วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครอบครัว 'น้องเมย' ทำบุญ 100 วัน หวังเปลี่ยนแปลง หลังยื่นหลักฐานใหม่

ครอบครัว 'น้องเมย' ทำบุญ 100 วัน หวังเปลี่ยนแปลง หลังยื่นหลักฐานใหม่

  • Share:

ครอบครัว “น้องเมย” ทำบุญ 100 วัน เผย ยังคาใจคดี แต่ยังเชื่อผลการสอบสวนการเสียชีวิต "น้องเมย" น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หลังผู้ใหญ่กองทัพเห็นหลักฐานใหม่ที่ครอบครัวยื่นไป ร้องขอความเป็นธรรม จี้ หาคนผิดมาลงโทษ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ม.ค. นายพิเชษฐ-นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญครบ 100 วัน การเสียชีวิตของ นตท.ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย ที่บ้านพักในเขต อ.เมืองชลบุรี โดยมีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท รวมทั้งคนรู้จักครอบครัวตัญกาญจน์ ร่วมทำบุญตักบาตร-ถวายสังฆทาน พระสงฆ์ 9 รูป พร้อมถวายภัตตาหารเช้า 

จากนั้น นายพิเชษฐ-นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชา พ่อแม่พี่สาวของ น้องเมย ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงความรู้สึก โดย น.ส.สุพิชา กล่าวว่า การทำบุญในวันนี้เป็นไปตามพิธีทางศาสนา ถึงแม้ว่าหลังจากที่วันที่เดินทางเข้าไปพบผู้ใหญ่ในกองทัพไทยจนถึงวันนี้ จะยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ก็เชื่อว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของน้องชาย น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

น.ส.สุพิชา กล่าวและว่า “ก่อนอื่นต้องขอโทษพี่ๆ นักข่าวทุกท่านก่อนที่ในวันนั้นไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไร เพราะทางครอบครัวต้องรีบเดินทางกลับชลบุรี เพื่อเตรียมงานทำบุญให้น้อง แต่สิ่งที่เราเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือ เราได้นำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยื่นให้ทางกองทัพไว้พิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ในกองทัพเห็นข้อมูลก็บอกว่า รู้สึกตกใจ และถือเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งหลักฐานทางสภาพร่างกายของน้องเมย และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถโกหกหรือทำขึ้นมาหลังการเสียชีวิตได้ เราจึงคาดหวังว่า น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการสอบสวน”

น.ส.สุพิชา ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ทางครอบครัวยังได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาภายในโรงเรียนเตรียมทหาร ในมุมที่เคยเป็นอดีตผู้ปกครองนักเรียน ที่เห็นว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ใหญ่ทราบเยอะพอสมควร “แม้เราจะเคยท้อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นบ้างจากความล่าช้าในการดำเนินคดี เพราะหากเป็นเรื่องทั่วไปเวลาผ่านมา 3 เดือนเช่นนี้ ก็น่าจะมีการดำเนินคดีกันแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อเรายื่นหลักฐานไป เราก็ไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ทุกท่าน แต่เราคุยกับแพทย์ทหารที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อท่านเห็นหลักฐานก็ตกใจพอสมควร ที่สำคัญเราสามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่เราแถลงข่าวทุกครั้ง จริงๆ เราพยายามชี้ให้ผู้ใหญ่เห็นข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่เราแถลงข่าวไปนั้นมันเกิดขึ้นจริงกับร่างกายน้องเมย โดยไม่ได้มีการพูดขึ้นมาลอยๆ

“ส่วนประเด็นที่มีคำถามว่า คุณหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรนั้น เราขอชี้แจงว่าท่านเพียงแต่ให้คำปรึกษากับเราในแง่ของการวิเคราะห์ผลชันสูตรว่ามีจุดใดบ้างที่ผิดปกติบ้างเท่านั้น" พี่สาวน้องเมย กล่าว  

ขณะที่ นางสุกัลยา แม่น้องเมย กล่าวว่า หลังได้ระบายเรื่องราวในใจ และบอกเล่าถึงข้อมูลต่างๆ ที่มีให้ผู้ใหญ่ในกองทัพได้รับทราบ โดยเฉพาะความรู้สึกหลังจากได้การฟังแถลงการณ์ต่างๆ ของกองทัพ ก็ทำให้เชื่อว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการสอบสวนบ้าง แต่อย่างไรก็ดีคงต้องขอร้องไปยังผู้ใหญ่ที่จะช่วยให้ความยุติธรรมกับน้องเมยด้วย เพราะหลายๆ อย่างที่บอกไปผู้ใหญ่รับรู้หมดแล้ว

เช่นเดียวกับ นายพิเชษฐ พ่อของน้องเมย กล่าวว่า ที่บอกว่าอยากขอความเห็นใจจากผู้ใหญ่ในกองทัพ ให้ช่วยเร่งสืบหาคนที่กระทำความผิดมาลงโทษ เนื่องจากตนเองเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาแต่ก็ยังพอทราบข่าวว่าอะไรเกิดขึ้นกับบุตรชายบ้าง ดังนั้นผู้ใหญ่ในกองทัพ ระดับนายพล จึงน่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าเพราะความจริงมีอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วยหาตัวคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้เท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้