วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธปท.ขู่เพิ่มมาตรการคุมเข้ม “บาท”

ยันแข็งค่าจากดอลลาร์อ่อน-จับตาเก็งกำไรใกล้ชิด

เงินบาทแข็งฉุดไม่อยู่ ธปท.เริ่มทนไม่ไหว! “วิรไท” ระบุ บาทแข็งจากดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนต่อเนื่อง สั่งยกระดับดูแลค่าเงินบาท เพิ่มความเข้มงวดดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย หลังพบแบงก์ช่วยลูกค้าเก็งกำไรช่วงก่อนหน้า ขู่ออกมาตรการคุมค่าบาทเพิ่มหากยังเห็นความผิดปกติ ขณะที่อดีตผู้ว่าการ ธปท.เตือนค่าบาทแข็งได้ อ่อนได้ คนคิดเก็งกำไรให้ระวังตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ค่าเงินบาทวานนี้ (26 ม.ค.) เปิดตลาดแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าต่อเนื่องจากปิดตลาดในวันก่อนหน้าที่ระดับ 31.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินบาทในช่วงเช้าวานนี้เข้าสู่จุดแข็งค่าจุดใหม่ในรอบ 4 ปีอีกครั้ง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาครวมทั้งเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ธปท.กังวลว่า หากเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อาจกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงได้ ธปท. จึงจะยกระดับการดูแลและเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด พร้อมทบทวนมาตรการเพิ่มเติมหากเห็นว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินผิดปกติ โดยสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการเพิ่มเติมสำหรับมาตรการป้องกันและปราบปรามการเก็งกำไรค่าเงิน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท.พบว่า มีสถาบันการเงินในประเทศไทยบางแห่ง มีพฤติกรรมเอื้อให้ลูกค้าทำผิดเกณฑ์ของมาตรการป้องกันและปราบปรามการเก็งกำไรค่าเงิน ได้กำชับสถาบันการเงินให้มีความเข้มงวดการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นว่าผิดหลักการหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่มีธุรกรรมหนาแน่น โดยขณะนี้ ธปท.ได้ติดตามการทำธุรกรรมของสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิดว่า ยังคงมีพฤติกรรมในลักษณะเดิมต่อเนื่องหรือไม่ โดยอย่างไรดี หาก ธปท.พบว่ามีความผิดปกติจะแจ้งข้อมูลให้ทราบต่อไป

“ในขณะนี้คงยังไม่สามารถบอกได้ว่า การยกระดับการดูแลและเพิ่มความเข้มงวดจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่ชัดเจนคือ ธปท.ติดตามการเคลื่อนไหวของการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระดับที่ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อดูแลความผันผวนที่เกิดขึ้น และหากจำเป็นที่ต้องมีมาตรการใดๆออกมาเพื่อช่วยดูแลเพิ่มขึ้น ธปท.จะประกาศในทราบเป็นระยะๆต่อไป”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินเปรียบเสมือน เหรียญที่มี 2 ด้าน มีทั้งผลกระทบด้านบวกและลบ กระทบผลประโยชน์ของคนหลายกลุ่ม การทำนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท มีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ดังนั้น วิธีที่จะดูแล คือจะไม่มองผลระยะสั้นมากเกินไป แต่ต้องมองใน ระยะไกลและมองผลประโยชน์โดยรวมเป็นหลัก จะไม่อิงกับประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น ภาคเอกชนต้องบริหารจัดการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนที่จะเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ควรพิจารณาลดสัดส่วนการตั้งราคาสินค้าด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีความผันผวนสูง แต่เรามีการส่งออกไปยังสหรัฐฯมีสัดส่วนเพียง 10-11% ของการส่งออกรวม โดยขณะนี้เริ่มเห็นการใช้เงินสกุลท้องถิ่น เงินสกุลบาท หรือสกุลที่ใช้ขายสินค้า เช่น เงินยูโร ในการตั้งราคาขายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบความผันผวนของดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่า การ ธปท. กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องมาจากปัจจัยภายนอก คือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ผันผวนในระยะสั้น จากคำสัมภาษณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ รมว.คลังสหรัฐฯ ที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นสกุลใหญ่ เมื่อมีความผันผวนย่อมกระทบต่อเงินสกุลทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์สหรัฐฯมีโอกาสเคลื่อนไหวทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งแข็งค่า และอ่อนค่า ดังนั้น นักลงทุนที่จะเก็งกำไรค่าเงินต้องระมัดระวังอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้

ด้าน น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการผู้บริหารกลุ่มวิเคราะห์ตลาดการเงิน ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์โกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องในระยะสั้น จากเงินทุนไหลเข้าตลาด พันธบัตรไทย โดย 10 วันทำการแรกของปีนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยกว่า 85,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของไทยยังดี โดยระยะหลังไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 60 เกินดุลสูงถึง 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.3 ล้านล้านบาท ขณะที่การไหลเข้าสุทธิของเม็ดเงินต่างชาติตลอดทั้งปีอยู่ที่ระดับ 200,000-300,000 ล้านบาท

“ประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง จะเป็นเป้าหมายของกองทุนต่างชาติใช้เป็นแหล่งพักเงิน และเป็นตัวเร่งให้ผู้ส่งออกไทยขายดอลลาร์ออกมา แต่ผู้นำเข้ารอเวลาเข้าซื้อดอลลาร์ และในภาวะที่ตลาดมีมุมมองคล้ายกันว่า ดอลลาร์จะอ่อนค่า ต่อไป ทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว แต่เงินบาทที่แข็งค่าเร็วเกินไป ก็จะมีโอกาสพักฐานหรือเผชิญแรงขายทำกำไรเป็นระยะ โดยมีความเสี่ยงที่เงินทุนจำนวนมากที่ไหลเข้าไทย ก็อาจไหลออกอย่างรวดเร็วได้ หากมีเหตุการณ์ที่ทำให้มุมมองเปลี่ยนไป เช่น การเร่งตัวของเงินเฟ้อโลก หรือท่าทีของทางการไทยต่อการดูแลค่าเงินบาทแข็งกร้าวมากขึ้น”.

เงินบาทแข็งฉุดไม่อยู่ ธปท.เริ่มทนไม่ไหว! “วิรไท” ระบุ บาทแข็งจากดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนต่อเนื่อง สั่งยกระดับดูแลค่าเงินบาท เพิ่มความเข้มงวดดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย หลังพบแบงก์ช่วยลูกค้าเก็งกำไรช่วงก่อนหน้า ขู่ออกมาตรการคุมค่าบาท... 27 ม.ค. 2561 00:13 27 ม.ค. 2561 01:15 ไทยรัฐ