วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.ลุยคิกออฟขับเคลื่อน 'ไทยนิยม' งบแสนล้าน ชงนายกฯ ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์

มท.ลุยขับเคลื่อน "ไทยนิยมยั่งยืน"งบแสนล้าน "บิ๊กป๊อก" กำชับเข้มดูแลทีมตำบลแจงสัญญาประชาคม ชง "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ทั่วประเทศทุกสัปดาห์

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.61 ที่กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2561 ในส่วนของการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลกว่าแสนล้านบาท และแนวทางปฏิบัติของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการบริหารเชิงพื้นที่ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รมว.เกษตรฯ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงดิจิตัลฯ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

โดย พล.อ.อนุพงษ์ แจ้งให้ที่ประชุมทราบแนวทางการขับเคลื่อนประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำกับดูแลทีมระดับตำบล เพื่อนำสัญญาประชาคมไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 1.สัญญาประชาคม ผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ร่วมรับรู้ ร่วมปฏิบัติตามสัญญาประชาคม 2.คนไทยไม่ทิ้งกัน การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 3.ชุมชนอยู่ดีมีสุขพัฒนาความเป็นอยู่ พัฒนาอาชีพและรายได้ (งบเงินกู้) 4.วิถีไทยพอเพียง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างวินัยการออม 5.รู้สิทธิ รู้หน้าที่ การเป็นพลเมืองที่ดี 6.รู้กลไกการบริหารราชการแผ่นดินระดับต่างๆ และการบริหารงบประมาณที่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน 7.รู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม 8.รู้เท่าทันเทคโนโลยี เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน 9.ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้สำหรับกลไกในการขับเคลื่อนนั้น ในวันที่ 7-13 ก.พ. คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะมีการประชุมมอบนโยบายและกรอบแนวทางการปฏิบัติ ร่วมกันในพื้นที่ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 14-23 ก.พ. คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด อำเภอและตำบล จะประชุมถ่ายทอดการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืนนี้ ทีมงานฝ่ายเลขานุการ วางกรอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศทุกสัปดาห์ ครบทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.นี้ มีเป้าหมายหลักคือพบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้.