วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"นอนกรน" สัญญาณเตือนภัย หัวใจล้มเหลว

"นอนกรน" สัญญาณเตือนภัย หัวใจล้มเหลว

  • Share:

ผลสำรวจจาก American Sleep Apnea Association ระบุว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 12 ล้านคนมีความเสี่ยงหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งนำมาด้วยโรคหัวใจหลอดเลือดและภาวะหัวใจล้มเหลว

จริงๆแล้วการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นอาการหนึ่งของโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ที่เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ คือ การมีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยบางครั้งอาจจะมีการหยุดหายใจเป็นช่วงเวลาสั้นๆในขณะนอนหลับ อาจเกิดขึ้นซ้ำๆในทุกคืน ซึ่งภาวะที่เกิดขึ้นนี้ นอกจากจะเสี่ยงอันตรายที่เกิดกับหัวใจแล้ว ยังอาจมีภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองร่วมด้วย

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep Apnea-OSA) เกิดขึ้นเมื่อมีบางสิ่งไปอุดทางเดินหายใจ ในกรณีของคนที่มีน้ำหนักเกิน สิ่งที่ทำให้เกิดภาวะเช่นนี้ อาจเป็นเพราะการมีเนื้อรอบๆคอ และส่วนหลังของช่องคอมากเกินไป โดยเกิดขึ้นจากการที่โครงสร้างในส่วนจมูกและช่องคอ เช่น ต่อมทอนซิลหรืออดีนอยด์โต ฯลฯ และอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม เช่น ทางเดินหายใจแคบ ลิ้นใหญ่ หรือมีโรคทางพันธุกรรมบางโรคที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เอกสารทางการแพทย์จากหลายที่ระบุตรงกันว่า การกินยานอนหลับก่อนนอน การดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ โรคปอด ล้วนเป็นสาเหตุของโรค OSA แทบทั้งสิ้น

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า เพราะการนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ทำให้การทำงานของร่างกายเกิดความสมดุล หากมีการนอนหลับที่ไม่ดีพอ มีการตื่นเป็นพักๆ หยุดหายใจขณะหลับ ต้องถือว่ามีความเสี่ยงต่อการที่จะมีโรคอื่นๆตามมา โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวและหัวใจหลอดเลือด

“การนอนหลับที่มีการหยุดหายใจเป็นพักๆทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในเวลาสั้นๆ ที่เกิดจากการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น สามารถพบได้ในคนทุกวัย โดยส่วนมากจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง รวมทั้งคนที่มีต่อมทอนซิลโต คนที่มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า เด็กอ้วน” คุณหมอภาสกรบอกและว่า สัญญาณเตือนที่จะบ่งชี้ว่าร่างกายเกิดภาวะนี้ คือ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ขณะหลับมีหยุดหายใจ โดยอาจหายใจแรงเสียงดังเป็นพักๆ สลับกับนิ่งเงียบแล้วหายใจเฮือกเหมือนจะสำลักน้ำลาย บางครั้งตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

รองอธิบดีกรมการแพทย์บอกด้วยว่า อีกอย่างที่สามารถสังเกตได้ว่ามีความเสี่ยงต่อโรคนี้หรือไม่ คือ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะไม่สดชื่น ปวดศีรษะ และง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ความต้องการทางเพศลดลง หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับระบบหัวใจหลอดเลือด และหลอดเลือดสมอง

ทั้งนี้ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก อธิบายถึงแนวทางการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น ว่า มีหลากหลายวิธี สำคัญที่สุดคือการเปิดทางเดินหายใจส่วนต้นให้กว้างขึ้น ซึ่งการรักษาขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค แพทย์อาจใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือใส่ทันตอุปกรณ์ หากไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้การผ่าตัดช่วย

ผอ.สถาบันโรคทรวงอกบอกว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจะเป็นผู้วินิจฉัยอาการและความรุนแรงของโรค เพื่อวางแนวทางการรักษา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวควรดูแลตนเองด้วยการควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน

“สำหรับคนที่มีอาการนอนกรน ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงาย ด้วยการหันมานอนตะแคง ไม่ควรรับประทานยานอนหลับหรือดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้นอนหลับซึ่งถ้าสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกวิธีจะทำให้การนอนกรนลดลง นอนหลับได้ดีขึ้น การทำงานของร่างกายมีความสมดุล ก็จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือภาวะหัวใจล้มเหลว” คุณหมอวิพรรณบอก

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นปัญหาและโรคของการนอนหลับที่พบบ่อยในคนอายุ 30-35 ปี พบว่าประมาณ 20% ของเพศชาย และ 5% ของเพศหญิง จะมีอาการนอนกรน และเมื่ออายุมากขึ้น อุบัติการณ์ของอาการนอนกรนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ส่วนภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบได้ประมาณ 4% ในเพศชาย และ 2% ในเพศหญิง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้