วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซีพีเอฟขึ้นทะเบียนเกษตรพันธสัญญา ลุยทำประกันภัยให้เกษตรกรรายย่อย  

ซีพีเอฟเดินหน้าปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญาฯ ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งใน 87 ผู้ดำเนินโครงการเกษตรพันธสัญญา พร้อมยืดอกประกาศเป็นภาคปศุสัตว์รายแรกที่ทำประกันภัยรับความเสี่ยงแทนเกษตรกรรายย่อย...

นายณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากกรณีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญาแจ้งขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ บริษัทฯ ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ สังคมคงรับรู้แล้วว่าระบบเกษตรพันธสัญญาไม่ได้มีเพียงซีพีเอฟรายเดียวที่ดำเนินการอยู่ แต่มีผู้ประกอบการถึง 87 ราย ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถดำเนินธุรกิจหรือกิจการภาคเกษตรได้ โดยซีพีเอฟได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญาและจัดทำหนังสือชี้ชวนตามหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันซีพีเอฟมีเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญาอยู่ 5,960 คู่สัญญา ครอบคลุมการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร โดย 60% ของจำนวนคู่สัญญานี้ เป็นเกษตรกรที่อยู่กับบริษัทฯ มายาวนานกว่า 10 ปี นอกเหนือจากการดำเนินการต่างๆ ตามที่ พ.ร.บ.ฯ กำหนดแล้ว ซีพีเอฟยังถือเป็นผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์รายแรกที่ให้ความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยงแทนเกษตรกรรายย่อยในประเภทประกันรายได้ (หรือฝากเลี้ยง) ซึ่งปกติบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบผลผลิตทั้งหมด และจะเพิ่มการประกันภัยเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรงเรือนและอุปกรณ์หากเกิดภัยพิบัติ โดยที่โรงเรือนและอุปกรณ์นี้เป็นทรัพย์สินของเกษตรกรเอง เชื่อว่าการประกันภัยความเสี่ยงนี้จะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจ มั่นคงและสร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกรอีกส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้ ตามปกติเกษตรกรรายใหม่ จะมีเงื่อนไขของสถาบันการเงินให้ทำประกันโรงเรือนและอุปกรณ์เป็นเวลา 8 ปี แต่หลังจากชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วน เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะไม่ทำประกันต่อและยอมแบกรับความเสี่ยงด้วยตนเอง บริษัทฯ จึงมีแนวคิดที่จะช่วยรองรับความเสี่ยงตรงนี้ แทนเกษตรกรเพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรกลุ่มนี้

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เกษตรกรรายใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรในระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งประเภทประกันราคา ที่มีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจัดเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง มีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงด้านโรงเรือนและอุปกรณ์ได้ด้วยตนเองจึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทฯ จะทำประกันภัยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พัฒนาปรับปรุงสัญญาโดยอิงแนวทางสากลของ UNIDROT (The International Institute for the Unification of Private Law) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระทางกฎหมายสากลอันดับ 1 ของโลก มาสร้างมาตรฐานในการดำเนินโครงการคอนแทร็คฟาร์มที่ดี เน้นความสำคัญของเกษตรกรในฐานะพันธมิตรธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน สัญญาของซีพีเอฟฉบับดังกล่าวได้รับการประเมินจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วว่า มีความเป็นธรรมและเป็นสากล ขณะเดียวกัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ  (FAO-Food and Agriculture Organization of the United Nations) ยังให้การยอมรับโดยนำไปเป็นตัวอย่างในหลายประเทศ

ซีพีเอฟได้ริเริ่มโครงการคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งภายใต้การส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่ปี 2518 เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรไทย โดยให้การสนับสนุนเทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ องค์ความรู้ในการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนบริหารจัดการแหล่งรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการดำเนินกิจการของเกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงแน่นอน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและส่งลูกหลานให้ได้รับการศึกษาในระดับสูง เมื่อมีกฎหมายขึ้นมากำกับดูแลเกษตรพันธสัญญาเช่นนี้ เชื่อว่าจะเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย การแบ่งงานกันทำระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกรคอนแทร็คฟาร์มมิ่ง ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ดียิ่งขึ้น.

ซีพีเอฟเดินหน้าปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญาฯ ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งใน 87 ผู้ดำเนินโครงการเกษตรพันธสัญญา พร้อมยืดอกประกาศเป็นภาคปศุสัตว์รายแรกที่ทำประกันภัยรับความเสี่ยงแทนเกษตรกรรายย่อย... 27 ม.ค. 2561 14:38 27 ม.ค. 2561 15:09 ไทยรัฐ