วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' แจง 'ไทยนิยม' คือปฏิรูปบนพื้นฐานความเป็นไทย ปัดทิ้งหลักสากล

นายกฯ ย้ำหลัก "ไทยนิยม" ไม่ทิ้งหลักสากล ปัดสร้างกระแสชาตินิยมอย่างที่บิดเบือน ต่อยอดแก้ปัญหา ปชช.ทั่วถึง-ยั่งยืน ไม่ใช่ยัดเยียดให้แบบประชานิยม สร้างแนวคิดบริโภคนิยม กลายเป็น ปชต.กินได้เหมือนนโยบายที่ผ่านมา เพียงแค่ต้องการคะแนนเสียงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" โดยเป็นการบันทึกเทประหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดียว่า บางครั้งการถูกหล่อหลอมรวมกับอารยธรรมสากล หรือชาติอื่นๆ จนทำให้คนในชาติหลงลืมกำพืด รากเหง้าของตนเอง เพราะอาจไม่สนใจ ใส่ใจ ศึกษาให้ครบถ้วนถึงที่มาที่ไป เหมือนอ่านหนังสือแค่ตอนจบ เร่งรีบอ่านผ่านๆ ไป ไม่ประณีต ทำให้ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ไม่เกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ ไม่รู้ว่ามีชีวิตจิตใจอย่างไร จิตวิญญาณอย่างไรในตัวหนังสือเหล่านั้น แล้วเอาบางส่วนนั้นมาปฏิบัติตามอย่างผิดเพี้ยน โดยไม่รู้จริง อาจจะรวมความไปถึงเรื่องของประชาธิปไตยเราด้วยว่าคืออะไรกันแน่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ถ้าประเทศไหนจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนประชาชน เข้าไปทำหน้าที่ออกกฎหมายและบริหารประเทศแล้ว เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแล้วใช่หรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อยคืออะไร เรายึดเสียงส่วนใหญ่เป็นสรณะ โดยไม่สนใจเสียงส่วนน้อยเลย จะเรียกว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้หรือไม่ ที่สำคัญอีกประการคือหน้าที่พลเมืองและการเคารพกฎหมาย ที่สะท้อนถึงระดับความเป็นประชาธิปไตยในสังคมนั้นๆ ว่ามีมาก-น้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อยต้องเคารพกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็อยากให้พวกเราทุกคน และสังคมโดยรวมใช้สติทบทวนเรารู้อย่างลึกซึ้งถึงความเป็นไทยหรือไม่ พร้อมที่จะหลอมรวมกับความเป็นสากลโดยที่ไม่หลงประเด็น ประยุกต์ไม่เป็น จนเป็นเหตุให้มีแต่ความขัดแย้ง เพราะต่างก็อ้างว่าตนรู้จริงแล้วไม่ยอมฟังเหตุผลของคนอื่น บางครั้งรับแนวคิด วัฒนธรรมของคนอื่นมายึดถือปฏิบัติ แม้จะทำได้ในหลักการแต่หากขัดกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของเรา ก็คงไม่สามารถประสบความสำเร็จเหมือนเขาได้ จึงเป็นที่มาของคำว่าไทยนิยมของตน ที่มอบให้กับสังคมไทยในวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ไทยนิยมไม่ใช่การสร้างกระแสชาตินิยม เหมือนที่บางคนไม่เข้าใจสังคมของตน ไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก แล้วพยายามบิดเบือนความคิดของตน โดยไม่ศึกษาให้ดี เพราะชาตินิยมนั้นจะใช้ได้ดี สำหรับป้องกันภัยคุกคาม ภัยจากภายนอกประเทศ จากการทำสงคราม หรือจากการเข้ามาครอบงำทางความคิดด้วยหลักคิด ลัทธิของชาติอื่น ชาตินิยมจึงมีความจำเป็นสำหรับสถานการณ์เหล่านั้น เพื่อสร้างสำนึกความรักชาติ แต่สำหรับสถานการณ์ของประเทศในวันนี้นั้นเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน เราต้องการการปฏิรูปที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทยโดยไม่ทิ้งหลักสากล

"ผมขอย้ำนะ เราไม่ต้องไปทิ้งหลักสากล นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของไทยนิยมที่ผมกำลังพูดถึง และไทยนิยมก็ไม่ใช่ประชานิยม เพราะประชานิยม เป็นการให้ในลักษณะที่เหมือนกับยัดเยียดทุกคนได้ไป พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง อะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่เหมาะสมกับประชาชน ด้วยการสร้างแนวคิด บริโภคนิยมที่ผ่านมาประชาชนชอบ พอใจ กลายเป็นว่าประชาธิปไตยกินได้เหมือนกับนโยบายของที่ผ่านมา อาจจะไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงอาจจะทำเพียงเพื่อต้องการความนิยม หรือต้องการคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลายๆ อย่างทำไม่ได้ ออกไม่ได้ เพราะทุกคนต้องการคะแนนเสียงกันทั้งหมด เลยทำให้ปัญหาต่างๆ พอกพูนมาถึงรัฐบาล มาถึงการใช้จ่ายของภาครัฐ งบประมาณต่างๆ ซึ่งนับวันจะมีปัญหามากขึ้น เราถึงต้องมีการแยกแยะให้ชัดเจนว่าใครเดือดร้อนอะไรอย่างไร มากน้อยเพียงใด เราก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ทั่วถึงและยั่งยืน เพราะฉะนั้นคำว่าประชานิยมนั้นแตกต่างจากไทยนิยมเพราะว่าไทยนิยมนั้น เป็นการต่อยอด ขยายผลจากประชารัฐเป็นการส่งเสริมให้เกิดการระเบิดจากข้างใน การมีส่วนร่วม การรับผิดชอบร่วม แล้วรัฐบาลจึงจะแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาควิชาการ ทำให้เกิดเป็น 3 ประสาน ก็คือ ราษฎร์ รัฐ และเอกชน ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ใคร เพราะทุกคนนั้นอยู่ในห่วงโซ่เศรษฐกิจทั้งสิ้น เพราะอยู่ในประเทศของเราเองนะครับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อาจจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและสร้างการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ แก้โจทย์ปัญหาที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ด้วยกลไก ประชารัฐ ของตน ของแต่ละท้องถิ่น ตรงความต้องการ และเมื่อมองในภาพรวมทั้งประเทศแล้ว ไทยนิยมจึงเป็นแนวคิดในการบริหารประเทศ ที่อยู่บนพื้นฐานของความต้องการ ตามความนิยม ของคนไทยทั้งประเทศ ต้องนิยมในสิ่งที่ถูกต้อง ที่ถูก ที่ควร นิยมในสิ่งดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย ไม่ใช่ว่านิยมอะไรก็ทำได้หมด คงไม่ใช่เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เราคนไทยเรารัก และนิยมทำในสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม อย่างไรก็ตามมีบางคนที่ไม่นิยมไปทำอย่างอื่น ก่อให้เกิดความขัดแย้ง บิดเบือน ทุกอย่างเหล่านี้ยังมีอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างสรรค์ไทยนิยมในสิ่งดีๆ ให้มากยิ่งขึ้น ถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม รักความสงบ เหมือนในเพลงชาติไทยของเราโดยเฉพาะในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ชาติไทยต่อจากนี้ไป ต้องการการบริหารประเทศอย่างมีวิสัยทัศน์ เพื่อจะสร้างความ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ให้กับบ้านเมือง เราจะต้องน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นมรดกของชาติ มาเป็นหลักคิดสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระราชดำรัสให้ สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เพื่อสร้างสุขให้ปวงชนชาวไทยต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสร้างความสามัคคีปรองดองต้องน้อมนำศาสตร์พระราชา ด้วยการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เข้าใจถึงพื้นที่ เข้าใจถึง คน ประชาชน เพื่อจะมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ นำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง เพื่อพัฒนาประเทศที่เราแตกต่างจากคนอื่นเขาคือกับดักการเมืองที่ของเรามีมากกว่าประเทศอื่นเขา ต้องแก้ไขพวกนี้ให้ได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่หวือหวาชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็ไม่เข้มแข็ง ให้ไป ใช้ไป หมดไป

นายกฯ ย้ำหลัก "ไทยนิยม" ไม่ทิ้งหลักสากล ปัดสร้างกระแสชาตินิยมอย่างที่บิดเบือน ต่อยอดแก้ปัญหา ปชช.ทั่วถึง-ยั่งยืน ไม่ใช่ยัดเยียดให้แบบประชานิยม สร้างแนวคิดบริโภคนิยม กลายเป็น ปชต.กินได้เหมือนนโยบายที่ผ่านมา เพียงแค่ต้องการ 26 ม.ค. 2561 17:12 26 ม.ค. 2561 21:13 ไทยรัฐ