วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แอนนี่ ชีวิตยังสู้ต่อไป! เผยถึงคำตอบ น้องฑีฆายุ เมื่อโดนเพื่อนล้อเลียน

แอนนี่ ชีวิตยังสู้ต่อไป! เผยถึงคำตอบ น้องฑีฆายุ เมื่อโดนเพื่อนล้อเลียน

  • Share:

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง สำหรับสาว แอนนี่ บรู๊ค ที่แม้ตอนนี้จะไม่มีงานในวงการบันเทิงมา 5-6 ปี แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังจำเธอได้ดีจากข่าวดัง มา ณ วันนี้เธอกลายเป็นคุณแม่ที่เข้มแข็งมาก เลี้ยงลูกคนเดียวมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ลูกชาย น้องฑีฆายุ อายุ 8 ขวบแล้ว แต่ฉายแววความหล่อไม่เบาทีเดียว 

โดยบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้ต่อสายตรงเพื่อขอพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องลูก รวมถึงเรื่องของ ฟิล์ม รัฐภูมิ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่เคยเกิดขึ้น ว่าตัวแอนนี่นั้นได้เห็นข่าวของฟิล์มรึยัง 

โดยตัวแอนนี่เองก็บอกว่า ตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรเรื่องข่าวแล้ว เพราะตนเองไม่เคยเปิดดูข่าว หรืออ่านข่าวบันเทิงเลย ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ แอนนี่บอกว่า ตนเองขายของออนไลน์ หาอะไรทำไปเรื่อยเปื่อย เลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเสพข่าวมากเท่าไร

ตอนนี้ลูกชาย น้องฑีฆายุ อายุ 8 ขวบ กำลังเรียนอยู่ ป.2 โรงเรียนนานาชาติ แม้จะเรียนโรงเรียนนานาชาติ แต่ตนก็สอนให้ลูกชายเป็นคนติดดิน สอนให้รู้ว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

อย่างที่เห็นในอินสตาแกรมที่พาลูกทำกิจกรรมต่างๆ นั้น ก็สอนเหมือนตอนเด็กๆ พ่อแม่เคยสอนเรา ให้ทำอะไรต่างๆ ด้วยตัวเอง เรื่องโทรศัพท์หรือเรื่องเกมก็เหมือนกัน จะไม่ค่อยให้ลูกจับโทรศัพท์หรือเล่นเกมเท่าไร ก็จะพยายามหากิจกรรมต่างๆ ให้เขาทำร่วมกับเรา

แต่อย่างเวลาเราทำงาน หรือติดทำธุระ ลูกจะขอดูโทรศัพท์รอ เราก็จะบอกว่า น้องชอบตัวการ์ตูนตัวนี้ใช่มั้ย คาแรกเตอร์แบบนี้ งั้นน้องวาดให้แม่ดูหน่อยนะ เดี๋ยวแม่กลับมาดู ก็จะเปิดให้เขาดูแล้วให้เขาวาดรูปตามตัวการ์ตูนนั้น เขาก็จะใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น พอวาดเสร็จเขาก็เอามาให้เราดู เราก็เสร็จงานพอดี คือเราจะไม่ยื่นโทรศัพท์เครื่องเดียวให้แล้วจบ แล้วลูกไปเปิดหาอะไรดู หรือเปิดเล่มเกมเอง อีกทั้งจะสอนให้ลูกรู้จักการเอาตัวรอดได้ 

หากถามว่า น้องฑีมีแววจะเข้าวงการมั้ย แม่แอนนี่บอกว่า ไม่อยากให้เข้าวงการ แต่ถ้ามีงานเดินแบบเล็กๆ น้อยๆ ติดต่อมาก็อันนั้นเขาทำได้ แต่ถ้าจะให้เข้าวงการเหมือนที่แม่เคยทำ คงไม่ดีกว่า อยากให้เขาเป็นเด็กธรรมดาเหมือนเด็กทั่วไป 

อย่างเรื่องข่าวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อแต่ก่อน ลูกชายตนเองก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นในเรื่องนั้นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อยากให้แม่เป็นก็คือการไปทำงานที่ไกลๆ ไม่อยากให้แม่บินไปนานๆ อย่างเมื่อก่อนตอนที่เราไป เขาก็จะอะไรกับเรามากเท่านี้ไง เราก็จะไปได้ แต่พอตอนนี้เขาโตขึ้น เขาอยู่กับเราทุกวันๆ เขาก็จะรู้สึกว่าไม่อยากให้เราไปไหนอีก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเองต้องพยายามหาอะไรทำ หาของมาขายออนไลน์ 

ถามว่าตอนนี้ลำบากมั้ย ก็ไม่ได้ลำบาก และไม่ได้สบายมาก เพราะเราเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำ พยายามหาของมาขาย คิดตลอดเวลาว่าเราจะทำการตลาดยังไงดี มีครีมตัวนั้นตัวนี้หรืออาหารเสริมลดน้ำหนักตัวนั้นตัวนี้ที่ว่าดีเราก็เอามาขาย มาไลฟ์สดขาย ซึ่งน้องฑีเขาจะเข้าใจนะ เพราะเราสอนอย่างมีเหตุมีผล

อย่างเงินออมที่เราเคยโพสต์ลงอินสตาแกรม เราก็จะสอนให้เขาหัดออม แม้ว่าเงินนั้นจะเป็นเงินของเราก็ตาม แต่ก็จะสอนน้องว่าเงินส่วนนี้เป็นเงินค่าเทอมลูกนะ เขาก็จะช่วยเราเก็บเงินออมเงิน

อย่างมีครั้งหนึ่งน้องไปโรงเรียนแล้วอยากมีโทรศัพท์มือถือ เพราะเห็นเพื่อนที่โรงเรียนมี เราก็จะสอนน้องแบบตามตรงว่า น้องฑีดูบ้านเราสิลูก บ้านเราไม่ได้มีตังค์เยอะเหมือนเพื่อนๆ เขานะ ซึ่งน้องเขาก็จะพูดกลับมาว่า ทำไมล่ะ ผมจะมีไม่ได้ แม่ก็มี เดี๋ยวเอาเงินเก็บผมไปซื้อก็ได้

เราก็จะสอนเขาด้วยเหตุผลว่า มันไม่จำเป็นเท่าไร เดี๋ยวลูกกลับมาก็มาใช้กับแม่ก็ได้ คือเราก็สอนลูกตรงๆ อย่าไปหลอกเขา เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า มีอะไรก็จะพูดตรงๆ เราคุยกันได้ทุกเรื่อง

อย่างเรื่องงานบ้านเราก็จะสอนเขา เหมือนที่พ่อกับแม่เคยสอนเราตอนเด็กๆ ณ วันนี้น้องฑีถือว่าเป็นเด็กที่พูดอะไรค่อนข้างง่าย เป็นคนที่แบบว่าไม่ค่อยแคร์อะไร ที่ว่าไม่ค่อยแคร์อะไรนั้นหมายถึงว่า เวลามีคนมาพูดจาร้ายๆ ใส่ มาพูดจาไม่ดีใส่ ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวมาพูดว่าเขา เขาจะไม่แคร์ ถ้าน้องถูกว่าหรือถูกล้อเลียน เขาก็จะพูดกลับไปว่า ไม่แคร์ 

เราเลี้ยงลูกแบบเพื่อน ไม่ค่อยดราม่าใส่ อย่างบางทีเขาพูดว่า ผมไม่รักแม่แล้ว เราก็จะบอกกลับไปว่า ดีเลยงั้นเราเป็นพี่เป็นน้องกันนะ แม่จะเป็นพี่ น้องฑีเป็นน้องชาย แบบนี้แม่จะได้ไปมีแฟนสักที ไม่ต้องห่วงแล้ว พอเขาได้ยินแบบนี้ เขาก็จะกลับมาบอกว่า ไม่เอา ผมรักแม่เหมือนเดิมก็ได้ แบบนี้ก็จะจบกันแบบแฮปปี้ คือเราจะไม่ค่อยดุด่ามากเท่าไร จะเลี้ยงเขาด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ห้ามไปซะทุกเรื่อง 

ที่บ้านเราจะไม่ค่อยเปิดละครให้ลูกดู ลูกเลยจะไม่ซึมซับพฤติกรรมอย่างในละครมาใช้ ยิ่งหนังนี่ไม่ค่อยพาเข้าโรงหนังเลย 2 ทุ่มก็จะเป็นเวลาที่เขาเข้านอนแล้ว ส่วนเราก็จะเป็นเวลาคิดงาน คิดเรื่องขายของต่อไป

ส่วนงานในวงการนั้น แอนนี่บอกว่า ตนเองไม่ได้รับงานมา 5-6 ปีแล้ว แต่ก็มีติดต่อมาบ้างนานๆ ที เพราะตนเองเป็นคนถ่ายรูปไม่ขึ้น อีกอย่างก็ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นดาราแล้ว แต่เป็นแค่คนธรรมดาเหมือนคนอื่นทั่วๆ ไป

อย่างล่าสุดที่ผ่านมาก็ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของอาหารเสริมลดน้ำหนัก ซึ่งก็ต้องขอบคุณเจ้าของผลิตภัณฑ์เขามากๆ ที่เขาเห็นความสามารถของตัวเรา ส่วนเรื่องขายของออนไลน์ ถ้ามีใครอยากฝากลง หรือฝากขายก็ติดต่อมาได้เช่นกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้