกินกว่าที่ซื้อขายกันจริง และยังเป็นผู้นำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคารเอง แต่ไม่นำเงินสดไปชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้หรือคู่สัญญาในวันที่ได้รับเงินมา แค่กลับนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

กรณีนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้มูลว่า เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการรับเงินเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงิน วิธีการเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินและมอบฉันทะในการรับเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 เนื่องจากระเบียบดังกล่าวกำหนดให้การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อทรัพย์สิน หัวหน้าหน่วยงานคลังหรือเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีที่ได้รับมอบหมายต้องจัดทำและตรวจฎีกาเบิกเงินในสาระสำคัญให้ถูกต้องแท้จริงและตรวจเอกสารประกอบฎีกาให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเสนอให้ผู้มีอำนาจเพื่ออนุมัติฎีกา ประกอบกับหลักเกณฑ์ในการเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินนั้น ในกรณีที่จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือคู่สัญญาสำหรับการซื้อทรัพย์สินให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือคู่สัญญาโดยตรง ขีดฆ่าคำว่า หรือผู้ถือ ออก และขีดคร่อมด้วยเพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันการเบิกเงินมิให้มีการเบียดบังเงินที่เบิกจากทางราชการไว้เป็นประโยชน์ของตนเองโดยทุจริต

ดังนั้นการจัดทำฎีกาเบิกเงินและการเขียนเช็คสั่งจ่าย เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยต้องจัดทำฎีกาการเบิกเงินตามหลักเกณฑ์ตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด พร้อมทั้งตรวจสอบในเอกสารประกอบฎีกาให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนเสนอให้ผู้มีอำนาจเพื่ออนุมัติฎีกา และผู้มีอำนาจอนุมัติฎีกามีหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบเอกสารการเบิกเงินให้ถูกต้องตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัดก่อนอนุมัติเบิกจ่ายในทุกกรณี

ภายหลังเมื่อได้รับการอนุมัติฎีกาและได้รับเงินแล้วให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องนำเงินไปชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้หรือคู่สัญญาที่มีสิทธิรับเงินในวันที่ได้รับเงินมา และจ่ายเฉพาะการที่กำหนดเท่านั้น จะจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้ และหากเงินที่เบิกจ่ายไม่หมดให้นำส่งคืนหน่วยงานคลังภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินจากหน่วยงานคลัง

นอกจากนี้ ในกรณีการจ่ายเงินทุกกรณีถ้าผู้จ่ายมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องหักภาษีใดๆไว้ ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมนำส่งเงินภาษีดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการตามที่กฎหมายกำหนด

กรณีศึกษาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเผยแพร่มานี้ยังมีอีกจะได้นำเสนอในโอกาสอันควร.

“ซี.12”

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานกลางในการเร่งรัดติดตามหน่วยงานของรัฐที่เกิดกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ทุจริต ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด... 28 ม.ค. 2561 13:41