วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอลิมปิก “สันติภาพ” การเมืองแทรกกีฬา?

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ “ศัตรูร่วมสายเลือด” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาทุกยุคสมัย นับตั้งแต่สงครามเกาหลียุติลงโดยมีข้อตกลงสงบศึกเมื่อ 27 ก.ค. 2496 และรัฐบาล “โสมขาว” แต่ละยุค ก็มีนโยบายต่อ “โสมแดง” แตกต่างกันไป

ยุคประธานาธิบดีหญิง ปัก กึน-ฮเย เป็นผู้นำคนก่อน รัฐบาลโสมขาวแข็งกร้าวใส่โสมแดง แต่ยุคนายมูน แจ-อิน เป็นผู้นำ กลับมีนโยบายปรองดอง ตัวอย่างล่าสุดก็คือ เมื่อนายคิม จอง-อึน ผู้นำโสมแดงส่งสารในวันปีใหม่ว่าเปิดกว้างสำหรับการเจรจา และพร้อมส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน “โอลิมปิกฤดูหนาว” ที่โสมขาวเป็นเจ้าภาพ ที่เมือง “พยองชัง” ใน 9-25 ก.พ.นี้ มูน แจ-อิน ก็เด้งรับ “ไมตรี” นี้ทันที

นั่นเป็นที่มาของการรื้อฟื้น “ฮอตไลน์” โทรศัพท์สายตรงและการเจรจาระดับสูงครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ที่หมู่บ้านปันมุนจอม และมีการเจรจาต่อเนื่องจนตกลงกันได้ว่าเกาหลีเหนือจะเข้าร่วมพยองชังเกมส์ด้วย โดยจะส่งนักกีฬา 22 คน เจ้าหน้าที่ 24 คน สื่อมวลชน 21 คน และผู้แทนด้านวัฒนธรรมต่างๆ กว่า 500 คน รวมทั้งวงออเคสตราและเชียร์
ลีดเดอร์ ไปร่วมโอลิมปิกครั้งนี้

แต่ที่ฮือฮาก็คือทั้ง 2 เกาหลีตกลงจะร่วมขบวนพาเหรดในพิธีเปิดโดยใช้ “ธงรวมชาติ” ผืนเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และจะร่วมส่งทีมนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิงลงแข่งเป็นทีมเดียวกัน โดยโสมแดงจะส่งนักกีฬา 12 คนไปสมทบทีมโสมขาว 23 คน และเมื่อทีมฮอกกี้น้ำแข็งหญิง 22 คนลงแข่งแต่ละแมตช์ จะให้มีนักกีฬาโสมแดงอยู่ในทีมด้วยอย่างน้อย 3 คน ซึ่งข้อตกลงนี้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) อนุมัติแล้วเรียบร้อย

ในช่วงทศวรรษ 2000 เกาหลีเหนือและใต้เคยร่วมเดินขบวนพาเหรดในการแข่งขันกีฬาต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง และมักได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเกาหลีใต้ ซึ่งหวังจะเห็น 2 เกาหลีญาติดีกัน

ขณะที่การติดต่อระหว่างพลเรือนของ 2 เกาหลีเป็นสิ่งต้องห้ามมาตลอด

แต่ความรู้สึกชื่นชมยินดีนี้เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เกาหลีเหนือเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ มีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 และขีปนาวุธหลายสิบครั้ง อีกทั้งข่มขู่ว่าตนมีขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ได้พร้อมโจมตีเกาหลีใต้และชาติพันธมิตร รวมทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นให้เป็นทะเลเพลิง

ความเขื่องโขโอหังของโสมแดงทำให้ถูกสห-ประชาชาติ (ยูเอ็น) มีมติคว่ำบาตรแล้วหลายระลอก ขณะที่นายคิม จอง-อึน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็สาดน้ำลายข่มขู่กันไปมาว่าพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ ทำให้คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดถึงขีดสุด

เมื่อจู่ๆ เกาหลีเหนือยื่นไมตรีขอเข้าร่วม “โอลิมปิกพยองชัง 2018” จึงถูกมองว่าเป็น “เกมการเมือง” หวังผ่อนคลายการคว่ำบาตร และ “ซื้อเวลา”

เพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธให้สมบูรณ์ อีกทั้งเสี้ยมให้สหรัฐฯกับเกาหลีใต้แตกกันเอง ขณะที่ทรัมป์มุ่งคว่ำบาตรโสมแดงให้หนักขึ้นถึงขีดสุดโดยบีบให้จีนและรัสเซียช่วยบดขยี้

ชาวเกาหลีใต้ไม่น้อยก็รู้สึกข้องใจในเป้าหมายแอบแฝงของเกาหลีเหนือ กระแสต่อต้านจึงปะทุขึ้น เมื่อนาง ฮยอน ซง-วอล หัวหน้าวง “โมรันบอง” วงเกิร์ลกรุ๊ปที่โด่งดังที่สุดของโสมแดง นำคณะผู้แทนด้านวัฒนธรรมไปเยือนเกาหลีใต้ เมื่อ 21-22 ม.ค. เพื่อเตรียมการแสดงช่วงโอลิมปิก ชาวเกาหลีใต้จึงก่อหวอดประท้วงรุนแรง ถึงขั้นเผารูปนายคิม จอง-อึน และธงชาติเกาหลีเหนืออย่างโกรธแค้นในกรุงโซล ซึ่งสวนทางกับนโยบายของผู้นำโสมขาว

มูน แจ-อิน พยายามโปรโมตพยองชังเกมส์ ให้เป็น “โอลิมปิกสันติภาพ” เพื่อลดความตึงเครียด สร้างความปรองดอง ปูทางสู่การรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี อ้างว่าโอกาสอันมหัศจรรย์เช่นนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ขอให้ประชาชนสนับสนุน คล้ายกับ “ปกป้องเปลวเทียนกลางกระแสลมแรง”

รัฐบาลโสมขาวยังแถลงว่านโยบายนี้จำเป็น ถือเป็น “การลงทุนเพื่ออนาคต” นอกจากเพื่อสร้างสันติภาพแล้ว ยังจะช่วยให้พยองชังเกมส์ที่เงียบเหงาคึกคักขึ้น และอ้างว่า แรกๆ บางประเทศลังเลที่จะส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมเพราะกลัวไม่ปลอดภัยขณะที่คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด แต่พอเกาหลีเหนือเข้าร่วมความหวั่นวิตกก็หายไป

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายต่อต้านกลับเห็นว่าโอลิมปิกครั้งนี้เป็นแค่ “โชว์ห่วยการเมือง” โดยใช้กีฬาบังหน้า และเกาหลีใต้ตกเป็น “เหยื่อ” เดินตามเกมของโสมแดง ส่วนการร่วมส่งทีมฮอกกี้น้ำแข็งหญิงจะทำให้โอกาสชนะลดลงมาก ขณะที่โพลเมื่อต้นเดือนนี้ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้ถึง 73% คัดค้านการส่งนักกีฬาเป็นทีมเดียวกัน

“ดง-อา” หนังสือพิมพ์สายอนุรักษนิยมของโสมขาวก็โจมตีเรื่องนี้ ชี้ว่ากีฬาควรปลอดจากการเมือง การร่วมส่งทีมฮอกกี้น้ำแข็งจะทำให้โค้ชเกาหลีใต้เลือกตัวนักกีฬาลงแข่งลำบาก และหาว่ารัฐบาลยอมทำทุกอย่างที่เกาหลีเหนือบงการ ส่วน นสพ. “จุงอัง” ชี้ว่า ไม่มีใครเชื่อว่าการเป็นเจ้าภาพร่วมโอลิมปิกจะแก้ปัญหานิวเคลียร์ได้

ปฏิกิริยาของชาวเกาหลีใต้ในสื่อสังคมออนไลน์ก็ร้อนฉ่าไม่แพ้กัน บางคนหาว่าเกาหลีเหนือเข้ามา “ขโมยซีน” โอลิมปิกพยองชังที่เกาหลีใต้เตรียมการจัดมาอย่างยากลำบากไปอย่างง่ายดาย บางคนตั้งคำถามว่า “นี่มันคือพยองชังโอลิมปิก หรือเปียงยางโอลิมปิกกันแน่!” บางคนชี้ว่า นางฮยอน ซง-วอล หัวหน้าวงโมรันบองของเกาหลีเหนือ
ผู้มาเยือน ถูกแห่แหน ปาน “ราชินี” จากต่างแดนผู้มาโปรดชาวเกาหลีใต้!

อีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จะถึงพยองชังเกมส์แล้ว น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า “โอลิมปิกสันติภาพ” ของมูน แจ-อิน จะสำเร็จหรือล้มเหลวหรือไม่เพียงใด แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำ “ใฝ่สันติภาพ!”.

บวร โทศรีแก้ว

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ “ศัตรูร่วมสายเลือด” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาทุกยุคสมัย นับตั้งแต่สงครามเกาหลียุติลงโดยมีข้อตกลงสงบศึกเมื่อ 27 ก.ค. 2496 27 ม.ค. 2561 09:36 ไทยรัฐ