วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อวดกึ๋น “นาฏลีลา” นักศึกษา 100 สถาบัน

ศาสตร์และศิลป์ที่ร่ำเรียน การนำเอาไป “ใช้ได้จริง” จะโดยตรงหรืออ้อมก็ตาม นั่นคือเป้าหมายสูงสุดทฤษฎีต่างๆในสถาบันระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนกว่า 100 สถาบัน นักศึกษาหลอมใจกันเสนอผลงานสร้างสรรค์ของตนเอง นัยหนึ่งเพื่อให้สังคมได้รับรู้ศาสตร์และศิลป์ที่ร่ำเรียน อีกนัยหนึ่งเพื่อแสดงพลังความรู้ให้สังคมประจักษ์

การแสดงจักเปิดให้ชมฟรี ในงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษาครั้งที่ 18 “นาฏยปรีดิยานันท์ กึ่งศตวรรษ สนามจันทร์ ศิลปากร” ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

รวมการแสดงทั้งหมด 150 ชุด เปิดแสดงตั้งแต่เวลา 09.00–24.00 น.

ไฉนต้อง “นาฏยปรีดิยานันท์” อาจารย์สกุล บุณยทัต อาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวเรี่ยวหัวแรงหนึ่งของงานบอกว่าคือ “ความงามของศิลปะการแสดง ฉานฉาย...ด้วยแรงบันดาลใจอันพิสุทธิ์พิศาลนบน้อมสู่เวิ้งรู้ แห่งจักรวาลอันเจิดจรัส กระจ่างชัดอยู่กับท่วงทำนองแห่งจิตวิญญาณอันรื่นรมย์ เหนือกาลเวลา...ตื่นตระการเช่นนี้ และเป็นดังนี้ ในโลกแห่งสุนทรียความหมายอันไม่รู้จบ”

เนื่องในวาระกึ่งศตวรรษของมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยจึงได้จัดงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 18 ขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเกียรติภูมิ ณ โอกาสอันสำคัญนี้ ด้วยข้อตระหนักถึงการเชิดชูศิลปะอันเป็นรากเหง้าแห่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สูงค่า และเป็นความงดงามที่สามารถกล่อมเกลาและสร้างเสริมจิตสำนึกผ่านภูมิปัญญาของการแสดงออกในทางศิลปะการแสดงแขนงต่างๆของแผ่นดิน

ในนามของ “นาฏยปรีดิยานันท์ กึ่งศตวรรษ สนามจันทร์ ศิลปากร”

องค์ประกอบของเนื้องานทั้งหมด “ล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยจิตใจของผู้ที่รักในวัฒนธรรมและปรารถนาที่จะให้สิ่งอันเป็นคุณค่าของแผ่นดินนี้ธำรงอยู่อย่างสถาพร ดุจทิพยศิลป์ที่สามารถปลูกจิตสำนึกของผู้รับรู้ สัมผัสให้ตราตรึงอยู่กับภาพการแสดงแห่งความเป็นวิจิตรการอันสูงส่งนี้ ที่ถูกกลั่นออกมาด้วยความยกย่องผูกพัน”

อาจารย์สกุลบอกว่า “แน่นอนว่า…โลกไม่สามารถจะอยู่ได้หรอกหากปราศจากคุณค่าอันพิสุทธิ์นี้…แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า… ผู้คนของแผ่นดินจะรู้ซึ้งถึงความดีงามอันเป็นด้านลึกของจิตวิญญาณดั่งนี้หรือไม่…”

นี่คือแรงบันดาลใจอันสูงส่ง “ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะรักษ์มรดกอันเป็นทิพย์นี้ได้ใคร่ครวญร่วมกัน ขณะที่การผสานสายใยทางวัฒนธรรมกำลังดำเนินไป...ด้วยสายตาที่มองเห็นถึงอุปสรรคอยู่ไม่น้อย...มหาวิทยาลัยศิลปากรจึงหวังว่า...การจัดงานในครั้งนี้จะก่อมิติแห่งสำนึกรับรู้ทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อการปลุกตื่น ให้ผู้ที่ได้ร่วมสัมผัสกับผลรวมของเนื้องานทั้งหมด...ได้ประจักษ์ทั้งสายตาและหัวใจกับอารมณ์ร่วมอันอิ่มเอมและเบิกบาน...ประหนึ่งการย้อนกลับไปสู่ความเป็นต้นรากของชีวิต...ที่จะส่งพลังขยายใหญ่ให้เป็นความพิสุทธิ์พิศาลแห่งมรดกภายใต้สายใยแห่งความเป็นวัฒนธรรมสืบต่อกันไป”

และ “นั่นคือเจตจำนงที่เราได้ตั้งไว้ และหวังถึงว่าความรื่นรมย์แห่งความเป็นศิลปะการแสดงของแผ่นดินนานาที่เราได้รังสรรค์ขึ้นจะเป็นความประทับใจที่ตราตรึงอยู่กับความทรงจำของทุกๆท่านภายใต้วัฒนธรรมสำนึกที่จะไม่เปลี่ยนแปร...แม้เมื่อใด”

การแสดงที่เผยอัตลักษณ์ของตัวตน และความรู้สึกนึกคิดของนักศึกษา ระหว่างวันที่ 7 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ อาทิ วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ โหมโรงด้วย “นาฏยปรีดิยานันท์” ของมหาวิทยาลัยศิลปากร จากนั้นต่อด้วยการแสดงชุด “รักษ์พิบูล เทิดทูนสถาบัน” ของ มรภ. พิบูลสงคราม

การแสดงชุดอื่นๆ อาทิ “ฟ้อนปทุมาบูชาพระเจ้าตนหลวง” ของมหาวิทยาลัยพะเยา “งามศรัทธา อินทนิลแม่โจ้” ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ “ฟ้อนหางนกยูง” ของมหาวิทยาลัยพายัพ “วิถีถิ่นคนเชียงราย” ของ วิทยาลัยเชียงราย “ชาติพันธุ์กาญจนบุรี เภรีสัมพันธ์” ของ มรภ.กาญจนบุรี และ “มหาเจติยนาฏยบูชา” ของ มรภ.นครปฐม เป็นต้น

ทุกชุดการแสดงอาจารย์สกุลบอกว่า เสมือนหนึ่ง “ต้นราก…ในรากเรา”

เนื่องจากกลั่นกรองจาก “วัฒนธรรมสำนึกแห่งการดำรงอยู่ ที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณอันพิสุทธิ์ ในการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ...ส่วนหนึ่งที่เป็นปฐมบทอันสำคัญของชีวิต ก็คือการมีแก่นรากที่ถูกปลูกฝังไว้ในเชิงสำนึกรับรู้ที่มีค่าความหมายทั้งต่อสังคมและความเป็นตัวตนอันล้ำลึก... แก่นรากดังกล่าวนี้ยึดโยงและสืบต่อกันมาเป็นกระแสของความทุกข์สุข... เป็นภาพวาดแห่งจิตวิญญาณที่ขยายกว้างออกไปสู่โลกของจินตนาการและความเป็นจริงบนวิถีแห่งสัจจะอันยั่งยืน

แน่นอนว่ามนุษย์ทุกผู้ทุกนามไม่สามารถจะมีชีวิตดำรงอยู่อย่างถาวรได้...หากปราศจากรูปรอยของจิตสำนึกที่จะรับรู้ในรู้สึกว่า “หัวใจที่แท้จริงของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสัมพันธภาพด้วยมิติแห่งการเป็นกัลยาณมิตรนั้น...ต้องอาศัยความงดงามแห่งใจ เป็นข้อกำหนดที่เป็นดั่งแสงสว่างอันเรืองรองของผัสสะที่มีความหมายต่อกันและกันด้วยสัมปชัญญะแห่งปัญญา...ภาพสะท้อนในบริบทข้างต้นนี้จึงเป็นการหล่อหลอมความเป็นรากเหง้าที่มีกาลเวลาเป็นเครื่องกำหนด...มีนัยแห่งการเป็นปรัชญานุภาพเป็นเครื่องเสริมส่ง...เหล่านี้คือบทเรียนของความทรงจำที่ทอดสายใยต่อเนื่องกันมาในนามของศิลปะที่เปิดโลกให้แก่ชีวิต...ทั้งนี้ องค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดจะสานสอดกันด้วยความคิด จิตใจ และอารมณ์ กระทั่งกลายเป็นท่วงทำนองแห่งการเป็นเครื่องค้ำจุนอันสูงส่งในรากฐานแห่งความมีความเป็น”

“ต้นราก” คือสถานะแห่งความมั่นคงที่ดำรงอยู่เงียบๆในหัวใจของโลกแห่งชีวิต…ที่มักจะโน้มเข้าหาลมหายใจแห่งการวัฒนาทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึก…ตลอดจนประสบการณ์แห่งเจตจำนง… เป็นสิ่งที่นำพาให้ทิศทางอันประเสริฐของชีวิตได้เกิดขึ้นจากการกระทำที่ซ้อนอยู่บนการกระทำ”

เหตุนี้ภาวะอันนับเนื่องจาก “ความ ดี…งาม…จริง…ลวง ทั้งหลายจึงมีประกายแห่งอำนาจของการเรียนรู้ที่บริสุทธิ์เกิดขึ้นเสมอ...เป็นความหยั่งลึกที่สุดท้ายก็ได้กลายเป็นตราประทับอันอเนกอนันต์ของแผ่นดิน”

เมื่อมีต้นรากอันสมบูรณ์ดั่งนี้ “รากเหง้าในวิถีแห่งจิตวิญญาณของมนุษยชาติ จึงแผ่กว้างขึ้นเป็น “วัฒนธรรมสำนึกอันชวนตระหนัก” ที่ไม่ควรจะถูกหลงลืมไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุแห่งผลใดๆก็ตาม...ชีวิตอันมีคุณค่าของมนุษย์ย่อมต้องดำเนินไปด้วยสายทางแห่งความตื่นรู้ในเรื่องนี้ ความเป็นอดีตที่เคยเป็นสัญญะแห่งการกล่อมเกลาย่อมต้องคงอยู่และย่อมต้องเป็นแรงขับเคลื่อนอันวิจิตรบรรจงต่อการเติบโตเบิกบานของต้นไม้ใหญ่ที่จะต้องวิวัฒน์ตนเองสู่จุดสูงสุดอันตั้งอยู่เหนือขอบเขตแห่งจินตนาการ”

ทุกๆสิ่งบนวิถีแห่งความเป็นไปเช่นนี้คือความงดงามแห่งจริต...คือก้าวย่างอันพิสุทธิ์ในนามของ “วัฒนธรรมสำนึก” แท้จริงแล้วสังคมของประเทศกำลังแปรสภาพไปสู่สถานะที่หลุดลอย และกำลังถอยห่างออกจากฐานรากของความเป็นตัวตน ที่มั่นคงแห่งตนมากขึ้นทุกทีนั่นคือวิถีสุจริตที่แทบจะไม่มีใครรู้สึกตัวและเหลียวแล

“หากเพียงก้มลงมองกายร่างของตนเอง...มองให้เห็นถึงข้อตระหนักแห่งวัฒนธรรมสำนึกของการดำรงอยู่...มองให้เห็นถึงผลึกแห่งความดีงามที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ...”

“นั่นคือคำถามที่ทุกๆคนจะต้องย้อนถามตัวตนและเร่งให้คำตอบผ่านสำนึกทางวัฒนธรรมอย่างรีบด่วน…เพื่อเป็นประกายอันสูงค่าต่ออนาคตของความเป็น ต้นราก…ในรากเรา…ที่จะไม่มีวันไหวเอน…และพ่ายแพ้ต่อความหม่นมืดแห่งกระแสของอคติทางวัฒนธรรมอีกต่อไป”.

ศาสตร์และศิลป์ที่ร่ำเรียน การนำเอาไป “ใช้ได้จริง” จะโดยตรงหรืออ้อมก็ตาม นั่นคือเป้าหมายสูงสุดทฤษฎีต่างๆในสถาบันระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนกว่า 100 สถาบัน 26 ม.ค. 2561 13:05 ไทยรัฐ