วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.แขวะบิ๊กตู่ เก่งกว่า! 'ดาราออสการ์’ พท.เชื่อคงมีจัดฉากอีก

‘ม็อบ’กร้าวทวงลต.61 คสช.ยันยึดโรดแม็ป


พท.-ปชป.รุมขยี้ปาหี่ “ประยุทธ์” ยืดแล้วยืดอีกโรดแม็ปเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” สับปากบอกไร้ใบสั่ง แต่ใช้ ม.44 แก้กฎหมายลูก ชี้แรงกดดันทั้งในและต่างประเทศยิ่งปะทุ “วิรัช” แขวะผู้นำตีบทแตกเล่นละครต้มคนไทย “วัฒนา” ขุดอดีต “สฤษดิ์-สุจินดา” เหน็บเผด็จการกระจอก กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ “วรชัย” จวกคำพูด “บิ๊กตู่” ล้มละลายไม่มีใครเชื่อแล้ว “ชัยเกษม” เชื่อมีจัดฉากสร้างปัจจัยเสี่ยงขยับกาบัตรอีก ซัดส่งทีมไทยนิยมบอนไซประชาธิปไตย “ครูหยุย” ปัดรับใบสั่งยื้อ ยันมีเหตุผลเลื่อน 90 วันบังคับใช้ ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส. โฆษก คสช.ท่องคาถายึดโรดแม็ป ไม่ได้เอื้อพวกพ้อง เมินสหรัฐฯ-อียูกดดัน กลุ่มเห็นต่างตั้งโต๊ะแฉโกง-ล่าหมื่นชื่อจี้ยกเลิก 35 คำสั่ง คสช. “วีระ” อยากตบปากคน ป.ป.ช. ชี้ช่องให้โจร นาฬิกา ยืมเพื่อนไม่ต้องแจงทรัพย์สิน

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไม่สามารถก้าวล่วงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ลงมติให้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2562 ขณะที่ฝ่ายการเมืองยิ่งตอกย้ำอย่างหนักหน่วงว่าเป็นการแสดงปาหี่ของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายในการสืบทอดอำนาจของ คสช.

“อภิสิทธิ์” สับไร้ใบสั่งแต่ใช้ ม.44 แก้ ก.ม.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่ มศว ประสานมิตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสนช.มีมติเสียงข้างมากให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ออกไป 90 วัน หลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาว่า ได้ย้ำมาตลอดว่าหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้งควรจะชี้แจงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและ คสช.เอง เมื่อถามว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่าเมื่อขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปแล้ว การ เลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงเดือน ก.พ. 2562 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องอธิบายได้ยาก เพราะอาจจะเกิดเร็วกว่านั้นก็ได้ แต่หาก คสช.ยังไม่พร้อมจัดการเลือกตั้ง ควรอธิบายกับสังคมว่าทิศทางต่อจากนี้คืออะไร ประชาชนยังรอคอยการเลือกตั้ง ยังแปลกใจที่ คสช.ยืนยันมาตลอดว่า ไม่เคยก้าวล่วงการพิจารณากฎหมายของ สนช. แต่กลับออกคำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไข กฎหมายพรรคการเมือง ไม่ทราบว่ามีการรับใบสั่งหรือไม่ หาก คสช.ต้องการให้กฎหมายออกมาทางใด สามารถดำเนินการได้

ชี้แรงกดดันทั้งใน–ตปท.ยิ่งปะทุ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ สนช.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.) และมีมติเสียงข้างมากให้ลดกลุ่มอาชีพจาก 20 กลุ่มเหลือ 10 กลุ่มว่า ให้ความเห็นยาก ตั้งแต่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกร่างมามีความสับสนและไม่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งระบบการเลือกจากพื้นที่มาสู่ประเทศ รวมถึงระบบการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มสาขาอาชีพ ยากที่จะออกแบบให้ลงตัว ส่วนกรณีที่ภาคประชาสังคมและกลุ่มองค์กรต่างๆเริ่มออกมากดดัน คสช.มากขึ้น จะมีแรงกดดันต่อโรดแม็ปของคสช.มากยิ่งขึ้นทั้งในประเทศที่จะมีมาอีกหลายรูปแบบ และจากต่างประเทศที่เริ่มไม่สบายใจต่อท่าทีเช่นนี้ด้วย

แขวะตีบทแตกทำมึนไม่รู้เลื่อน ลต.

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และกรรม การบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ปฏิเสธไม่รู้เรื่องหรือไม่มีใบสั่งให้ สนช.ลงมติเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วันว่า ถือว่าตีบทแตกยิ่งกว่าดารารางวัลออสการ์ บริหารอำนาจมา 4 ปี เล่นการเมืองแบบตีเนียน ออกข่าวนี้ผ่านสื่อไปแล้วสังคมไทยสังคมโลกจะเชื่อคำพูดที่สวนทางกับการกระทำเช่นนั้นหรือ ครั้งแรก คสช.ระบุเองโรดแม็ปจะให้เลือกตั้งปี 2559 และเลื่อนมาเป็นปี 2560 จากนั้นประกาศยืนยันทั้งในเวทีโลกและสังคมไทยว่าจะมีเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 ล่าสุดปรับแผนให้ สนช.ใช้อภินิหารทางกฎหมาย เลื่อนบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งไปอีก 90 วัน สอดคล้องกับการยอมรับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายมั่นคงและ รมว.กลาโหม มีการอธิบายเหตุผลรับรองจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายว่าทำได้ ทั้งที่วงการกฎหมายทราบดีว่าส่วนใหญ่จะใช้กับกฎหมายการเงิน รัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีที่ไหนใช้กับกฎหมายเลือกตั้ง

สวดเล่นปาหี่แหกตาสังคมไทย

“ถึงเวลานี้นายกฯประยุทธ์ยังกล้าเล่นปาหี่แสดงละครตบตาสังคมไทยว่า ไม่รู้ ไม่เห็น แต่น่าแปลกที่ว่ากลับยอมรับว่าเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติตรากฎหมายออกมาแล้วต้องยึดตามนั้น จะปฏิเสธอย่างไรคงไม่พ้นตัวเพราะตัวท่านคือต้นน้ำหรือตาน้ำของแม่น้ำห้าสาย ที่จะควบคุมให้แต่ละสายได้ทั้งองคาพยพ จึงขอให้ประกาศให้ชัดว่า เลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพื่อสร้างความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนและสร้างภาพลักษณ์ดึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ไม่ใช่เป็นโรดแม็ปยืดได้หดได้เช่นที่ผ่านมา” นายวิรัชกล่าว

“สาธิต” จวกไม่แฟร์เอาเปรียบคู่ต่อสู้

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของ คสช.ว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาที่เหลือทำเพื่อบ้านเมือง อย่าทำเพื่อบ้านตัวเองหรือพวกพ้อง การตั้งทีมปูพรมไทยนิยมยั่งยืนทั่วประเทศ อำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกับระบบบริหารราชการแผ่นดินปกติที่มีอยู่แล้ว จะสิ้นเปลืองและเพิ่มภาระให้คนเดิมๆที่ทำงานหนักอยู่แล้วมาทำงานซ้ำกัน แต่หากหวังผลเรียกคะแนนจากประชาชน หลัง สนช.ยืดเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ไป 90 วันจะไม่แฟร์ นายกฯเคยประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ถ้าจะเล่นการเมืองในอนาคต จะถูกมองได้ว่าเอาเปรียบคู่ต่อสู้ ทหารที่ได้อำนาจมาด้วยสถานการณ์ ต้องการกลับไปสืบทอดอำนาจจุดจบเป็นอย่างไร ประเทศไทยมีพระสยาม เทวาธิราชคุ้มครองอยู่ ใครคิดร้ายต่อบ้านเมืองผลลัพธ์จะจบแบบไม่ต่างกัน

“ชัยเกษม” เชื่อมีปัจจัยเสี่ยงขยับ ลต.อีก

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 90 วันและร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า ทั้งหมดอยู่ในโรดแม็ปของ คสช.และรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เป็นโรดแม็ปที่เอามาโชว์ประชาชน เป็นโรดแม็ปเพื่ออยู่ในอำนาจควบคุมผู้ที่จะถูกส่งต่ออำนาจต่อไปได้ มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์เปลี่ยนได้อยู่ตลอด คนในประเทศปลงเสียเถอะ ถ้าเขาคิดถึงแต่พวกตัวเอง ไม่ได้คิดถึงประเทศชาติ ที่บอกขยับไปอีกแค่ 3 เดือนไปเลือกตั้งเดือนก.พ.62 จะเชื่อได้หรือไม่ เพราะโรดแม็ปเปลี่ยนอยู่ตลอด ไม่เคยเห็นเป็นไปตามที่พูดเลย เชื่อว่าจะเกิดปัจจัยเสี่ยงทำให้ต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไปได้อีก และถึงแม้ไม่มีก็สร้างปัจจัยเสี่ยงขึ้นมาได้เอง ยิ่งเวลานี้กองหนุนและเรตติ้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ลดน้อยลงทุกวัน

ผุด คกก.ไทยนิยมบอนไซ ปชต.

นายชัยเกษมกล่าวต่อว่า ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ดึงฝ่ายบริหาร ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน มาร่วมทำงานลงไปหมู่บ้าน และชุมชนนั้น ต้องมองไปตั้งแต่มีปรับโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ปรับให้มี กอ.รมน.ภาคและ กอ.รมน.จังหวัด นั่นคือการขยายอำนาจของฝ่ายทหารให้สามารถปกครองไปได้ทั่วประเทศ การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวเจาะลงไปหมู่บ้าน ชุมชน ถ้ามองทางการเมืองย่อมมีผลต่อการเลือกตั้งแน่ ที่กำลังจะควบคุมประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนทั้งประเทศ คนนำลงไปคือฝ่ายทหารที่มีอำนาจในปัจจุบัน มีฝ่ายปกครองร่วม ทุกอย่างทำได้ทั้งนั้น ไม่ต่างอะไรกับที่เคยโจมตีฝ่ายการเมืองไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ว่าไปหลอกประชาชน ขณะที่ตัวเองเอาอำนาจรัฐไปใช้เพื่อหลอกประชาชน

“วัฒนา” เหน็บแสบเผด็จการกระจอก

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “หลอกใคร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ที่อินเดียกรณี สนช.ลงมติขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ว่า เป็นเรื่องของ สนช.ไม่สามารถก้าวล่วงได้ คงต้องการสื่อให้สหภาพยุโรปและสหรัฐฯที่ไปสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2561 เชื่อว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สนช. เพราะอยู่ต่างประเทศ คงคิดว่ามหาอำนาจมีระดับสติปัญญาเท่ากับตัวเองและคนที่สนับสนุนให้ออกมายึดอำนาจ จึงหาข้ออ้างแบบไร้เดียงสาว่าเป็นเรื่องของ สนช.ที่ผ่านมาเห็นแต่เผด็จการที่กล้าทำกล้ารับ ไม่โทษคนอื่น เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่พูดว่า “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” หรือแม้แต่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่เคยบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯยังกล้ารับว่า “ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ”แต่ยุคหลังกลับเห็นแต่เผด็จการกระจอกที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ โกหกได้แบบไม่อายปาก อยากมีอำนาจแต่ขี้ขลาดโยนให้คนอื่นรับแทน จะไล่ให้ไปนุ่งผ้าถุงก็เสียดายผ้านุ่ง เพราะคนประเภทนี้แม้แต่ผ้าถุงก็ไม่คู่ควร

ซัดคำพูด “บิ๊กตู่” ล้มละลายไปแล้ว

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.โดยมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ว่า จะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป อาจเป็นเดือน ก.พ.2562 ไม่เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 พล.อ.ประยุทธ์บอกจะอยู่ไม่นาน แต่เลื่อนการเลือกตั้งมาหลายครั้ง สร้างเหตุผลต่างๆมารองรับ ครั้งนี้ สนช.สร้างเหตุผลต้องทำกฎหมายให้สอดคล้องกับคำสั่งที่ 53/2560 พล.อ.ประวิตรก็รับลูกบอกไม่น่ามีอะไรทำให้โรดแม็ปเลื่อนออกไปอีก ถ้าอยู่กันอย่างสงบเรียบร้อย แสดงว่าหากมีปัจจัยอะไรเกิดขึ้นการเลือกตั้งยังเลื่อนได้อีกใช่หรือไม่ วันเลือกตั้งของรัฐบาล ไม่มีใครเชื่อถือแล้วว่าจะเป็นไปตามที่พูด ความเชื่อในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ล้มละลายไปแล้ว

เย้ยยื้อเลือกตั้งจุดจบรัฐบาล คสช.

นายวรชัยกล่าวว่า การบริหารประเทศที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี โครงการต่างๆของรัฐบาล ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึง ผลประโยชน์ต่างๆตกไปที่กลุ่มนายทุน ประชาชนต่างเอือมระอา และพอมีเรื่องอะไรที่ส่อแววทุจริต หน่วยงานตรวจสอบก็ไม่สามารถเอาผิดได้เลยกลับกลายเป็นการฟอกขาว ประชาชนไม่สามารถมีปากมีเสียง ความหวังเดียวของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการคือการเลือกตั้ง เพราะพวกเขาซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย จะได้เลือกผู้แทนมาทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ไม่เหมือนคนที่ถูกแต่งตั้งที่ต้องรักษาผลประโยชน์ให้ผู้แต่งตั้งตัวเองเข้ามา เมื่อมีการยื้อเวลาออกไปเช่นนี้ ระวังประชาชนจะทนไม่ไหว จนออกมารวมตัวกันทวงคืนอำนาจของตัวเอง หากเป็นเช่นนั้นการยื้อเวลาของ สนช.ครั้งนี้ จะเป็นจุดจบของรัฐบาล คสช. และแม่น้ำทั้ง 5 สาย

จวกจะเอาเปรียบคนอื่นไปถึงไหน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า วันนี้ประชาชนไม่อยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรู้เห็นกับ สนช.หรือไม่ เรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง คนไทยคงรู้ดีและคงเบื่อหน่ายอยู่แล้วกับสัญญาที่ผู้นำไทยแลนด์ไปพูดไว้ถึง 3 ครั้ง แต่ประชาชนคงอยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะบอกสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และนานาชาติอย่างไร ที่สำคัญคือประชาชนอยากรู้จริงๆว่า รัฐบาล คสช.จะเอาเปรียบคนอื่นก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ขนาดไหน เมื่อเข้าสู่โหมดเตรียมตัวเลือกตั้งรัฐบาลต้องไม่เอาเปรียบคนอื่นเหมือนกับที่เคยดูถูกหลายรัฐบาล โดยเฉพาะใช้กลไกของรัฐและเงินงบ ประมาณ แจกเงินผ่านบัตรคนจน พยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่ประชานิยม ที่จริงแล้วคือประชานิยมนั่นเอง ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและทุกประเทศก็ทำกัน แต่ประชานิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แจกเงินเปล่า ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเอง บัตรคนจนไปซื้อได้เฉพาะสินค้าของนายทุนบางคน ประชานิยมของ พล.อ.ประยุทธ์แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควรแถมยังจะเป็นภาระการเงินการคลังของประเทศไปอีกนาน

“ชลน่าน” หวั่นถูกดูด ส.ส.ภาคกลาง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวทาบทามอดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายพื้นที่ให้เข้าร่วมกับพรรคใหม่ว่า เราเกรงอยู่เช่นกัน น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน เหมือนจีบสาวแรกๆไม่ ต่อไปก็ไม่แน่ หากเสนอผลตอบแทนที่ดีอาจมีผล ยังมั่นใจอดีต ส.ส.พื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยเฉพาะภาคอีสาน ในวันอวยพรรักษาการหัวหน้าพรรคช่วงปีใหม่ ให้สัตย์ปฏิญาณยังยืนหยัดอยู่พรรค การจะดูดไปคงเป็นไปได้ยาก คงประเมินว่าถ้าทิ้งพรรคไปอยู่พรรคอื่น จะได้เห็น ส.ส.อีกหรือไม่ เหมือนกับอดีต ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าย้ายไปอยู่พรรคอื่นโอกาสกลับมาเป็น ส.ส.คงยาก แต่พื้นที่สุ่มเสี่ยงคงเป็นภาคกลาง โอกาสจะถูกดูดสูง อดีต ส.ส.เดิมตั้งแต่ปี 2544 เราติดต่อไป เพื่อขอคำยืนยันอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ยังอ้ำอึ้ง ถามจะกลับมาอยู่ไหมก็ไม่ตอบ จึงสุ่มเสี่ยง ที่ขยายเวลาเลื่อนเลือกตั้งออกไปคงเพราะเตรียมพรรคใหม่ให้พร้อม

“ครูหยุย” ยันมีเหตุผลปัดรับใบสั่งยื้อ

ด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองโจมตีว่า สนช.รับใบสั่งจาก คสช.ให้มีมติขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วัน จนกระทบโรดแม็ปเลือกตั้งเลื่อนออกไปปี 62 ว่า พรรคการเมืองมีสิทธิและหน้าที่วิจารณ์ได้ถ้าไม่เห็นด้วย แต่การพิจารณาของ สนช.ขอย้ำว่าเรามีเหตุมีผล ไม่ใช่ไปจินตนาการเองหรือไปเที่ยวใส่วันเวลากันเอง ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งใดๆ ส่วนตนคิดว่าจะไม่ให้ยืดออกไป 90 วัน ตอนประชุมได้นั่งคุยนอกรอบกับสมาชิก บางส่วนด้วยว่าเงื่อนเวลาตามเดิมยังเดินต่อไปได้ จึงตัดสินใจลุกขึ้นถามในที่ประชุม สนช.กับ กกต.ที่มาชี้แจงในที่ประชุม ได้ฟังแล้วก็มีเหตุผล เพราะตัวแทน กกต.ตอบว่าเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่กฎหมายลูกพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ผ่านมาราว 6 เดือนแล้ว พรรคการเมืองยังประชุมพรรคหรือเคลื่อนไหวไม่ได้เนื่องจากมีคำสั่ง คสช.ค้ำอยู่ หากบังคับใช้กฎหมายลูก ส.ส.ทันทีจะขลุกขลัก การทำไพรมารีโหวตมีหลายเรื่องต้องใช้เวลามาก ถ้าผ่อนคลายไป 90 วันจะมีเวลาพอสมควร กกต.ยังบอกเลยว่ายืดออกไป 120 มากเกินไป 90 พอดีแล้ว

กมธ.ไม่เห็นมีประเด็นแย้ง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ของ สนช.กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองระบุ สนช.รับใบสั่งขยายการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วันว่า ไม่อยากพูดเดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้กันไปมา ส่วนจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ ต้องรอตามกระบวนการภายใน 10 วัน ถ้า กกต.และ กรธ.เห็นว่ามีประเด็นขัดแย้งจะมีหนังสือแจ้งมา แนวโน้มการตั้ง กมธ.ร่วมนั้นยังนึกไม่ออกว่ามีประเด็นอะไร เพราะเวลาที่ขยายการบังคับใช้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ไม่ได้ขัดข้องและไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าหากมีการตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย น่าจะเป็นร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนวิธีการแต่ทางสังคมศาสตร์ไม่มีอะไรถูกอะไรผิด

กรธ.ขอรอดู 2 ร่าง ก.ม.ฉบับ สนช.ก่อน

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้ายที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.ว่า เบื้องต้นคงต้องรอ สนช.ส่งร่างฉบับสมบูรณ์ทั้ง 2 ฉบับมายังกรธ. ถึงจะพิจารณาในรายละเอียดได้ แต่ต้องยอมรับว่าวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ กรธ.เสนอเป็นรูปแบบใหม่ ไม่เคยใช้กันมาก่อน ทำให้ สนช.บางส่วนไม่ค่อยมั่นใจ โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มอาชีพว่า จะได้ ส.ว.ที่น่าพอใจหรือไม่ จึงพยายามหาวิธีการใหม่ แม้ว่าที่ประชุมสนช.จะลดกลุ่มอาชีพจาก 20 ลงเหลือ 10 กลุ่ม แต่กลุ่มอาชีพไม่ได้ลดลงไปด้วย เพียงแต่ สนช.นำ 20 กลุ่มของ กรธ.มารวมกันจนเหลือ 10 กลุ่ม ผลจากการแก้ไขดังกล่าว จะทำให้โอกาสที่กลุ่มอาชีพต่างๆที่จะเข้ามาเป็น ส.ว.มีความไม่แน่นอน อย่างกลุ่มสตรีตามร่างของ กรธ.จะทำให้เขามีโควตา ส.ว.แน่นอน 10 คน แต่เมื่อลดกลุ่มลงแล้วนำไปรวมกับกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ หลักประกันที่ กรธ.วางไว้ว่าอยากให้แต่ละกลุ่มอาชีพมีจำนวนที่นั่งเท่าๆกันจะหายไป เพราะโอกาสที่จะได้เข้ามาแน่ๆ 10 คนลดลง

“อุดม”แย้มมีแนวโน้มตั้งกมธ.ร่วม3ฝ่าย

นายอุดมกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ สนช.แก้ไขให้แบ่งประเภทวิธีการสมัคร ส.ว.เป็น 2 ส่วน คือ 1.ประเภทที่สมัครโดยอิสระ 100 คน และ 2.ประเภทที่ต้องได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่างๆนั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่า สนช.จะชี้แจงว่าไม่ได้แบ่งที่มา แต่เป็นเพียงวิธีการสมัครเท่านั้น แต่ความจริงดูพิลึก เท่ากับแยก ส.ว.ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100 คนแล้ว ตามร่างเดิม กรธ.กำหนดให้มี ส.ว. 200 คน มีที่มาโดยอิสระให้เลือกกันเองระหว่างผู้สมัคร การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้ผู้สมัครถูกจำกัดโดยวิธีการสมัคร การแบ่งประเภทของ สนช.นั่นเอง จะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตอบวันนี้คงเร็วไป ต้องรอฟังกรรมการ กรธ.คนอื่นด้วย แต่ถือว่าเป็นประเด็นที่กังวลใจว่าจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และมีแนวโน้มจะนำไปสู่การโต้แย้งเนื้อหาเพื่อตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายด้วย ส่วนจะตั้งหรือไม่ คงต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม กรธ.เพื่ออภิปรายหาข้อยุติกันอีกครั้ง

คสช.แจงยึดโรดแม็ปโต้เอื้อพวกพ้อง

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการ สนช.ลงมติขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วันว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกรอบของโรดแม็ป ในการเตรียมการส่งมอบอำนาจ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่ามีเงื่อนไขเวลาที่ขยับออกไป แต่ก็เป็นรายละเอียดที่ทำให้การปฏิบัติของพรรคการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ส่วนการขยายเวลาออกไปอีก 90 วันเป็นรายละเอียดการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งขอย้ำว่าไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้ คสช.แต่อย่างใด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประเทศชาติและประชาชน เมื่อถามว่า แล้วจะชี้แจงให้พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า เราอธิบายตามข้อเท็จจริง เชื่อว่าเหตุผลเป็นสิ่งที่ควรจะรับฟังและสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาที่ดี

เมินสหรัฐฯ–อียูกดดันลั่นควรเข้าใจ

เมื่อถามอีกว่า การออกมาให้ความเห็นการทางเมืองของสหรัฐอเมริกาและอียูให้ทางการไทยยึดกรอบการเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า คสช.ต้องเรียนด้วยความขอบคุณ ทั้งสองคือมหามิตรที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนาน จึงเชื่อมั่นได้ว่าเขาจะเข้าใจในความสำคัญว่าห้วงเวลานี้ คสช.และรัฐบาลกำลังบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป การพัฒนาการวางยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การดำเนินงานต่างๆหลายเรื่องคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญคือเมื่อประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกประเทศๆจึงควรเข้าใจ และคงเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีเช่นกัน

ฮึ่มกลุ่มต้านอย่าล้ำเส้นทำผิด ก.ม.

พล.ต.ปิยพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นัดชุมนุมแสดงพลังต่อต้าน คสช. นัดประชาชนอยากเลือกตั้ง บริเวณลานสกายวอล์ก เขตปทุมวัน กทม.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย เชื่อว่าคงไม่มีความรุนแรง จะใช้มาตรการพูดคุยทำความเข้าใจ ตักเตือน และขอความร่วมมือ แต่ถ้าอะไรที่ทำผิดกฎหมายต้องขอร้องกัน คสช.ไม่อยากบังคับใช้กฎหมายแบบเข้มข้นและรุนแรง เมื่อถามว่าจะเข้าข่ายผิดคำสั่ง คสช.การชุมนุมเกิน 5 คน และ พ.ร.บ.การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2558 หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า เราต้องพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าถ้าทำอะไรแล้วผิดกฎหมายอย่าทำ เพราะจะผิดกฎหมาย จะไปละเมิดสิทธิคนอื่นด้วย สุดท้ายจะเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะไม่ควร ขอย้ำอีกครั้งว่า คสช.ขอความร่วมมือให้งดเว้น เพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งกัน แต่เจตนาประสงค์ของพวกเขาอยากจะให้มีภาพที่ปรากฏออกไปว่ามีการชุมนุม มีความไม่เรียบร้อย ขอร้องว่าอย่าทำอะไรที่เกินกรอบกฎหมาย ถ้าทุกคนเคารพกฎหมายบ้านเมืองจะเดินต่อไปได้ ถ้ามีอะไรไม่พึงพอใจในการปฏิบัติอะไรต่างๆ ส่งหนังสือร้องเรียนมาได้ มีหน่วยงานเกี่ยวข้องรับเรื่องราวร้องเรียนอยู่แล้ว มากกว่าการที่จะไปชุมนุม เพราะจะไม่เหมาะในเวลานี้

ก๊วนฟื้นฟู ปชต.โผล่ค้านสืบอำนาจ

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ลานสกายวอล์ก สี่แยก ปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ นายนันทพงศ์ ปานมาศ นศ.นิติศาสตร์ รามคำแหง และกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายอานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นัดหมายผู้ไม่เห็นด้วยกับ คสช.ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เข้าร่วมชุมนุมในแบบแฟลซม็อบ ใช้ชื่อว่า “ประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช.” เพื่อแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยกับมติ สนช.ที่ส่งผลให้ต้องเลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปเป็นปี 62 มีมวลชนจากหลายส่วนทั้งนักเคลื่อนไหวการเมือง แกนนำนักศึกษากลุ่มต้าน คสช. แกนนำกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มมวลชนเสื้อแดง อาทิ นายสมบัติ บุญงามองนค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นายวีระ สมความคิด นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นศ.รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนหน้าการชุมนุมจะเริ่มขึ้น พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก. สส.สน.ปทุมวัน นำกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าตรึงพื้นที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดโดยไม่ขัดขวาง แต่ให้ชุดสืบสวนใช้กล้องบันทึกภาพผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคน เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดีภายหลัง พร้อมขอร้องให้ผู้ชุมนุมไม่รวมตัวกีดขวางทางเดินของประชาชน

ทวงสัญญาลมปากเลือกตั้งปี 61

ต่อมาแกนนำกลุ่มต้าน คสช.ได้เปิดปราศรัย โจมตี คสช.อย่างดุเดือด โดยสรุปว่า การเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการสืบทอดอำนาจ วันนี้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้ง มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังให้ คสช.เห็นว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นในปี 61 ตามที่ คสช.ให้สัญญาไว้เท่านั้น หากไม่เป็นเช่นนั้นจะนัดรวมตัวชุมนุมต่อต้าน คสช.ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นทางกลุ่มได้แจกสติกเกอร์ข้อความว่า “หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง” ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุม พร้อมตะโกนคำว่า คสช.ออกไป ก่อนประกาศจะนัดมวลชนเข้าร่วมชุมนุมขับไล่ คสช.อีกครั้งในวันที่ 10 ก.พ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่นายสิรวิชญ์ ได้นัดกลุ่มมวลชนไปร่วมกิจกรรม we walk ที่จะจัดขึ้นที่สวนลุมพินี ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 17.00 น. เพื่อให้กำลังใจ และเดินคู่ขนานไปกับกลุ่ม we walk ที่กำลังเดินเท้ามุ่งหน้าไป จ.ขอนแก่น กระทั่งเวลา 19.00 น. จึงยุติกิจกรรมแยกย้ายกันไป

กลุ่มเห็นต่างล่าชื่อ–แฉโกงยุค คสช.

อีกด้าน เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สวนครูองุ่น ปากซอยทองหล่อ 3 นางณัฎฐา มหัทธนา อดีตพิธีกรโทรทัศน์ แกนนำกลุ่มพลังมด นัดหมายผู้เห็นต่างกับ คสช.รวมตัวจัดกิจกรรมประชาชนเสวนา “คอร์รัปชัน 4.0” เพื่อเปิดโปงการคอร์รัปชันรัฐบาล คสช.มี พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ภายในงานได้ตั้งโต๊ะเชิญชวนประชาชนเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 หมื่นชื่อ “ปลดอาวุธ คสช. ทวงคืนสถานการณ์ปกติ” จัดโดยกลุ่มไอลอว์ เรียกร้องให้ออกกฎหมายยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. 35 ฉบับ ขณะที่นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวที่พยายามเข้ามอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นำภาพนาฬิกาหรู 25 เรือน มาติดบอร์ดให้ผู้เข้าร่วมงานโหวตว่าสมควรจะมอบเรือนใดให้ พล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 30 ม.ค. นายเอกชัยกล่าวว่า หลังถูกดักทำร้าย แจ้งความไว้ที่ สน.ลาดพร้าว แต่คดีไม่คืบหน้า คนจ้างวานคนมาทำร้ายตนคงหวังเอาใจนาย ขู่ให้ตนกลัวเพื่อให้หยุด วันที่ 29 ม.ค.จะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตรที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 30 ม.ค.จะไปดักรอเพื่อมอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตรอีกครั้ง

“วีระ” อยากตบปากคนชี้ช่องให้โจร

ด้านนายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) กล่าวในหัวข้อการต้านคอร์รัปชัน โดยภาคประชาชนว่า ยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร เนื่องจากมีพฤติกรรมความผิดชัดเจน กฎหมาย ป.ป.ช.ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน วันนี้แค่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาเรือนเดียวก็ตายแล้ว ไม่ต้องให้ถึง 25 เรือนด้วยซ้ำ ถึงยืมก็ผิดถ้าไม่มีอำนาจใครจะให้ยืมนาฬิกาเรือนละเป็นล้านบาท ทางกฎหมายถือว่าเจตนาทำผิด เพราะทรัพย์สินที่ถูกเปิดโปงไม่เคยอยู่ในการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ว่าจะรับตำแหน่งอยู่ในรัฐบาลไหน อยากตบปากคน ป.ป.ช.ที่ออกมาพูดว่าถ้าไม่ใช่ทรัพย์สินตัวเองไม่ต้องแจ้ง เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ผู้ถูกกล่าวหา พูดแบบชี้ช่องให้โจรจะพูดไปทำไม จะรอจนกว่า ป.ป.ช.มีมติเรื่องนี้ หากไม่ตรงหลักความจริงจะร้องเรียนดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. ตอนนี้ปล่อยให้ทำความผิดซ้ำซากต่อไป เวลาไปศาลจะได้ไม่มีข้ออ้างว่าขาดเจตนา ยืนยันจะเดินหน้าต่อ ไม่กลัวไม่ว่าจะตำรวจ ทหาร ส่วนที่ไทยถอนตัวจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันโลก ไม่ทราบว่าใครบีบให้ต้องลาออกหรือเปล่า คสช.ดูเหมือนพอใจด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีผลการรายงานการจัดอันดับเท่ากับปิดหูปิดตาประชาชน

ศาล ปค.สั่งคุ้มครอง “เดินมิตรภาพ”

วันเดียวกัน ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผกก.สภ.คลองหลวง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ผบช.ภ.1 ผบช.ภ.3 และ ผบช.ภ.4 ขัดขวางการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชน people go walkหรือ “WE WALK” ในกิจกรรมเดินมิตรภาพจาก ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มุ่งหน้าสู่ จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ร่วมชุมนุมจนถึงวันที่ 17 ก.พ.2561 อันเป็นวันสิ้นสุดการชุมนุม เว้นแต่จะพบว่าผู้ร่วมชุมนุมกระทำการใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เจ้าพนักงาน กำหนดเงื่อนไขหรือมีคำสั่งหรือประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมหรือแก้ไข หรือร้องขอต่อศาล ให้มีคำสั่งให้เลิกการชุมนุมหรือดำเนินการอื่นใดตามอำนาจหน้าที่ เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะหรือกฎหมายอื่น

ระบุ ตร.ขัดขวางเสรีภาพผู้ชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลให้เหตุผลว่าเมื่อข้อ เท็จจริงปรากฏว่า ขณะเริ่มการชุมนุมเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เจ้าหน้าที่ สตช.กับพวกทั้งเจ็ดสั่งการให้นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้จัดการชุมนุมกับพวกทั้งสี่รื้อค้นเสบียง เสื้อผ้าสัมภาระ ถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชน และสอบสวนนายเลิศศักดิ์กับพวกทั้งสี่ จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย อาจมีการปิดกั้น ขัดขวางเสรีภาพในการชุมนุมของผู้ฟ้องและผู้ร่วมชุมนุม และน่าเชื่อว่าจะมีการปิดกั้น ขัดขวางอันเป็นการกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปในเหตุที่มีการฟ้องร้อง ทำให้นายเลิศศักดิ์กับพวกได้รับความเสียหายต่อไปได้

“ชูศักดิ์” จวก ป.ป.ช.เลือกข้าง

อีกเรื่องนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น “ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและ คสช.ของ ป.ป.ช.” โดยร้อยละ 76.32 เห็นว่าการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีความไม่ปกติ และร้อยละ 61.04 ระบุมีการแทรกแซงว่า คำถามคือทำไมประชาชนคิดเช่นนี้ เหตุผลแรกคือ ที่มาของ ป.ป.ช. ชัดเจนว่ามาจาก คสช. อีกทั้งกรรมการยังมีความใกล้ชิดกับ คสช. ส่งผลต่อความเชื่อถือแน่นอน อีกประเด็นหนึ่งประชาชนดูการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคนในรัฐบาลมีคนที่มีความประพฤติมิชอบหลายเรื่อง ที่สังคมกังขา แต่การตรวจสอบกลับไม่คืบหน้า หรือแสดงให้เห็นความเอาจริงเอาจัง คิดว่าประชาชนคงไม่หวังอะไรกับ ป.ป.ช.ชุดนี้ ถึงหวังคงไม่ได้อะไร เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.เดินหน้าตรวจสอบเอาผิดฝ่ายตรงข้ามกับ คสช.เต็มที่ แต่กับฝ่าย คสช.กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีการเลือกข้าง

เฉ่งตรวจสอบลูบหน้าปะจมูก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า แม้แต่กองหนุนของท่านเองยังตั้งคำถามลักษณะเกิดวิกฤติศรัทธา ความเชื่อมั่นลดกองหนุนหดหายหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบมาตรฐานการทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าเป็นแบบลูบหน้าปะจมูก เลือกปฏิบัติ ประชาชนคงไม่อาจไว้วางใจหรือให้ความเชื่อมั่นได้ เมื่อประชาชนสิ้นหวังต่อกระบวนการและมาตรฐานการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลจะประสบสภาวะยากลำบาก จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลทั้งระบบ ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ประชาชนตั้งคำถามว่าระหว่างความถูกต้อง การตรวจสอบอย่างมีมาตรฐานธรรมาภิบาลกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมีหลักอย่างไร ประชาชนรอด้วยใจระทึกว่า ลำดับดัชนีคอร์รัปชันหรือ CPI ที่จะเปิดเผยในเดือน ก.พ. ประเทศไทยจะมีลำดับดีขึ้นหรือแย่ลง เรื่องนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมิน

จี้องค์กรโปร่งใสแจงเหตุถอนตัว

ช่วงเย็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ โพสต์ในออฟฟิเชียลไลน์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ว่า ติดตามข่าวมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ด้วยความห่วงใย แม้เป็นเรื่องของภาคเอกชนแต่สะท้อนว่านับวันเรามีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ กับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล มูลนิธิฯน่าจะชี้แจงให้ชัดเจนและโปร่งใส

ด้านนายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) กล่าวว่า ที่ไทยถอนตัวจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันโลก ไม่ทราบว่าใครบีบให้ต้องลาออกหรือเปล่า คสช.ดูเหมือนพอใจด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีผลการรายงานการจัดอันดับเท่ากับปิดหูปิดตาประชาชน

รัฐฉุนฮิวแมนไรท์ฯชงข้อมูลลบ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ เผยแพร่รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2018 เสนอต่อสหภาพยุโรปหรืออียู ให้ปิดตลาดประมงไทยอ้างสาเหตุมีปัญหาการค้ามนุษย์ว่า น่าผิดหวังที่ฮิวแมนไรท์วอทช์เลือกรายงานข้อมูลปราศจากข้อเท็จจริง มุ่งเสนอข้อมูลด้านลบ ละเลยนำเสนอด้านบวกในความก้าวหน้าการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง ที่สหรัฐฯ ได้ปรับสถานะไทยดีขึ้นจากเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 ส่วนอียูก็พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.มุ่งมั่นส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปตามหลักสากล ที่ทุกคนและทุกองค์กรต้องเคารพหลักนิติธรรม สิทธิของผู้อื่นหรือประเทศอื่นด้วย ดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่มีวาระซ่อนเร้น

พท.-ปชป.รุมขยี้ปาหี่ “ประยุทธ์” ยืดแล้วยืดอีกโรดแม็ปเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” สับปากบอกไร้ใบสั่ง แต่ใช้ ม.44 แก้กฎหมายลูก ชี้แรงกดดันทั้งในและต่างประเทศยิ่งปะทุ “วิรัช” แขวะผู้นำตีบทแตกเล่นละครต้มคนไทย “วัฒนา” ขุดอดีต 28 ม.ค. 2561 02:27 28 ม.ค. 2561 07:31 ไทยรัฐ