วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ชวน "นุ่งซิ่น จิบชา" ลั้ลลา@น่าน

อาคารหลังเก่าสไตล์ยุโรป สีม่วง ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกเขียนว่า “ตึกรังษีเกษม” อันเป็นส่วนหนึ่งของอาคารหอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา

ความเข้มขลังของอาคารที่ผ่านเวลามานานกว่า 100 ปี เชิญชวนให้เข้าไปค้นหา จากที่คิดว่าจะมาเที่ยวแค่ลั้ลลา ถ่ายรูปเซลฟี่เบาๆ กลับกลายเป็นการเดินทางกลับไปสู่อดีต โดยเฉพาะเรื่องราวของมิชชันนารีที่นำเอาความเจริญทั้งการศึกษา สาธารณสุข เข้ามาสู่เมืองน่าน

ภาพแรกบนผนังห้องโถงชั้นล่าง เป็นภาพ ดร.นพ.ซามูเอล ซี พีเพิลส์ มิชชันนารี ที่อาสาเข้ามาทำงานที่เมืองน่านท่ามกลางเสียงคัดค้านของคณะมิชชันนารีว่า จะมาได้อย่างไรในบ้านป่า เมืองเถื่อน ซึ่ง เต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายและโรคระบาด

แต่คำทัดทานนั้นก็ไม่เป็นผล เมื่อคุณหมอซามูเอล เข้ามาที่เมืองน่าน เขากลับพบว่ามีงานมากมายที่ท้าทายรออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้ผู้คนที่นี่ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า...ความเจริญ

ครูต้น หิรัญ อุทธวงค์ ซึ่งครั้งหนึ่งครอบครัวของเขาเคยทำงานร่วมทีมกับคณะมิชชันนารี นำเราย้อนเวลาสู่อดีตที่เก็บรวบรวมไว้ในตึกรังษีเกษม หรือโรงเรียนรังษีเกษมเดิม ที่เป็นโรงเรียนหญิงของคณะมิชชันนารี เริ่มจากห้องเก็บรวบรวมเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆของคนน่านในครั้งอดีต รวมไปถึงหินรูปร่างแบน แต่แหลมคม ที่รวบรวมมาจากภูซาง ใน จ.น่าน ซึ่งว่ากันว่าเป็นแหล่งของหินที่ใช้ทำขวานหินมากที่ สุดในโลกในยุคหินนับล้านๆปีก่อน ไล่มา ถึงเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ล้วน แล้ว แต่มีเรื่องราวความเป็นมาอันน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะประชุมรูปไข่ที่คณะมิชชันนารีนำมาจากสหรัฐอเมริกา เพียงแค่หัวโต๊ะกับท้ายโต๊ะและนำมาเชื่อมต่อประกอบเป็นโต๊ะไม้ตัวยาว หรือไม้กากบาทบนเพดานซึ่งเป็นความฉลาดของคนตะวันตกในการสร้างอาคาร ป้องกันการบวม เบียดและหรือแตกของไม้ได้เป็นร้อยๆ ปี

ตึกกลางของรังษีเกษมเป็นตึกหลังแรกที่สร้างขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆขยายๆเป็นอาคารทางปีกซ้าย ที่บางส่วนใช้เป็นห้องพักของคณะมิชชันนารี และหอพักนักเรียน และเมื่อนักเรียนเพิ่มขึ้นจึงขยายอาคารด้านขวาเพิ่มขึ้น

ปี 2460 จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ เสด็จตรวจราชการที่จังหวัดน่าน และได้เสด็จเยี่ยมโรงเรียนหญิงของมิชชันนารี และได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนรังษีเกษม” ที่กลายมาเป็นตึกรังษีเกษมในปัจจุบัน

ครูต้นเล่าให้ฟังว่า ก่อนน่าที่คณะมิชชันนารีจะเข้ามา เด็กๆในเมืองน่านไม่มีการศึกษาแบบตะวันตก พวกมิชชันนารีก็ใช้ใต้ถุนบ้านของตัวเองเป็นที่สอนหนังสือ สักพักมีพระสงฆ์ขอมาเรียนด้วย พวกมิชชันนารีก็ตกใจ เพราะด้านบนของบ้าน มีพวกผู้หญิงอยู่ เลยตัดสินใจซื้อศาลาการเปรียญเก่ามาทำเป็นโรงสอน

ต่อมาก็เริ่มสร้างอาคารโดยนำแบบมาจากอาคารลินคอล์น อะคาเดมี่ และใช้คนปั้นอิฐจากเชียงใหม่มาช่วยกันก่อสร้างด้วยอิฐ เพราะในเวลานั้นไม้ถูกสัมปทานไปหมด จนกลายเป็นตึกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เราเดินชมภายในตึกรังษีเกษม จนเวลาผ่านไปไม่รู้นานแค่ไหน แต่พื้นที่ทุกตารางนิ้วของ ตึกนี้ มีเรื่องราวน่าตื่นเต้น ห้องต่างๆทั้งห้องเรียนสมัยก่อนที่มีกระดานดำสองด้าน ห้องแสดงภาพมิชชันนารีในอดีต ห้องแสดงภาพพระราชวงศ์ของไทยที่เกี่ยวข้องกับเมืองน่านทั้งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ที่สะดุดตามากที่สุด เห็นจะเป็นห้องคริสต์ศาสนา มีไม้กางเขน ที่ทำจากกระจกสี (สเตนกลาส) อายุร้อยกว่าปี เรียกว่าเป็นการเที่ยวเมืองน่านในมุมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ

สำหรับคนที่สนใจจะเที่ยวชมอาคารหอประวัติศาสตร์น่านคริสเตียนแห่งนี้ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ ททท.สำนักงานแพร่ เล็งเห็นถึงความสำคัญของอาคารอนุรักษ์ที่ทรงคุณค่าของเมืองเก่าน่าน จึงได้ออกแบบกิจกรรม นุ่งซิ่น จิบชา@ น่านคริสเตียน เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาและสัมผัสกลิ่นอายของบรรยากาศเมืองน่านใน พ.ศ.2458 ด้วยการนุ่งซิ่นแบบแม่หญิงน่านเที่ยวเมืองน่าน...

รับรองว่าถ้าใครมาก่อนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดฟิน in น่าน แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน.

อาคารหลังเก่าสไตล์ยุโรป สีม่วง ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกเขียนว่า “ตึกรังษีเกษม” อันเป็นส่วนหนึ่งของอาคารหอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา... 26 ม.ค. 2561 13:22 26 ม.ค. 2561 13:45 ไทยรัฐ