วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"นอนกรน" สัญญาณเตือนภัย หัวใจล้มเหลว

ผลสำรวจจาก American Sleep Apnea Association ระบุว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 12 ล้านคนมีความเสี่ยงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งนำมาด้วยโรคหัวใจหลอดเลือดและภาวะหัวใจล้มเหลว

จริงๆแล้วการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นอาการหนึ่งของโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ที่เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ คือ การมีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยบางครั้งอาจจะมีการหยุดหายใจเป็นช่วงเวลาสั้นๆในขณะนอนหลับ อาจเกิดขึ้นซ้ำๆในทุกคืน ซึ่งภาวะที่เกิดขึ้นนี้ นอกจากจะเสี่ยงอันตรายที่เกิดกับหัวใจแล้ว ยังอาจมีภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองร่วมด้วย

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep Apnea-OSA) เกิดขึ้นเมื่อมีบางสิ่งไปอุดทางเดินหายใจ ในกรณีของคนที่มีน้ำหนักเกิน สิ่งที่ทำให้เกิดภาวะเช่นนี้ อาจเป็นเพราะการมีเนื้อรอบๆคอ และส่วนหลังของช่องคอมากเกินไป โดยเกิดขึ้นจากการที่โครงสร้างในส่วนจมูกและช่องคอ เช่น ต่อมทอนซิลหรืออดีนอยด์โต ฯลฯ และอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม เช่น ทางเดินหายใจแคบ ลิ้นใหญ่ หรือมีโรคทางพันธุกรรมบางโรคที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เอกสารทางการแพทย์จากหลายที่ระบุตรงกันว่า การกินยานอนหลับก่อนนอน การดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ โรคปอด ล้วนเป็นสาเหตุของโรค OSA แทบทั้งสิ้น

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า เพราะการนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ทำให้การทำงานของร่างกายเกิดความสมดุล หากมีการนอนหลับที่ไม่ดีพอ มีการตื่นเป็นพักๆ หยุดหายใจขณะหลับ ต้องถือว่ามีความเสี่ยงต่อการที่จะมีโรคอื่นๆตามมา โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวและหัวใจหลอดเลือด

“การนอนหลับที่มีการหยุดหายใจเป็นพักๆทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในเวลาสั้นๆ ที่เกิดจากการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น สามารถพบได้ในคนทุกวัย โดยส่วนมากจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง รวมทั้งคนที่มีต่อมทอนซิลโต คนที่มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า เด็กอ้วน” คุณหมอภาสกรบอกและว่า สัญญาณเตือนที่จะบ่งชี้ว่าร่างกายเกิดภาวะนี้ คือ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ขณะหลับมีหยุดหายใจ โดยอาจหายใจแรงเสียงดังเป็นพักๆ สลับกับนิ่งเงียบแล้วหายใจเฮือกเหมือนจะสำลักน้ำลาย บางครั้งตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

รองอธิบดีกรมการแพทย์บอกด้วยว่า อีกอย่างที่สามารถสังเกตได้ว่ามีความเสี่ยงต่อโรคนี้หรือไม่ คือ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะไม่สดชื่น ปวดศีรษะ และง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ความต้องการทางเพศลดลง หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับระบบหัวใจหลอดเลือด และหลอดเลือดสมอง

ทั้งนี้ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก อธิบายถึงแนวทางการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น ว่า มีหลากหลายวิธี สำคัญที่สุดคือการเปิดทางเดินหายใจส่วนต้นให้กว้างขึ้น ซึ่งการรักษาขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค แพทย์อาจใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือใส่ทันตอุปกรณ์ หากไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้การผ่าตัดช่วย

ผอ.สถาบันโรคทรวงอกบอกว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจะเป็นผู้วินิจฉัยอาการและความรุนแรงของโรค เพื่อวางแนวทางการรักษา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวควรดูแลตนเองด้วยการควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน

“สำหรับคนที่มีอาการนอนกรน ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงาย ด้วยการหันมานอนตะแคง ไม่ควรรับประทานยานอนหลับหรือดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้นอนหลับซึ่งถ้าสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกวิธีจะทำให้การนอนกรนลดลง นอนหลับได้ดีขึ้น การทำงานของร่างกายมีความสมดุล ก็จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือภาวะหัวใจล้มเหลว” คุณหมอวิพรรณบอก

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาและโรคของการนอนหลับที่พบบ่อยในคนอายุ 30-35 ปี พบว่าประมาณ 20% ของเพศชาย และ 5% ของเพศหญิง จะมีอาการนอนกรน และเมื่ออายุมากขึ้น อุบัติการณ์ของอาการนอนกรนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ส่วนภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบได้ประมาณ 4% ในเพศชาย และ 2% ในเพศหญิง.

ผลสำรวจจาก American Sleep Apnea Association ระบุว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 12 ล้านคนมีความเสี่ยงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งนำมาด้วยโรคหัวใจหลอดเลือดและภาวะหัวใจล้มเหลว... 26 ม.ค. 2561 13:13 26 ม.ค. 2561 13:16 ไทยรัฐ