วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ลุยไทยนิยม คิวเดินสายทั่วปท. พท.จวกฉ้อฉลงบ

พรรคการเมืองรุมกระหน่ำ สนช.รับซิก พท.จับกลโกงหวังเสวยอำนาจกันยาวๆ “วิโรจน์” ชี้บ้านเมืองวิปริตเหมือนตอนกรุงแตก “ภูมิธรรม” จวกคิดเอาแต่ได้ “อภิสิทธิ์” เย้ยโรดแม็ปยืดได้หดได้ เอาให้ชัดเลือกตั้งเมื่อไหร่ “เสี่ยตือ” โลกสวยยังหวัง 3 ฝ่ายทบทวน “ลูกท็อป” อ้อนขอเวลาที่แน่นอน “บิ๊กตู่” อ้างก้าวล่วง สนช.ไม่ได้ เวลาที่เหลืออยู่จะทำให้ดีที่สุด ถึงขยับโรดแม็ปแต่ไม่เปลี่ยนแผน “บิ๊กป้อม” ลั่นไม่ต้องแจงต่างชาติ ปัดตั้งวอร์รูมไทยนิยมปูทางอำนาจ มท.ชง นายกฯลงปูพรมทั่วประเทศ สนช.ลุยถั่วแก้กฎหมาย ส.ว.ลากตั้ง ลดเหลือ 10 กลุ่มอาชีพ ศาล รธน.รับตีความต่ออายุ ป.ป.ช. “พี่ใหญ่” ไม่รู้ “วัชรพล” ถอนตัว พท.จี้หยุดภารกิจฟอกขาว ปชป.เหน็บ “ผู้นำ” ด่านักการเมืองแต่ทำแย่กว่า โพลมอง ป.ป.ช.ถูกอำนาจรัฐแทรกแซง

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าโรดแม็ปเลือกตั้ง ส.ส. จะต้องขยับออกไปเป็นปี 2562 หลังที่ประชุม สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ทำให้บรรดาพรรคการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าเป็นไปตามแผนสืบทอดอำนาจของแม่น้ำ 5 สาย

“บิ๊กตู่” อ้างก้าวล่วง สนช.ไม่ได้

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดีย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย และร่วมงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียครั้งที่ 69 ถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบให้ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน ว่า รับทราบจากข่าว เป็นเรื่องมติ สนช. เคยยืนยันไปแล้วว่าเป็นไปตามโรดแม็ปที่ได้ประกาศไว้ แต่เป็นเรื่อง สนช. เรื่องกฎหมาย ไม่สามารถก้าวล่วงได้ หากเราไปยุ่งเกี่ยวด้านกฎหมายมากๆ มันจะทำให้ทุกอย่างพาล้มตามกันไปหมด ขอให้ไปฟังเหตุผลของ สนช. ว่าคืออะไร

เวลาที่เหลืออยู่จะทำให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พร้อมจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และหลักการทุกอย่าง ที่เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย หลายคนอาจมองว่าตนส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า ไม่อาจส่งสัญญาณได้หรอก จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่ยังมีหน้าที่อยู่ ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตาม ถือว่าเป็นขั้นตอนกฎหมาย ขอความเข้าใจจากประชาชน จากนักการเมือง และพรรคการ เมืองด้วย ควรทำในส่วนของท่านให้ดีที่สุด ให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ถ้าทำให้พรรคหรือตัวท่านได้รับความยอมรับจากประชาชน ไม่ทำให้เกิดความเสียหายอีกในอนาคต คิดว่าคงไม่เกิดปัญหาอะไรอีกทั้งสิ้น

ต้องทำบ้านเมืองมีเสถียรภาพ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทุกคนอยากเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลาแล้วจะไม่ไปขัดแย้งกับท่าน แต่อยากให้คิดว่าเมื่อถึงเวลาแล้วสถานการณ์จะสงบหรือไม่เหตุการณ์เดิมๆจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ใครจะเข้ามาบริหารในวันข้างหน้าก็ยังไม่ทราบ แต่สิ่งที่รัฐบาลคิดตอนนี้คือทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ทั้งวันนี้และอนาคต ฝากประชาชนทั้งประเทศให้ช่วยกันคิด เราไม่ควรมองเพียงด้านเดียว แต่ต้องมองทุกปัญหา เตรียมทุกมาตรการรองรับ เพราะนี่คือประเทศไทย ทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่ประชาธิปไตยคือคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นทุกคนควรประพฤติปฏิบัติดี มองแต่ละฝ่ายด้วยสายตาอันเป็นธรรม ฝากสื่อ-โซเชียลต่างๆช่วยกันพิจารณาว่าประเทศชาติมีความสำคัญที่สุด ความปลอดภัยมั่นคง การมียุทธศาสตร์คือสิ่งสำคัญ เราจะได้มีบ้านเมืองที่สงบเหมือนประเทศอื่นเขา เรามีโอกาสมากมายและศักยภาพเยอะ ดังนั้น อย่าทำลายศักยภาพของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจภายในของเราเอง

ขยับโรดแม็ปแต่ไม่เปลี่ยนแผน

เมื่อถามว่า หากการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นเดือน ก.พ.2562 ได้วางแผนบริหารประเทศอย่างไรต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าต้องเป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานไปตามโรดแม็ปและขั้นตอนที่วางไว้ อย่างที่เคยบอกว่ามีแผนบริหารราชการแผ่นดินอยู่ 3 ขั้นตอน 1.แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 2.การเตรียมการ เช่น มีรัฐธรรมนูญ และ 3.เตรียมการปฏิรูปที่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่อยู่ดีๆจะคิดออกมา โดยทั้งหมดได้ผ่านฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผ่านคนหลายระดับ ตนคงทำได้ไม่จบหรอก อย่าไปฟังหรืออย่าไปเชื่อใครที่บอกว่าจะให้โน่นให้นี่ หรือทำโน่นทำนี่ให้ เพราะความจริงมันทำไม่ได้มากนัก ที่สำคัญคือต้องรับผิดชอบถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับการเงินการคลัง เพราะจะทำให้ประเทศล้มเหลว ส่วนใครอยากทำต่อจากตน และถ้าจะพูดอะไรขอให้นึกถึงสิ่งที่ตนพูดไว้ด้วย อย่าพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าจะดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่พูดสิ่งที่ไม่ดีที่จะเกิดขึ้นจากนโยบาย

“บิ๊กป้อม” ลั่นไม่ต้องแจงต่างชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า มติสนช.ที่ผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แสดงให้เห็นว่าจะมีเลือกตั้งแน่นอน ที่ผ่านมาถามกันมาตลอด เมื่อถามว่าแต่กรณีนี้ไม่เป็นไปตามโรดแม็ปที่นายกฯเคยประกาศไว้จะเลือกตั้งปี 2561 พล.อ.ประวิตรตอบว่า สนช.มีความเห็นแบบนี้แล้วสื่อจะมาถามอะไร ไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงกับนานาชาติและคงไม่ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในคำพูดของนายกฯ เลื่อนไปแค่ 3 เดือนเอง เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าการเลือกตั้งเกิดในปี 2562 แน่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีทางเลื่อนไปได้ เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรทำให้การเลือกตั้งเลื่อนได้อีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่น่ามีอะไร ถ้าพวกเราอยู่กันแบบสงบเรียบร้อย ส่วนการปลดล็อกพรรคการเมือง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยตามขั้นตอน เดี๋ยวปลดให้

ปัดตั้งวอร์รูมไทยนิยมปูทางอำนาจ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ถูกมองว่าเป็นการปูทางหาเสียงเพื่อลงการเมือง ว่า ไม่ใช่การ หาเสียง นายกฯไม่ได้หาเสียงกับใคร ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องที่ดีทุกฝ่ายจะได้มาร่วมมือกัน ส่วนที่มองว่าเป็นการสร้างกองหนุนของนายกฯนั้น สื่อคิดไปเอง โครงการนี้ทำให้คนมารวมกันได้ทั้งประเทศ ถือว่าดีแล้ว

แจงตั้งเพื่อเดินงานไปสู่ฐานราก

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า แม้นายกฯจะออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ขึ้นมา แต่โครงการประชารัฐยังอยู่เหมือนเดิม เพราะเป็นความต้องการของนายกฯที่จะลงไปสู่ฐานรากในปี 61 จากการลงพื้นที่ของนายกฯได้เห็นปัญหา จึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เพื่อไปสู่ฐานราก ดึงคณะกรรมการระดับประเทศจังหวัด อำเภอ ตำบล เข้ามาขับเคลื่อนร่วมกับประชาชนและให้จังหวัดไปดูว่าในพื้นที่ตัวเองมีปัญหาอะไร ต้องปลดล็อกอะไรบ้าง เพื่อที่รัฐบาลจะส่งทีมงานไปช่วยยกระดับขึ้นมาในรูปแบบประชารัฐ ไม่ใช่การบังคับข้าราชการมาร่วมทำ แต่เป็นการเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ ส่วนคนในชุมชนก็ต้องเข้ามา เพื่อทำให้ชุมชนตัวเองดีขึ้น ยั่งยืนต่อไป และทุกอย่างไปได้ดี โดยจะเริ่มในเดือน ก.พ.

ชงนายกฯลงปูพรมทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า มีการประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 (งบฯ กลางปี 61) ผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธาน แจ้งให้ที่ประชุมทราบแนวทางการขับเคลื่อนประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ กำกับดูแลทีมระดับตำบล เพื่อนำสัญญาประชาคมไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7-13 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เรียกประชุมคณะ กรรมการขับเคลื่อนฯ เพื่อมอบนโยบายและกรอบแนวทางการปฏิบัติ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้อง และวันที่ 14-23 ก.พ. คณะกรรมการขับเคลื่อนฯระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล จะประชุมถ่ายทอดการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืนนี้ ทีมงานฝ่ายเลขานุการวางกรอบให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศทุกสัปดาห์ ครบทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.นี้ มีเป้าหมายหลักคือพบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้

พท.ชี้หวังเสวยอำนาจยาวๆ

วันเดียวกันที่พรรคเพื่อไทย บรรดาแกนนำคนสำคัญของพรรค อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค ร่วมกันแถลงถึงกรณีดังกล่าว โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดที่ สนช.มีมติให้ขยายเวลาออกไป 90 วัน เพราะสนช.ก็มาจาก คสช. เป็นองคาพยพเดียวกัน ลงเรือแป๊ะก็ต้องตามใจแป๊ะ ดีที่ไม่เอา 150 วัน หรือที่บางคนจะเอา 5 ปี เรื่องนี้สะท้อนความคิดของคนเหล่านี้ได้ว่าเขาไม่แคร์ต่อกฎหมาย หรือความรู้สึกคนในสังคม ไม่แคร์ต่อพรรคการเมือง จะทำแบบนี้ จะทำไม เรื่องนี้พรรคเคยออกแถลงการณ์ไปแล้ว คือเชื่อว่าทำเพื่อขยายเวลาให้อยู่ในอำนาจให้ยาวที่สุด เรียกว่าเป็นยุคเสวยอำนาจ เชื่อว่ามีผลประโยชน์ในทางการเมือง เพราะไม่มีประโยชน์ต่อพรรคเก่าเลย แต่เป็นประโยชน์ต่อพรรคที่จะจัดตั้งใหม่ชัดเจน กฎหมายที่ต้องทำใน 150 วัน มี 10 ฉบับ ทุกฉบับประกาศไปแล้วว่าให้มีผลบังคับใช้หลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาทันที มีฉบับนี้ฉบับเดียวที่ขยับออกไป 90 วัน มีเบื้องหน้าเบื้องหลังชัดเจน เป็นการโกงกฎหมาย

จวกฉ้อฉลใช้งบหลวงต่อท่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า สิ่งที่ทำง่ายๆ คือยกเลิกคำสั่ง คสช.ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ อย่างอื่นที่คิดคือคิดแทน คิดล่องลอย คิดได้ประโยชน์แต่ฝ่ายตนในการเตรียมพรรคสำรองที่จะ มาสนับสนุนพวกท่านได้มีเวลาดำเนินการ ส่วนการตรวจสอบการใช้งบประมาณตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลนั้น เห็นว่ายังไม่ได้คิดอะไรที่เป็นรูปธรรมที่จะแก้ปัญหาประเทศ เอาแต่ตั้งคณะกรรมการ ทำให้คนรู้สึกว่ากำลังเดินสายหาเสียงโดยใช้งบ-ประมาณหลวง สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือชี้ให้ประชาชนได้เห็นว่ารัฐปัจจุบันมีลักษณะฉ้อฉล ใช้งบประมาณ และอำนาจ เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ กลับเข้ามาสู่การมีอำนาจอีกครั้ง แต่สุดท้ายเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง

บ้านเมืองวิปริตเหมือนกรุงแตก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คสช.ตั้งโจทย์ว่าจะอยู่ในอำนาจนานๆ และกลับมามีอำนาจหลังการเลือกตั้งได้อย่างไร เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับพรรคการเมืองใหม่ ทำลายพรรคเก่า และหาพรรคทั้งใหม่และเก่ามาสนับสนุนเขา ถ้ายังไม่มีก็ยังมีการเลือกตั้งไม่ได้ และต้องเตรียมความพร้อมเรื่องความนิยมสำหรับนายกฯคนนอก ดังนั้น ไม่ว่าจะออกไปต่างจังหวัด ทำโครงการไทยนิยมทั่วประเทศ เป็นการสร้างความนิยมให้กับนายกฯคนนอก ไม่ใช่เพื่อลงไปสมัครรับเลือกตั้ง ต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีนายกฯคนนอกมาจาก คสช. และมีระบบการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ที่สำคัญคือป.ป.ช.ที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช.

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ กล่าวว่า บ้านเมืองขณะนี้ อยากยกคำกลอนปราชญ์สมัยก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะล่มจม คือ “กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย นํ้าเต้าน้อยจะถอยจม ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกจะเดินถนน” บ้านเมืองเราขณะนี้กำลังวิปริต เนื่องจากผู้มีอำนาจอย่างที่เคยเป็นในยุคนั้น

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีสัจจะในหมู่ คสช. เพราะพฤติกรรมที่ทำมาทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าปล่อยให้กฎหมายพรรคการเมืองออกมามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. เป็นไปตามกฎหมายที่เขียน ก็ไม่มีปัญหาอะไร

“มาร์ค” เย้ยโรดแม็ปยืดได้หดได้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่า สนช.จะออกมาในรูปนี้ แต่ประเด็นหลักคือ คสช.และรัฐบาล ต้องตระหนักว่าควรทำให้เกิดความเชื่อมั่น หากจำเป็นต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไป ควรประกาศให้ชัดตรงไปตรงมา เพราะความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาล คสช. และกระทบต่อประเทศ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพิ่งบอกว่าอาจเกิดอะไรขึ้นอีก ก็ได้ ไม่มีใครสมควรที่บังอาจจะพูดว่าอะไร เมื่อไหร่ ดังนั้นยังไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ คิดว่า คสช.ต้องพูดให้ชัดคำว่าโรดแม็ปไม่ใช่ยืดได้หดได้ตลอดเวลา ตกลง คสช.ต้องการให้ประเทศไทยเดินตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเมื่อไหร่ อย่างไร และมีเหตุผลอะไรบ้างที่อาจไม่เป็นไปตามนั้น

มหรสพเลือกตั้งทำป่วนแน่

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์กติกาออกมาอย่างไร ต้องปฏิบัติตาม และยืนยันมาตลอดว่าพร้อมปฏิบัติ แต่ปมปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ คสช. ยังไม่ยอมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเดินไปตามปกติ เพราะ คสช.ยังมีคำสั่งที่ขัดกันเองอยู่ คือห้ามทำในเรื่องที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น ส่วนกรณีให้จัดมหรสพในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งได้นั้น วิธีนี้เป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายอยากเห็นหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าจะมีความยุ่งยากตามมาแน่นอน ทั้งปัญหาเรื่องการประเมินมูลค่าตัวเงิน และยังมีกรณีศิลปินที่มีชื่อเสียง มีสังกัดเป็นธุรกิจ อาจมีเรื่องของการใช้อำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง สรุปคือจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาแน่

“เสี่ยตือ” ยังหวัง 3 ฝ่ายทบทวน

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สนช.มีมติขยายเวลาบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วัน ว่า กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ขึ้นอยู่กับการหารือ 3 ฝ่าย คือ กมธ. กกต. และรัฐบาล อาจเป็นความปรารถนาดีที่คิดไปเองข้างเดียว ไม่รู้ว่าความปรารถนาดีนั้นประสงค์ร้ายหรือไม่ วันนี้สังคมโลกจดจ่อว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นตามโรดแม็ปในเดือน พ.ย. ท่าทีของสหรัฐฯ และอียูที่ออกมาให้สติ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจ หากเกิดผลกระทบอย่างไรทุกคนต้องร่วมแสดงความรับผิดชอบด้วย การเลื่อนเลือกตั้งออกไปย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนายกฯ สนช.ต้องหารือกับนายกฯก่อน ในฐานะที่เป็นองคาพยพแม่น้ำ 5 สาย ส่วนที่นายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้ส่งสัญญาณเลื่อนเลือกตั้ง เราก็ต้องเชื่อ แต่หวังว่ายังไม่ใช่ก๊อกสุดท้าย เพราะอยู่ที่การหารือของ 3 ฝ่าย

“ท็อป” อ้อนขอเวลาที่แน่นอน

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มนิวบลัด พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เท่าที่ฟังการอภิปรายของ สนช. ต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นห่วงและสะท้อนใจ เพราะแต่ละคนไม่เคยมีประสบการณ์ลงสนามเลือกตั้งในระบบใหม่ ซึ่งซับซ้อนและมีข้อจำกัดในการปฏิบัติ เขียนกฎหมายลักษณะนี้เหมือนตาบอดคลำช้าง แต่เมื่อรู้ว่าต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 90 วัน ก็ขอให้แน่ใจและแน่นอน เราจะตั้งตาเดินไปข้างหน้านำพาประเทศไปสู่อีกมิติหนึ่ง ทิ้งความคิดเก่าๆ ไว้ในอดีต ต้องคิดแบบใหม่ คนที่ตัดสินคือประชาชน เราได้รับโจทย์มาแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ต้องเตรียมตัวทำการบ้านให้พร้อม วางแผนให้ดี ถึงเวลาแล้วทำไม่ได้ จะมีบางกลุ่มอ้างว่าเป็นเพราะนักการเมืองอีก ขณะนี้รอให้รัฐบาลและ คสช.ยกกฎเหล็กออก ถึงจะทำได้

นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเลื่อนโรดแม็ปมา 4 ครั้ง หวังว่าคราวนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย เชื่อว่าประชาชนคนไทยมุ่งหวังอยากเห็นธรรมาภิบาล จริยธรรมในการออกกฎหมาย สูงกว่าอภินิหารของกฎหมาย

“อุเทน” สับ สนช.ทิ้งมรดกอัปยศ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า รัฐบาลและ คสช. ต้องยอมรับผลที่ตามมา คือความเสื่อมศรัทธาของประชาชน ยิ่งอยู่นานยิ่งออกลายให้เห็นธาตุแท้ แต่พรรคคนไทยไม่เห็นด้วยกับการให้จัดมหรสพหาเสียงเลือกตั้งได้ เป็นความคิดวิปลาศ ถอยหลังลงคลอง ทิ้งเชื้อความวุ่นวายขัดแย้งในอนาคต ไม่น่าเชื่อว่า สนช. ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานฯ จะออกกฎหมายที่เป็นมรดกแห่งความอัปยศ ดังสำนวนที่ว่า “แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน” ที่ผ่านมาเคยตั้งข้อสังเกตและส่งเสียงเตือนไปถึงนายกฯ แม้ถูกมองเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา “แต่จะขอเตือนอีกครั้งว่าเชิญตามสบาย สักวันเมื่อถึงเวลานรกจะถามหาตัวพวกท่านเอง”

แซะเลือกตั้งครื้นเครง ปชช.ชื่นใจ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เลือกตั้งครื้นเครง ประชาชนชื่นใจ สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ผู้สมัครจัดมหรสพได้ บังเอิญมีเพื่อนรักเป็นเจ้าของวงดนตรี รู้จักคบหากันมาตั้งแต่ชั้นประถม ปีใหม่ วันเกิดก็เอาวงดนตรีมาเล่นให้ฟรีๆ พอช่วงหาเสียงความเป็นเพื่อนกันก็เอามหรสพมาช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังนั้น เวลารายงานค่าใช้จ่ายหาเสียง จะไม่ปรากฏรายการดังกล่าว ค่าวงที่เล่นครั้งหนึ่งแค่ไม่กี่หมื่นยืมกันได้ ทีนาฬิการาคาสองสามล้านเขายังยืมกันได้เลย เลือกตั้งคราวนี้ชาวบ้านยิ่งชอบใจ เพราะจะมีคอนเสิร์ตดูฟรี พวกดาราก็ล้วนอาสามาด้วยใจ ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะล้วนเป็นเพื่อนกับผู้สมัคร กกต.หน้าไหนจะกล้าฟ้องดำเนินคดี เพราะอาจถูกฟ้องกลับได้เพราะเขาไม่ผิด กกต.ใหม่งานงอกแน่นอน การเลือกตั้งกำลังย้อนยุค สู่ยุคฉายหนังกลางแปลงในอดีต เลือกตั้งครื้นเครง ประชาชนชื่นใจ พรรคใหญ่อมยิ้ม

สนช.ถกกฎหมาย ส.ว.ลากตั้ง

วันเดียวกันเวลา 09.15 น.ที่รัฐสภา มีการประชุม สนช.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.) ในวาระ 2 และ 3 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระนายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาออกไป 90 วัน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ควรปรับแก้ให้สอดคล้องกันหรือไม่ นายพรเพชรจึงให้ กมธ.ไปตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.ให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่เฉพาะประเด็นขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วันเท่านั้น ต้องสอดคล้องในประเด็นอื่นด้วย จากนั้นจึงเริ่มพิจารณาเรียงตามมาตรา โดยมีประเด็นน่าสนใจอยู่ที่มาตรา 11 การแบ่งกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งตามร่างเดิมของ กรธ.กำหนด ให้มี 20 กลุ่มวิชาชีพ แต่กมธ.ปรับแก้ไขลดเหลือ 10 กลุ่มวิชาชีพ

ปรับลดเหลือ 10 กลุ่มวิชาชีพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสมาชิก สนช.ร่วมอภิปรายในมาตรา 11 หลายคน มีทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน นายสมคิด เลิศไพรฑูรย์ ประธาน กมธ. ชี้แจงว่า หลังฟังสมาชิกอภิปรายและได้หารือนอกรอบกันแล้ว กมธ.เห็นควรแก้ไขให้เหลือ 10 กลุ่ม ได้ 1.กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง 2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 3.กลุ่มการศึกษาและสาธารณสุข 4.กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก ทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง 5.กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 6.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ 7.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลาง และขนาดย่อม ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม 8.กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่นๆ 9. กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา สื่อสารมวลชน และ 10.กลุ่มอื่นๆ หลังใช้เวลาพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่ประชุม สนช.จึงมีมติด้วยคะแนน 166 ต่อ 35 เสียง งดออกเสียง 5 เห็นด้วยกับการปรับแก้ของ กมธ. ให้มี 10 กลุ่มวิชาชีพ

โละเลือกไขว้ให้เลือกกันเองในกลุ่ม

จากนั้นเวลา 18.55 น. ที่ประชุม สนช.ได้พิจารณาต่อในมาตรา 40-42 เรื่องระบบการเลือก ส.ว. โดยเนื้อหาร่างเดิมของ กรธ.ให้เป็นการเลือกไขว้ แต่ กมธ.มีการปรับแก้ให้เป็นการเลือกกันเอง ภายในกลุ่มตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ และหากผู้สมัครคนใดในกลุ่มได้รับคะแนนไม่ถึงร้อยละ 10 ให้สงสัยว่าจะมีการทุจริตในกลุ่มนั้น และให้เลือกกันเองใหม่ ซึ่งที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยตาม กมธ. ส่วนกรณีที่มี สนช.เสนอให้ปรับแก้ในมาตรา 2 เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ให้สอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ขยายเวลาบังคับใช้ 90 วันนั้น ไม่มีการปรับแก้ ที่ประชุม สนช.ยังคงให้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามเดิม และที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 197 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 7 รวมเวลาพิจารณาทั้งสิ้น 11 ชั่วโมง

ศาล รธน.รับตีความต่ออายุ ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง ที่ประธาน สนช.ส่งความเห็นสมาชิก สนช.จำนวน 32 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 185 ที่บัญญัติให้ประธาน ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.อยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะครบวาระ และในส่วนที่ขาดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้นำมาใช้บังคับ มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัย และให้แจ้งประธานสนช.ทราบ และมอบหมายให้ผู้แทนของสมาชิกสนช.ฝ่ายที่ลงมติเห็นชอบในวาระที่สาม และนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. ซึ่งเป็นผู้แทนของฝ่ายผู้เสนอความเห็น จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ รวมทั้งให้ประธาน กรธ. และประธาน ป.ป.ช. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 5 ก.พ.นี้

“ประยุทธ์” แจงนิยามไทยนิยม

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯกล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ถึงที่มาของ “ไทยนิยม” ว่า คือความเป็นไทยที่พร้อมหลอมรวมกับความเป็นสากล โดยไม่หลงประเด็น จนเป็นเหตุให้มีแต่ความขัดแย้ง ไทยนิยมไม่ใช่การสร้างกระแส “ชาตินิยม” อย่างที่บางคนพยายามบิดเบือน และไม่ใช่ “ประชานิยม” การให้ในลักษณะยัดเยียด ไทยนิยมเป็นการต่อยอดขยายผลจาก “ประชารัฐ” ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร เพราะทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เศรษฐกิจ ตอบสนองความ ต้องการของคนในพื้นที่ เมื่อมองภาพรวมแล้วจึงเป็นแนวคิดการบริหารประเทศบนพื้นฐานความต้องการ ตามความนิยมของคนไทยทั้งประเทศ เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกัน คล้ายกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ” หากสร้างความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ตั้งแต่ระดับฐานราก จะนำมาสู่ความสำเร็จในภาพรวมของประเทศได้

ย้อนถามประชาธิปไตยคืออะไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า คำว่าประชาธิปไตย เรื่องของประชาธิปไตยคืออะไรกันแน่ ประเทศไหนที่จัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนประชาชน เข้าไปทำหน้าที่ออกกฎหมายและบริหารประเทศ เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแล้วใช่หรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อย คืออะไร เรายึดเสียงส่วนใหญ่เป็นสรณะโดยไม่สนใจเสียงส่วนน้อยเลย จะเรียกว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้หรือไม่ ที่สำคัญคือหน้าที่พลเมือง การเคารพกฎหมายเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงระดับความเป็นประชาธิปไตยในสังคมนั้นๆว่ามีมาก-น้อยเพียงใด อย่างไร ก็ตามทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อย ต้องเคารพกฎหมาย

ร่วมฉลองวันชาติอินเดีย

เมื่อเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 26 ม.ค. ที่กรุงนิวเดลี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ได้ร่วมงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียครั้งที่ 69 โดยร่วมชมขบวนพาเหรด ที่จัดขึ้นบนถนนราชปัธ กลางกรุงนิวเดลี ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานกองทัพอากาศปาลาม เพื่อกลับประเทศไทยในเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันเดียวกัน

“พี่ใหญ่” ไม่รู้ “วัชรพล” ถอนตัว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอถอนตัวจากการสอบปมนาฬิกาหรูว่า “จะไปรู้เรื่องอะไรกับเขา”

จี้ ปธ.ป.ป.ช.หยุดฟอกขาว

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝากถึงประธาน ป.ป.ช. ที่เคยเป็นนายตำรวจ นักวิชาการ ที่มีเกียรติยศเกียรติภูมิ แต่สิ่งที่ทำในวันนี้ต้องมาเกี่ยวข้องกับผู้บังคับบัญชาเดิม จนเกิดข้อคลางแคลงต่อสังคม ไม่อยากให้หม่นหมองจากความกตัญญู ไม่อยากให้นำเกียรติภูมิที่มีมาถูกทำลายจากเรื่องดังกล่าว ไม่อยากให้ฝืนทำสิ่งที่ผิด แค่ถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้คงไม่พอ แต่ท่านต้องถอนตัวจากการเป็นเครื่องมือฟอกขาวให้คนผิด

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรนั้น เมื่อมีผู้ไปร้องเรียนให้ตรวจสอบ ป.ป.ช.ควรยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ เหมือนกรณีที่ทำกับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ ป.ป.ช.กลับจงใจทอดเวลา โดยเฉพาะเลขาธิการ ป.ป.ช.ทำตัวเหมือนทนายแก้ต่าง

“อ๋อย” สวดทำระบบต้านโกงเหลว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ระบบต่อต้านคอร์รัปชันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จะเห็นว่ามีปัญหาการตรวจสอบการทุจริตของคนในรัฐบาลนี้มาต่อเนื่อง ไม่พบว่า ป.ป.ช.ดำเนินการจริงจังหรือมีความคืบหน้า มีการต่ออายุกรรมการ ป.ป.ช. หลายคนได้รับการสรรหาแต่งตั้งจาก คสช. และรัฐบาล ขอเสนอว่าต้องเปลี่ยนกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งหมด ให้ได้ ป.ป.ช.ชุดใหม่ที่มาจากกระบวนการสรรหา มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดย ป.ป.ช.ชุดเดิมอาจลาออกไป หรือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ไล่ “บิ๊กตู่”–ป.ป.ช.ทบทวนตัวเอง

ด้านนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุว่านาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.นั้น ขอเตือนว่า ป.ป.ช.กำลังทำลายหลักการที่เคยวินิจฉัยเรื่องในทำนองเดียวกัน คือกรณีปลัดกระทรวงหนึ่งยืมรถตู้โฟล์กคนอื่นมาใช้ ป.ป.ช.เคยตัดสินจำคุกและตัดสิทธิทางการเมืองมาแล้ว เพราะจะกลายเป็นเรื่องหลายมาตรฐาน ทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.ต้องถามกลับว่า ป.ป.ช.กำลังทำหน้าที่เพื่อใคร อย่าทำให้สังคมสับสน ขอให้กลับไปทบทวนบทบาทหน้าที่ตัวเอง อย่าตัดตอนกระบวนการตรวจสอบ หาก ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการ ถือว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 103/9 และกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงบประมาณของรัฐ ขอบอกว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่ใช้มาตรา 44ปลดผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่น จึงขอเตือนสตินายกฯด้วย

ด่าว่านักการเมืองแต่ทำแย่กว่า

นายชาญชัยกล่าวว่า นายกฯแบ่งแยกไม่ออกว่าความฉ้อฉล การบังคับใช้กฎหมาย ความไม่ยำเกรงกฎหมาย แยกไม่ออกเรื่องส่วนตัวกับส่วนรวม ต้องจัดลำดับ พล.อ.ประวิตรให้ชัดว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ หรือเป็นนายเก่า ถ้าแยกไม่ออกบ้านเมืองจะอลเวงเดินสู่ความวุ่นวาย ถือเป็นการทำลายระบบตรวจสอบ และทำลายคุณธรรมจริยธรรมร้ายแรง เตือนมา 2 ครั้งแล้วว่าอย่าเอาบ้านเมืองเป็นรองเป็นของเล่น เอาผลประโยชน์เพื่อนพ้องน้องพี่เป็นใหญ่ คำพูดส่อถึงพฤติกรรมว่ากำลังทำอะไรกับบ้านเมืองนี้ ในเมื่อท่านบอกว่านักการเมืองเป็นพวกไม่ดี แต่พวกตนต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง แต่ท่านกลับไปทำมาตรฐานที่เลวกว่าคนที่บอกว่าไม่ดี ไม่รู้จะเปรียบกับอะไรแล้ว จึงขอให้ ป.ป.ช.และนายกฯกลับไปทบทวนบทบาทอำนาจหน้าที่

โพลชี้ ป.ป.ช.ถูกอำนาจรัฐแทรก

วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจ “ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและ คสช. ของ ป.ป.ช.” จากประชาชน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-25 ม.ค. พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.32 เห็นว่ามีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใสในรัฐบาลและ คสช. มีเพียงร้อยละ 16.64 ระบุว่ามีความปกติ โปร่งใส เมื่อถามความคิดเห็นถึงความกล้าของ ป.ป.ช. ที่จะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและคสช. อย่างเที่ยงตรง ยุติธรรม ร้อยละ 49.60 ระบุว่า กล้าเข้ามาตรวจสอบ ร้อยละ 46.88 ระบุว่า ไม่กล้า ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นกลางของ ป.ป.ช. ร้อยละ 48.64 เห็นว่าเป็นกลาง ขณะที่ร้อยละ 42.96 มองว่าไม่เป็นกลาง นอกจากนี้ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.24 เห็นว่า ป.ป.ช.ล่าช้ากับการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและ คสช. เมื่อถามความคิดเห็นถึงการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาลและ คสช. ร้อยละ 61.04 ระบุว่ามีการแทรกแซง ร้อยละ 28.72 ระบุว่า ไม่มีการแทรกแซง

ปชป.ไล่ฮิวแมนไรท์ฯลงนรก

อีกเรื่อง นายอรรถพร พลบุตร อดีต ส.ส.เพชรบุรี และนายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงถึงกรณีองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์เสนอต่อสหภาพยุโรป หรืออียู ให้ปิดตลาดประมงไทยโดยอ้างสาเหตุมีปัญหาการค้ามนุษย์ นายอรรถพรกล่าวว่า ฮิวแมนไรท์วอทช์มีเจตนาทำร้ายประเทศไทยด้วยอคติทางการเมือง ด้วยข้อมูลที่บิดเบือน โดยดำเนินการเป็นกระบวนการนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติปี 2557 โดยใช้เครือข่ายและข้อมูลเท็จทำร้ายทิ่มแทงประเทศไทยมาตลอด 4 ปี อาจเพราะรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลเผด็จการ หรือเคลื่อนไหวตามใบสั่งประเทศมหาอำนาจ แต่กรณีนี้เป็นการเอาชีวิตและความเดือดร้อนชาวประมงไทยหลายล้านคนเป็นเหยื่ออย่างไร้มนุษยธรรม ฮิวแมนไรท์วอชท์ควรไปลงนรกได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรร่วมกันหามาตรการตอบโต้องค์กรที่ไร้มนุษยธรรมนี้อย่างสาสม

โต้พยาน “โอ๊ค” ไม่จำเป็นกับคดี

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับหลายหน่วยงานในเรื่องพยาน โดยขอให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นธรรมในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ว่า พยานฝั่งนายพานทองแท้ที่ยื่นเพิ่มเติมนั้น พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาว่ามีความจำเป็นต่อคดีมากน้อยเพียงใด หากไม่มีความสำคัญหรือมีความสำคัญน้อย พนักงานสอบสวนอาจพิจารณาไม่เรียกมาให้ปากคำได้ ทั้งนี้ ดีเอสไอได้แจ้งไปแล้วต้องการสอบปากคำพยานใครบ้าง อยากให้นายชุมสายพาพยานที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอระบุและกำหนดเดินทางเข้าให้ปากคำตรงตามเวลานัดหมาย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อคดี ทำให้มีความล่าช้าออกไป

“กอบศักดิ์” ยกระดับกองทุนยุติธรรม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ครั้งที่ 1/2561 ว่า ที่ประชุมหารือร่วมกับกระทรวงยุติธรรม เรื่องกองทุนยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือคนจนไม่ต้องเข้าคุกเพราะไม่มีเงิน โดยกองทุนดังกล่าวมีข้อจำกัดคือมีงบประมาณจากรัฐบาลที่ใช้ในการช่วยค้ำประกันประมาณ 200 ล้านบาท เทียบกับค่าประกันตัวตกคนละ 1-2 แสนบาท จะสามารถช่วยได้เพียง 2,000 คน กระทรวงยุติธรรมจึงเสนอแนวทางขอความอนุเคราะห์จากศาล ให้เปลี่ยนจากเงินประกันเป็นหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยเหลือคนจนให้ได้มากขึ้น จากข้อมูลผู้ที่ได้รับประกันตัวไปมีโอกาสหนีเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมได้นำนางสายพิณ คงคะคิด อายุ 38 ปี ชาวกรุงเทพฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน มาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ถูกดำเนินคดีและได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน จนไม่ต้องติดคุกด้วย

พรรคการเมืองรุมกระหน่ำ สนช.รับซิก พท.จับกลโกงหวังเสวยอำนาจกันยาวๆ “วิโรจน์” ชี้บ้านเมืองวิปริตเหมือนตอนกรุงแตก “ภูมิธรรม” จวกคิดเอาแต่ได้ “อภิสิทธิ์” เย้ยโรดแม็ปยืดได้หดได้ เอาให้ชัดเลือกตั้งเมื่อไหร่ “เสี่ยตือ” โลกสวยยังหวัง 27 ม.ค. 2561 00:39 27 ม.ค. 2561 02:39 ไทยรัฐ