วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป. บี้ 'บิ๊กตู่-ป.ป.ช.' ทบทวนบทบาทหน้าที่ ปมสอบนาฬิกาหรู 'บิ๊กป้อม'

"ชาญชัย" จวก ป.ป.ช.หลายมาตรฐานยกกรณีรถตู้เทียบ บี้ "บิ๊กตู่-ป.ป.ช." ทบทวนบทบาทหน้าที่ตัวเองปมนาฬิกาหรู เตือนนายกฯอย่าเอาประโยชน์พวกพ้องน้องพี่เป็นหลัก

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.61 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไก ป้องกันและปราบปราบการทุจริต สภาการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า นาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.นั้นว่า ขอเตือนว่า ป.ป.ช.กำลังทำลายหลักการที่เคยวินิจฉัยเรื่องในทำนองเดียวกันนี้ คือ กรณีปลัดกระทรวงหนึ่งที่ยืมรถตู้โฟล์คคนอื่นมาใช้ ป.ป.ช.เคยตัดสินจำคุกและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี กรณีนาฬิกาหรูก็เช่นกัน ที่สุดจะกลายเป็นเรื่องหลายมาตรฐาน ทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. เพราะตนเป็นอดีต ส.ส. นักการเมืองทุกคนที่เข้ารับตำแหน่งต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยมีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูล กรณียืมนาฬิกาหรือยืมเงิน ยืมทรัพย์สินของคนอื่นมาเพื่อได้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ในการนั้น

ถ้าจับได้และบอกว่าคืนไปแล้ว ก็เข้าข่ายผิดมาตรา 103 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ที่ระบุชัดว่า "ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐ รัฐมนตรีรวมถึงนายกฯ และส.ส.หรือส.ว.รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากประโยชน์ที่จะได้รับตามกฎหมายและห้ามมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท หากเกินก็จะผิดตามมาตรา 103/1 ทันที มีโทษทางอาญาและถูกดำเนินการถอดถอนด้วย กรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม มีแบบฟอร์มระบุชัดในหัวข้อหนี้สินอื่น คือหนี้สินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้ครอบครองต้องจัดทำเอกสารระบุชื่อ สกุลที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้สะดวกของเจ้าหนี้หรือเจ้าของ เมื่อยืมมาใช้ก็ถือว่าเป็นหนี้ หากเสียหายหรือสูญหายต้องชดใช้คืนเจ้าทรัพย์ จึงจำเป็นต้องแสดงรายการว่ายืมใครมา

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า 1. สิ่งที่ป.ป.ช.ชี้แจงสังคม ต้องถามกลับว่า ป.ป.ช.กำลังทำหน้าที่เพื่อใคร อะไรและอย่าทำให้สังคมสับสน ขอให้กลับไปทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง อย่าตัดตอนขั้นตอนของกระบวนการตรวจสอบเช่นนี้ เพราะกำลังทำลายจริยธรรมคุณธรรมหลีกธรรมาภิบาลและเกียรติภูมิของประเทศ หากป.ป.ช.ไม่ดำเนินการก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 103/9 มีโทษสองเท่า 2. กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงบประมาณของรัฐที่ท่านเคยใช้มาตรา 44 ไปปลดคนที่ทุจริตคอร์รัปชัน ประพฤติมิชอบ ขอบอกว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่ใช้มาตรา 44 ปลดผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ขณะนี้เราใช้รัฐธรรมนูญปี 2560

ขอเตือนสตินายกฯประยุทธ์ ให้กลับไปอ่านคำปรารภที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตราไว้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2560 เป็นปีที่สองในรัชกาลปัจจุบัน ที่ระบุว่า "เหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ไม่มีผู้นำพา หรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ทุจริต ฉ้อฉลหรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน จนทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ซึ่งจำเป็นต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการบังคับใช้กฎหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม" ท่านมีหน้าที่ต้องนำไปปฏิบัติเพราะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการนี้

"วันนี้เป็นเรื่องจริงที่บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะการทุจริตฉ้อฉล นายกฯแบ่งแยกไม่ออกว่าความฉ้อฉล การใช้บังคับกฎหมาย ความไม่ยำเกรงกฎหมาย มาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ขอให้ลำดับความสำคัญของประเทศชาติเป็นหลัก ท่านแยกไม่ออกในเรื่องส่วนตัวกับส่วนรวม ต้องจัดลำดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมให้ชัดว่า พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในกำกับดูแลของท่านเพราะเป็นรองนายกฯ ไม่ใช่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ หรือเป็นนายเก่า การบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ช. ต้องครอบคลุม ถ้าแยกไม่ออก บ้านเมืองจะอลเวงเดินสู่ความวุ่นวาย

เปรียบกับกรณีที่ท่านซื้อสุนัขบางแก้วและจะยกให้เพื่อนสองตัว พอมีคนท้วงติงว่าผิดมาตรา 103 พ.ร.บ.ป.ป.ช. เพราะมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท หมายถึงตัวท่านก็ผิด คนรับก็ผิดฉันใดฉันนั้นกรณีนาฬิกาคนให้ยืม เมื่อทรัพย์ตกมาอยู่ในครอบครองของ พล.อ.ประวิตรใช้ประโยชน์อื่นใดนานพอสมควรเข้าองค์ประกอบกฎหมาย ป.ป.ช. คนให้ยืมก็ผิด คนยืมก็ผิดหรือไม่ ท่านต้องไปพิจารณาท่านยุติกรณีสุนัขบางแก้วแล้วมาตัดสินเรื่องนาฬิกาว่าไม่ผิดเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ถือเป็นการทำลายระบบตรวจสอบ และทำลายคุณธรรมจริยธรรมร้ายแรง

ผมเตือนสองครั้งแล้วว่า นายกฯอย่าเอาบ้านเมืองเป็นรอง เอาผลประโยชน์เพื่อนพ้องน้องพี่เป็นใหญ่ แล้วเอาบ้านเมืองเป็นเรื่องของเล่น มาค้าบ้านค้าเมือง หาประโยชน์จากการเข้ามามีอำนาจขอให้ทบทวน เพราะคำพูดของท่านส่อถึงพฤติกรรมว่าท่านกำลังทำอะไรกับบ้านเมืองนี้ และจะเตือนท่านอีกสองครั้ง หากไม่ทบทวนหรือมัวเมาในอำนาจ ถ้าฟังแล้วคิดใช้สติทบทวนผมเป็น ส.ส.หลายสมัยจะเข้าหรือออก เรายื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินตามกฎหมายตลอดทุกครั้ง และพร้อมให้ ป.ป.ช. สื่อ และประชาชนตรวจสอบ

เมื่อท่านบอกนักการเมืองเป็นพวกไม่ดี แต่พวกผมทำตามกฎหมายทุกอย่างแต่พอถึงพวกท่าน ท่านออกมาปกป้องว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ชี้ว่าท่านแยกแยะไม่ออกเมื่อว่าคนอื่นไม่ดีแต่ท่านกลับไปทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ไปทำมาตรฐานที่เลวกว่าคนที่บอกว่าไม่ดี ผมไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไรแล้ว จึงขอให้ ป.ป.ช.และนายกฯกลับไปทบทวนบทบาทอำนาจหน้าที่ อย่าให้บ้านเมืองต้องเกิดความวุ่นวายในสามเดือนหกเดือนนำไปสู่ความไม่สงบอีกเลย" นายชาญชัย กล่าว

"ชาญชัย" จวก ป.ป.ช.หลายมาตรฐานยกกรณีรถตู้เทียบ บี้ "บิ๊กตู่-ป.ป.ช." ทบทวนบทบาทหน้าที่ตัวเองปมนาฬิกาหรู เตือนนายกฯอย่าเอาประโยชน์พวกพ้องน้องพี่เป็นหลัก 26 ม.ค. 2561 14:28