วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอง ผบช.ทท. แถลงผลการบุกช่วยคนไทยที่มาเลเซีย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวการบุกช่วยชาวไทย ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกาย บังคับให้ร่วมกระทำผิดที่มาเลเซีย ระบุ ตอนนี้กงสุลไทยดูแลใกล้ชิด เพื่อสอบปากคำในฐานะพยานก่อนส่งตัวกลับไทย... 

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 27 ม.ค. 61 ที่ห้องประชุม กก.3 บก.ทท.1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท.,  พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น. และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวการบุกเข้าช่วยเหลือชาวไทย ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกาย บังคับให้ร่วมกระทำผิดที่ประเทศมาเลเซีย โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกับตำรวจมาเลเซีย หลังรอง ผบช.ทท. พร้อมคณะเดินทางกลับถึงประเทศไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากตำรวจชุดปฏิบัติของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.) ได้ทำการสืบสวนขยายผล ทราบว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้กระทำความผิดส่วนหนึ่ง มีฐานที่ตั้งทำการโทรศัพท์มาหลอกลวงประชาชนไทย อยู่ในประเทศมาเลเซีย ประกอบกับก่อนหน้านี้ ทางชุดปฏิบัติการสามารถจับกุมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ได้ผู้ต้องหา 40 คน จึงเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เข้าจับกุมในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่จากสํานักงานตํารวจแห่งชาติมาเลเซีย ร่วมกับตำรวจไทย ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนจะร่วมกันบุกเข้าทลายแก๊งดังกล่าว ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ จนสามารถช่วยเหลือเหยื่อชาวไทย 2 รายคือ นายเก ศูนย์กลาง อายุ 39 ปี และนายอรรถกฤษ หล้าเชียงของ อายุ 23 ปี ทั้ง 2 คนเป็นชาวพะเยาที่ถูกหลอกให้ไปทำงานในมาเลเซีย โดยนายหน้าอ้างว่าให้ไปทำงานในร้านอาหาร แต่เมื่อไปถึง กลับถูกหลอกให้กระทำความผิดด้วยการโทรศัพท์มาหลอกลวงคนไทย แต่ทั้งสองคนไม่ยอมทำ จึงถูกทำร้ายด้วยการถูกสายไฟตีและถูกซ้อม

"เราสามารถจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด ที่ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและใช้กำลังประทุษร้าย บังคับให้ชาวไทยทั้ง 2 รายกระทำความผิด โดยจับกุมชาวไต้หวัน 3 คน ประกอบด้วยนายเรนโบว์ยูร อายุ 28 ปี นายซู อายุ 24 ปี นายโจ อายุ 22 ปี และชาวมาเลเซีย อีก 2 คน คือนายทัม อายุ 30 ปี และหญิงไม่ทราบชื่อ อายุ 35 ปี รวม 5 คน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดนี้ ทางการมาเลเซียอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี ส่วนเหยื่อชาวไทยทั้ง 2 ราย ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย โดยมีกงสุลไทยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสอบปากคำในฐานะพยาน ก่อนส่งตัวกลับมาประเทศไทย ต่อไป" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ รอง ผบช.ทท. ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของการประชุมหารือเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ได้มีข้อเสนอให้มีการจัดประชุมเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างตำรวจมาเลเซียและตำรวจไทย ปีละ 2 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งหลังจากนี้ตน จะรายงานเรื่องดังกล่าวต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อีกครั้ง รวมถึงทางตำรวจมาเลเซียขอให้ไทยเร่งรัดการส่งตัวผู้เสียหายในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ทางการไทยได้ช่วยเหลือในพื้นที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กลับประเทศมาเลเซีย โดยเร็ว ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะประสานงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเร่งรัดให้มีการสอบปากคำพยานล่วงหน้า ก่อนจะส่งตัวผู้เสียหายชาวมาเลเซียทั้ง 3 คน ที่ขณะนี้อยู่ในความดูแลของตม. กลับประเทศมาเลเซีย ต่อไป