วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับ 2 พี่น้อง อ้าง เป็นผู้กองกับสายตรวจ ได้แล้ว อ่วมเจอ 3 ข้อหาหนัก

จับ 2 พี่น้อง อ้าง เป็นผู้กองกับสายตรวจ ได้แล้ว อ่วมเจอ 3 ข้อหาหนัก

  • Share:

รองผบ.ตร. เผย จับ พี่น้อง อ้าง เป็นผู้กอง กับสายตรวจ ตร. ได้แล้ว  หลัง ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ ยัน ชาย 2 คนในคลิป ที่ดักค้นกระเป๋าป้า ขู่ยัดยาบ้า ทำร้าย คนที่จะเข้าไปช่วย  ไม่ใช่ตำรวจ อ่างเมา คึกคะนอง ตั้ง 3 ข้อหาหนัก  

วันที่ 28 ม.ค.ที่ห้องประชุม ศปก.ตร.ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร. เป็นประธานการประชุม ศปก.ตร. พร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยัง สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณี มีคลิปแฉกลุ่มชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ขณะขอตรวจค้นกระเป๋าประชาชนที่ผ่านไปมาบนถนน โดยมีการขู่ทำร้ายร่างกาย และพยายามยัดยาเสพติด ให้กับบุคคลที่จะเข้ามาช่วยเหลือ โดยเหตุเกิดที่บริเวณสามแยกทางเข้าวัดบ้านเสม็ด ม.12 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 26 มค 61ที่ผ่านมานั้น 

ล่าสุด ตร.สามารถจับกุมตัวชายที่อ้างเป็นตำรวจทั้ง 2 คน เอาไว้ได้แล้ว คือ นายสากิต หวังชอบ อายุ 40 ปี อ้างตัวเป็นผู้กอง และนายวิโรจน์ หวังชอบ อายุ 34 ปี อ้างตัวเป็นสายสืบ โดยทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 68 ม.5 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

โดยจากสอบปากคำทั้งคู่ รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง โดยได้ประกอบอาชีพขายไก่ชน ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำลงไปเพราะเมาจนเกิดความคึกคะนอง เพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก เบื้องต้น ตร.ได้แจ้ง 3 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.145 ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ม.309 ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจตัองกระทำการนั้น ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ม.310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 27 ม.ค.61 จากกรณีที่เฟซบุ๊กชื่อ "อ้ายนิละ บ่าว ขี้ค้าน" ได้แชร์เฟซบุ๊กเสี่ยมอส ซุ้มบิ๊กสุรินทร์ เข้ามายังเพจของไทยรัฐแจ้งข่าว คลิปเป็นภาพเคลื่อนไหว ชายสวมหมวก ใส่เสื้อวอร์ม อ้างว่าเป็นผู้กอง กับชายอีกคนที่คนแรกอ้างว่าเป็นสายสืบ ผู้โพสต์อ้างว่าขอตรวจค้น มีข้อความใต้ภาพว่า เมื่อวานวันที่ 26/01/61 ผมเจอกลุ่มโบกรถสุ่มตรวจกระเป๋าข้างถนน หมู่บ้านเสม็ด ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ผมขี่รถตามหลังป้าคนหนึ่ง ซึ่งป้าคนนั้นโดนโบกให้จอดรถ แล้วโดนค้นกระเป๋า ผมเห็นคนกลุ่มนี้เมามาก และอ้างว่า ตัวเองเป็นตำรวจ อีกคนว่าเป็นสายตรวจ ผมก็เลยไปช่วยคนที่ถูกค้นกระเป๋า ผมเลยบอกป้าคนนั้นว่าเขาไม่ใช่ตำรวจและสายตรวจใดๆ ทั้งสิ้น ผมให้ป้าขับรถกลับก่อน เขาล็อกกระชากกระเป๋าผมแล้วบอกทีมเขาให้ยัดยาผม เขาล็อกคอผมแล้วจะทำร้าย มีพี่ชายคน 1 ออกมาช่วยผม ช่วยห้ามไว้แล้วเขาก็ขี่รถหนีไป ฝากพี่น้องช่วยแชร์ด้วยน่ะครับ

ผู้สื่อข่าวจึงตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ โดย พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า บุคคลที่ปรากฏเป็นคลิปในโซเชียลที่อ้างว่าเป็นผู้กองกับภาพชายอีกคนที่ชายดังกล่าวอ้างว่าเป็นสายสืบ จากการตรวจสอบภาพนิ่งและคลิปภาพเคลื่อนไหว บุคคลทั้งสองคนไม่ใช่ตำรวจของ สภ.เมืองสุรินทร์ หรือตำรวจสุรินทร์ และไม่ได้เป็นอาสาตำรวจหมู่บ้านแต่อย่างใด ซึ่งได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่บ้านเสม็ด ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ ตามหาบุคคลในภาพมาสอบสวนหารายละเอียด และตามบุคคลที่โพสต์ในเฟซบุ๊กมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสอบสวนหารายละเอียดได้แล้ว หากพบว่าชายในภาพที่อ้างว่าเป็นผู้กองมีความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้