วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.เปิดรับสมัครเลขาฯ 1-28 ก.พ.นี้ เน้นเป็นกลาง ปลอดการเมือง

กกต.เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งเลขาฯ 1-28 ก.พ.นี้ เน้นคุณสมบัติปลอดการเมือง เพราะต้องทำหน้าที่นายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อความสง่างามองค์กร

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.61 นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 ว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งและร่างแผนการปฏิบัติงานในการสรรหาคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ซึ่งจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับผู้สนใจจะสมัครเข้ารับการคัดเลือกขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงาน กกต. อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ในวันและเวลาราชการ หรือสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.ect.go.th ทั้งนี้ผู้สนใจสมัครจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐาน 8 รายการ ใบสมัคร รูปถ่าย สำเนาหลักฐานแสดงคุณวุฒิทางการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล ใบรับรองแพทย์ หลักฐานที่แสดงถึงประสบการณ์การดำรงตำแหน่ง ผลงานที่แสดงถึงความสำเร็จด้านการบริหารงาน ซึ่งผู้ประสงค์จะสมัครตำแหน่งเลขาธิการ กกต.จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งหลักฐานการสมัครตามประกาศ กกต.

นายเมธา กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งเลขาฯ กกต. มีการเปลี่ยนไปจากเดิมเนื่องจากจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น คือการเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธาน กกต. รวมทั้งมีค่าตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม คือ เงินเดือน 97,900 ถึง 150,000 บาท เงินประจำตำแหน่ง 35,000 บาท และเงินเพิ่มพิเศษ 35,000 บาท ขณะเดียวกันก็มีการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเพิ่มขึ้น โดยจะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี และจะต้องไม่เคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกหรือมีความผิด

"การที่กำหนดคุณสมบัติไว้เข้มมากขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.มีความสำคัญ ต้องมีความเป็นกลาง เพื่อความสง่างามในการปฏิบัติหน้าที่ หากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี" นายเมธากล่าว และระบุว่าผู้ที่เคยสมัครในครั้งที่ผ่านมา ก็สามารถมาสมัครในครั้งนี้ หากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่ประกาศ กกต.กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้สมัครทุกคนตรวจสอบหลักฐานการสมัคร และคุณสมบัติให้ดีเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง หรือมีข้อโต้แย้ง ดังเช่นที่ผ่านมา จนมีการฟ้องร้องที่ศาลปกครอง

รองเลขาธิการ กกต. ยังกล่าวว่า ในการรับสมัครครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ กกต.ก็สามารถสมัครได้ โดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่ง เว้นได้ว่าได้รับการคัดเลือก โดยคุณสมบัติต้องอยู่ในระดับรองเลขาธิการไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่วนข้าราชการทั่วไปและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์การอิสระ คือระดับรองอธิบดี รองผู้ว่าฯ และรอผู้บริหารสูงสุด และรองเลขาธิการฯ

นายเมธา คาดว่า หลังจากการปิดรับสมัคร ทาง กกต.จะตรวจสอบคุณสมบัติในช่วงเดือนมีนาคม และในเดือนเมษายนก็จะประกาศผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์จาก กกต. ในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะได้เลขาธิการ กกต.คนใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายน ทั้งนี้กระบวนการคัดเลือกอาจจะเร็วขึ้น หากขั้นตอนใดตอนหนึ่งใช้เวลาไม่นาน ส่วนการพิจารณาเลือกเลขาฯ กกต.คนใหม่จะเป็น กกต.ชุดปัจจุบันหรือ กกต.ชุดใหม่ขึ้น อยู่กับสถานการณ์ ว่าช่วงนั้นจะมี กกต.ใหม่มาหรือยัง แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีการกำหนดว่า กกต.ชุดใดจะเป็นผู้ทำหน้าที่คัดเลือก แต่ไม่ว่าจะมีเลขาธิการหรือยังไม่มี หากมีการเลือกตั้งระดับใดเกิดขึ้นทางฝ่ายประจำของสำนักงานก็ได้เตรียมคณะทำงานรองรับไว้พร้อมแล้ว เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง

กกต.เปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งเลขาฯ 1-28 ก.พ.นี้ เน้นคุณสมบัติปลอดการเมือง เพราะต้องทำหน้าที่นายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อความสง่างามองค์กร 26 ม.ค. 2561 15:19 ไทยรัฐ