วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แหวกหญ้าหาทางพ้นวิกฤติ


เหมือนจะให้จบ แต่ยังไม่จบ

ก็เรื่อง “นาฬิกาพี่ใหญ่” นั่นแหละครับ...ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นว่าไปแล้วมีความพยายามที่จะลดกระแสการโจมตีด้วยวิธีการต่างๆนานา

นอกเหนือจากคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ระบุว่าเป็นเรื่องเพื่อนให้ยืมวนกันใส่ เพราะความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม

หรือบางคนก็บอกว่าไม่ต่างกับ “ชาวนาเลี้ยงงูเห่า” หมายถึง คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรที่ทำให้เรื่องไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้นมา

พูดง่ายๆก็คือชี้ช่องทางออกและเป็นเรื่องถูกกลั่นแกล้ง

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯก็บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่การทุจริตงบประมาณแผ่นดิน

จำๆกันเอาไว้ให้ดีก็แล้วกันว่าพูดอะไรกันไว้

แต่ที่ได้เนื้อได้หนังหน่อยก็ตรงที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้พาดหัวล่วงหน้า เพื่อให้นักข่าวสนใจไปทำข่าวกันให้มากๆ

มีเรื่อง “เซอร์ไพรส์” เกี่ยวกับ “นาฬิกาพี่ใหญ่”

หลังจากที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้มีการประชุมและมีการรายงานผลความคืบหน้าของเรื่องนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ได้ประกาศในที่ประชุมว่า หากถึงขั้นตอนสุดท้ายในการชี้ขาดเรื่องนี้

“จะขอถอนตัว” ไม่ร่วมลงมติด้วย

หายใจคล่องกันไปอีก 1 ประเด็น เพื่อให้เห็นว่ามีความโปร่งใส

จากนั้นก็มีการระบุว่าได้ให้ พล.อ.ประวิตรทำหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 เพราะต้องการข้อมูลอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะการมีข้อมูลนาฬิกาเรือนใหม่ๆ ซึ่งมีการค้นพบ

ล่าสุดมีทั้งหมด 25 เรือน จึงต้องให้บริษัทซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาในประเทศที่ปรากฏเป็นข่าว 13 แห่ง

มีการสอบบุคคลภายนอกที่มีชื่อเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ไปแล้ว 3 คน เหลืออีกเพียงแค่ 1 คนที่เดินทางไปต่างประเทศจะเข้ามาชี้แจงในสัปดาห์หน้า

หลังจากรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้ว ก็จะมีข้อสรุปและเสนอให้กรรมการชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดว่ามีความผิดหรือไม่

น่าจะเรียบร้อยในเดือน ก.พ.61

เป็นความคืบหน้าซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้ฝ่ายที่ต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นได้รู้สึกว่าได้มีการดำเนินการกันไปถึงไหน

เป้าใหญ่อย่าง “พี่ใหญ่” ก็จะเบาบางลงไปโดยปริยาย

ประเด็นใหญ่ที่เหมือนจะบอกใบ้แล้วว่าคดีนี้จะจบและลงเอยอย่างไร เมื่อเลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุชัดเจนแล้วว่า หากนาฬิกาทั้งหมดนั้นเป็นของเพื่อน ซึ่งให้ยืมมาใส่นั้นถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเอง

ทุกอย่างก็จบสมบูรณ์ไม่มีความผิด

พล.อ.ประวิตรไม่จำเป็นต้องแสดงรายการทรัพย์สิน หากนาฬิกาเป็นของคนอื่น เพราะจะต้องแสดงทรัพย์สินเฉพาะที่เป็นของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ทรัพย์สินที่ครอบครองเฉยๆ ไม่จำเป็นต้องยื่นแสดงบัญชี

คำตอบต่างๆเหล่านี้ น่าจะทำให้กระแสโจมตี พล.อ.ประวิตร คงจะเบาขึ้น เพราะพอมองเห็นว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วได้แต่เพียงรอคำตอบเท่านั้น

แต่ในคำตอบนั้นจะเชื่อถือได้หรือไม่ ได้รับการยอมรับหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและเป็นเรื่องสำคัญในทางการเมืองที่จะต้องตัดสินใจตามมาอีกต่างหาก

แม้ ป.ป.ช.จะชี้ว่า “ไม่มีความผิด” ก็ตาม...

“สายล่อฟ้า”

เหมือนจะให้จบ แต่ยังไม่จบ ก็เรื่อง “นาฬิกาพี่ใหญ่” นั่นแหละครับ...ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นว่าไปแล้วมีความพยายามที่จะลดกระแสการโจมตีด้วยวิธีการต่างๆนานา 26 ม.ค. 2561 12:32 26 ม.ค. 2561 12:32 ไทยรัฐ