วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Wonderstruck อัศจรรย์การเล่าเรื่องข้ามเวลา

ช่วงเวลานี้ของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราจะได้ดูหนังที่เข้าชิงรางวัลต่างๆ เข้าฉายจำนวนมาก และแม้หนังบางเรื่องอาจไม่ได้มีโอกาสเข้าชิงรางวัลอะไร แต่หากมีคุณลักษณะพิเศษก็จะถูกเลือกให้เข้าฉายในช่วงเวลาพิเศษนี้ เช่นเดียวกับ Wonderstruck หรือในชื่อไทยว่า อัศจรรย์วันข้ามเวลา หนังที่เปิดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2017 แต่เข้าฉายให้คนไทยได้ดูในปี 2018 นี้ ที่ตัวหนังมีความพิเศษที่นักดูหนังไม่อาจมองข้าม

Wonderstruck เล่าเรื่องราวของ “เบน” เด็กชายในยุค 1977 ผู้ที่ถูกฟ้าผ่าจนกลายเป็นคนหูหนวก และ “โรส” เด็กหญิงในยุค 1927 ผู้เป็นคนหูหนวกแต่กำเนิด คน 2 คนใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่าง ทั้งสองได้เดินทางมายังมหานครนิวยอร์กด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน เบนเดินทางมาเพื่อหาเบาะแสของพ่อผู้ที่เขาไม่เคยเจอ ในขณะที่โรสเดินทางมาเพื่อพบกับ “ลิเลียน เมย์ฮิว” นักแสดงบรอดเวย์ชื่อดังไอดอลในดวงใจของเธอ... 2 คน 2 ช่วงเวลา กับการเดินทางที่ทำให้พวกเขาทั้งสองได้พบกัน และพบความจริงของสายสัมพันธ์ที่ห่างกันร่วม 50 ปี


หนังเดินด้วยเรื่องใน 2 ยุคสมัย ปี 1927 ของ โรส ที่นำเสนอด้วยภาพขาวดำ และปี 1977 ของ เบน ถ่ายทอดด้วยภาพสี ที่ทั้งสองยุคสมัยโดดเด่นที่งานภาพ โปรดักชั่น และคอสตูมอลังการ นำเสนอภาพของนิวยอร์กใน 2 ยุคสมัย ที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าเรากำลังดูหนังที่ถือกำเนิดในยุคสมัยทั้งสองนี้จริงๆ ด้วยการที่ตัวละครนำของเรื่องบกพร่องทางการได้ยิน จึงเปิดโอกาสให้สามารถนำวิธีการเล่าเรื่องแบบหนังขาวดำหรือหนังเงียบมาใช้ได้อย่างเต็มที่ กว่า 117 นาทีในหนัง จึงเป็นการเดินทางสำรวจตรวจสอบยุคสมัย ที่ผู้กำกับ ทอดด์ เฮย์นส์ (ผู้กำกับ Carol) ได้ดัดแปลงนิยายภาพชื่อเดียวกันของ ไบรอัน เซลซ์นิค ให้ออกมาเป็นภาพยนตร์ที่โรแมนติกมาก เพียงแค่ดูงานโปรดักชั่นทั้งสองยุคในเรื่องก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว


แม้โดยส่วนตัวจะถูกจริตกับสไตล์ที่หนังนำเสนอ แต่ด้วยรูปแบบหนังเงียบ และการเล่นกับงานภาพเกือบทั้งเรื่องแบบนี้ สำหรับคนดูกลุ่มทั่วไปแล้ว Wonderstruck น่าจะเป็นหนังที่ต้องใช้ความตั้งใจ (จนอาจใช้คำว่าอดทน) ในการดูสูงอยู่พอสมควร แต่หากติดตามไปจนช่วงท้าย จะพบว่า “หนังที่ดูไม่มีอะไรเรื่องนี้ กลายเป็นหนังที่มีเสน่ห์และน่าอัศจรรย์สุดๆ” กับการนำโลกคู่ขนานสองยุคสมัยให้มาบรรจบกันตอนท้ายในแบบที่ต้องปรบมือให้ ทั้งวิธีการนำเสนอในแบบภาพยนตร์และต้นฉบับนิยายภาพ


หนังที่ขายสไตล์นำหน้าแบบนี้ จะไม่สามารถยึดความสนใจคนดูได้เลย หากไม่ได้การแสดงที่มีพลังมากพอ นักแสดงเด็ก โอ๊คส์ เฟกลีย์ ที่หลายคนอาจคุ้นจาก Pete Dragon (2016) มีพัฒนาทางการแสดงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการแสดงสีหน้าสีตาที่ทำให้รู้สึกเห็นใจตัวละครของเขา ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือนักแสดงเด็ก มิลลิเซนต์ ซิมมอนด์ส ที่รับบทโรส ในเรื่อง เธอคือนักแสดงผู้มีปัญหาทางการได้ยินจริงๆ ที่การแสดงของเธอทำได้ดีไม่น้อยหน้าใคร เข้าฉากปะทะกับรุ่นเก๋าได้อย่างไม่มีปัญหา และปีนี้เธอยังมีผลงาน A Quiet Place หนังสยองขวัญที่เล่นกับความเงียบ น่าสนใจว่าเธอจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน ในส่วนของรุ่นใหญ่อย่าง มิเชลล์ วิลเลียมส์ และ จูลีแอนน์ มัวร์ ก็ช่วยเติมเต็มให้หนังมีพลังทางการแสดงที่สมบูรณ์


การค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ หรือค้นหาที่ที่เหมาะสมกับตัวเองนั้น มันไม่ได้จำกัดว่าเราต้องเป็นผู้ใหญ่ เรียนรู้ชีวิตมาแล้วระดับหนึ่งเท่านั้นที่ทำได้ แท้จริงแล้วคำถามเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับเราในช่วงวัยเด็ก ที่ถูกกรอบต่างๆ รอบตัวคอยจำกัดตัวเราไว้ ทำให้เราลืมเลือนคำถามนั้นไป Wonderstruck คือ หนังที่เปิดให้คำถามที่ตกค้างอยู่ในใจของเราได้เผยตัวออกมาอีกครั้ง ส่วนการเดินทางหรือการค้นหาคำตอบขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง


ใครที่ชอบหนังเนื้อหาดี ภาพสวย ความหมายดี และมีกลวิธีเล่าเรื่องที่ไม่ซ้ำซากตามแบบใคร Wonderstruck คือคำตอบ ที่ไม่อยากให้พลาดตีตั๋วไปชมในโรงภาพยนตร์

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13