วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คะแนนโหวต สนช.ท่วมท้น196 ต่อ 12 งดออกเสียง 14 ยืด 90 วัน กม.เลือกตั้ง

อ้างให้พรรค-กกต.เตรียมตัว ‘วิษณุ’ยันมิ.ย.รู้ชัดวันเลือกตั้ง พท.ฉุนละครทีวีจงใจเสียดสี

สนช.กดปุ่มลงมติท่วมท้น เห็นชอบข้อเสนอ กมธ.ยืดเวลาใช้กฎหมายลูก ส.ส.90 วัน ให้พรรคการเมือง-กกต.เตรียมตัว ชี้เหมาะสมไม่นานเกินไป เผย “สมชาย” ไม่สาใจ ขอขยายแหลก 180 วัน ตอกนักการเมือง ค้านเพราะไม่อยากทำไพรมารีโหวต โบ้ยโยนบาป สนช.หาประโยชน์ ตะลึง “พงษ์ชัย” เสนอลากยาวสุดซอย 5 ปี ล้างให้หมดจดภาพนักการเมืองแก่งแย่งอำนาจ กกต.เชื่อยืดกฎหมายแต่วันเลือกตั้งไม่ขยับไปไกล รุมค้านปมตัดสิทธิรับราชการ-จัดมหรสพหาเสียง กมธ.ต้องยอมถอย “วิษณุ” แจงเดือน มิ.ย.รู้กำหนดวันเลือกตั้ง ปรามอย่าพูดมากเรื่องโรดแม็ป ปชป.สวน สนช.บิดเบือนหาข้ออ้างแต่ทำเพื่อตัวเอง “มาร์ค” กระตุกไทยนิยมต้องเหลียวมองโลก พท.ชี้ ป.ป.ช.จ่อฟันลมปมนาฬิกาหรู ฉุนขู่ฟ้องละครใส่ร้ายเสียดสี ด้านผู้ผลิตขอโทษยันไร้เจตนา อดีต 40 ส.ส.แทงหนังสือจี้ ป.ป.ช.ล้มโต๊ะสอบชงกฎหมายนิรโทษกรรม

ข้อเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 90 วัน ส่อเค้าขยับโรดแม็ปวันเลือกตั้งเนิ่นช้าไปจากกำหนดเดิมเดือน พ.ย.61 จนถูกกระหน่ำโจมตีจากบรรดานักการเมือง ล่าสุดถูกชงเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ สนช.พิจารณาแล้ว

กมธ.แจงยืด 90 วันให้ศึกษา ก.ม.

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 178 มาตรา มีสาระสำคัญที่ถูกจับตามองคือ มาตรา 2 การให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายหลังพ้น 90 วัน นับจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยนายวิทยา ผิวผ่อง ประธาน กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงความจำเป็นการเลื่อนเวลาบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ 90 วัน ว่า เพื่อให้ประชาชน พรรค การเมือง ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายล่วงหน้าจะได้ไม่กระทำผิดโดยไม่เจตนา และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 1.5 ล้านคน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ผิดพลาด จึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลา 90 วัน

“ประพันธ์” ติง กรธ.วางแผนมาดีแล้ว

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติไม่ให้ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย กล่าวว่า สิ่งที่ กมธ.เสียงข้างมากมีมติ เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการของ กรธ. ที่ทำตามมาตรา 267 มีกรอบเวลาชัดเจน การเขียนกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับภายใน 240 วัน นับแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ กรธ.วางแผนอย่างดีว่าต้องทำอย่างไร รู้ดีว่ามีเวลา 240 วัน ดังนั้น ที่ กรธ.เสนอว่าต้องเลือกตั้งใน 150 วัน ถือว่ายืดหยุ่นเหมาะสมแล้ว ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันขยายเวลาการจัดเลือกตั้งยาวกว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ที่กำหนดไว้ 90 วัน จึงไม่จำเป็นต้องขยายเวลา 90 วัน แค่ 150 วันก็ปฏิบัติได้

“ทวีศักดิ์” ยังหวั่นแค่ 90 วันไม่พอ

ขณะที่นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน กมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติขอขยายเวลาบังคับใช้เป็น 120 วัน ระบุว่า การขยายเวลาบังคับใช้ 90 วันไม่เพียงพอ ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถเตรียมการเลือกตั้งได้ทัน อาจขอขยายเวลาเพิ่ม กลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่ถาโถมเข้ามาในภายหลัง ทั้งนี้ คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ที่ขยับเวลาดำเนินกิจกรรมการเมืองเริ่มต้นในเดือน มี.ค.และ เม.ย. ส่งผลให้เวลาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองถูกขยับออกไป 6 เดือน แต่ถ้าขยายไป 6 เดือน จะถูกวาทกรรมต่างๆ เช่น ยื้อเวลาสืบทอดอำนาจมากดดัน แต่ก็คิดว่าขยายเวลาไป 90 วัน คงไม่เพียงพอ เพราะมีขั้นตอนหลายอย่างที่ใช้เวลาดำเนินการมาก เช่น การทบทวนรายชื่อสมาชิกพรรค การทำไพรมารีโหวต ขณะที่ กกต.มีประเด็นใหม่หลายเรื่องที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน เช่น การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่รู้ว่ามีความพร้อมแค่ไหน การไปกำหนดเงื่อนเวลา 90 วัน ตามแรงกดดัน ทำแบบกล้าๆ กลัวๆ เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งอาจเกิดปัญหาได้

เสียงส่วนใหญ่เชียร์ยืดเวลา 90 วัน

จากนั้นสมาชิก สนช.อภิปรายสลับกันแสดงความเห็น ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วัน มองว่าเหมาะสม ไม่มากเกินไป เชื่อว่า กกต.และพรรคการเมืองจะเตรียมตัวได้ทัน อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ขณะที่นายสมชาย แสวงการ กล่าวว่า อยากให้ขยายเวลาไป 180 วันด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่า 90 วันน้อยเกินไป แต่เมื่อ กมธ.เสียงข้างมากเห็นว่าเวลา 90 วันเหมาะสมก็ต้องเคารพและพร้อมสนับสนุน แต่อยากให้พรรคการเมืองพูดความจริงว่า การคัดค้านการขยายเวลาเป็นเพราะไม่ต้องการให้มีระบบไพรมารีโหวต อย่ามากล่าวหาสนช.ต้องการต่อเวลาตัวเอง ขอให้แปะข้างฝาเลยว่าถ้าทำไพรมารีโหวตไม่ได้วันนี้ ก็จะไม่มีไพรมารีโหวตอีกตลอดกาล เพราะนักการเมืองไม่เอาด้วย ส่วนข่าวลือเรื่องต้องการล้มกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายนั้น เป็นไปไม่ได้

“พงษ์ชัย” ชงสุดซอยขยายยาว 5 ปี

ด้าน พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต สนช. กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยไม่มีวันที่ 22 พ.ค. 57 จะไม่มีประเทศไทยแบบทุกวันนี้ จะมีแต่การเผาบ้านเผาเมืองแบ่งแยกประเทศ จับอาวุธสงครามมากมาย ขอถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองทำอะไรเพื่อประเทศบ้าง มีแต่วาทกรรมบิดเบือน ชักศึกเข้าบ้าน การขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ตนขอเสนอให้บังคับใช้กฎหมายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 60 เดือน หรือ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

กกต.เชื่อเลือกตั้งไม่ขยับไปไกล

ขณะที่นายนัฏฐ์ เล่าห์สีสวกุล ตัวแทน กกต. ในฐานะ กมธ. ชี้แจงว่า ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งลองคาดคะเนดูแล้ว กฎหมายดังกล่าวจะผ่าน สนช. และอีก 5 เดือน หรือเดือน มิ.ย.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าไม่มีการเลื่อนเวลาออกไปจะเริ่มนับ 150 วันจบที่เดือน พ.ย.นี้ ตามที่ผู้นำประกาศไว้ แต่เมื่อมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และติดคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 หากยกเลิกคำสั่งดังกล่าวพรรคการ เมืองจะจัดประชุมใหญ่และทำไพรมารีโหวตได้ สมมติว่ากฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือน มิ.ย. พรรคจะเริ่มประชุมและดำเนินขั้นตอนกิจกรรมการเมืองต่างๆ ได้สิ้นสุดในวันที่ 27 ก.ย. หรือเกือบ 3 เดือน ดังนั้น กมธ.เห็นว่าการขยายเวลาบังคับใช้ที่เหมาะสมที่สุดคือ 90 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะขยายออกไป 90 วัน เพราะอำนาจขยายเวลาบังคับใช้เป็นของฝ่ายบริหาร แต่อำนาจกำหนดวันเลือกตั้งเป็นของ กกต. ปฏิทินการเลือกตั้งจะชัดเจนในเดือน มิ.ย. การทำกิจกรรมของพรรคการเมืองน่าจะเริ่มได้เดือน มิ.ย.เช่นกัน ตามปฏิทินของ กกต.คาดว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในวันที่ 70 ของระยะเวลา 150 วัน หลังจากที่พรรคการเมืองได้ทำไพรมารีโหวตแล้ว จึงเชื่อว่าการขยายเวลา 90วัน น่าจะเพียงพอ

ขู่ยื่นศาล รธน.ปมตัดสิทธิรับราชการ

จากนั้นเป็นการพิจารณามาตราอื่นๆ โดยมาตราที่น่าสนใจคือ มาตรา 35 ที่ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไขหลักการเดิมของ กรธ. โดยตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิ เลือกตั้งจะไม่สามารถสมัครรับราชการในสังกัดรัฐสภา รวมถึงตัดสิทธิการได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง รองผู้บริหาร ผู้ช่วยและที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น มีกำหนดเวลา 2 ปี โดยมี กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิกสนช.อภิปรายคัดค้านจำนวนมาก เนื่องจากเห็นว่าการตัดสิทธิเข้ารับราชการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการเลือกปฏิบัติ จำกัดสิทธิการประกอบอาชีพ

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายว่า การตัดสิทธิการสมัครเข้ารับราชการ เป็นการตัดสิทธิเกินควร มีเจตนาให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รู้ชัดๆ หรือ เพื่อต้องการให้มีการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการเมืองล้วนๆ ไม่มีเหตุผลรองรับ ขณะที่นาย ตวง อันทะไชย สมาชิก สนช.อภิปรายว่า หากไม่มีการแก้ไขเรื่องการตัดสิทธิเข้ารับราชการได้ พวกตนจะไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

รุมค้านให้จัดมหรสพหาเสียง

ขณะที่มาตรา 75 ที่ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการจัดมหรสพระหว่างการหาเสียงได้ ซึ่งขัดกับหลักการ กรธ.ที่เสนอไม่ให้จัดแสดงมหรสพนั้น มี กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิก สนช.หลายคนแสดงความเห็นคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม มีความเหลื่อมล้ำในการหาเสียงจนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนโยบาย รวมถึงจะคิดค่าใช้จ่าย ค่าตัวศิลปินดาราที่มาขึ้นเวทีอย่างไร

ต่อมาเวลา 17.00 น. หลังจากที่มีเสียง สนช.อภิปรายไม่เห็นด้วยหลายคน นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ กมธ. กล่าวว่า กมธ.ได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก สนช.หลายคนและมีการหารือนอกรอบแล้ว เห็นว่า ในส่วนการให้จัดมหรสพระหว่างการหาเสียงยังต้องมีไว้ แต่จะให้ กกต.ไปวางหลักเกณฑ์ให้อยู่ ในวิสัยตามควรแก่กรณี ไม่ใช่ให้จัดได้โดยเสรี และเพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคเล็กพรรคใหญ่ จะให้ปรับปรุงวงเงินสูงสุดในการว่าจ้างมหรสพของแต่ละเขตพื้นที่ไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินหาเสียงในแต่ละเขต

สนช.โหวตท่วมท้นยืดเวลา 90 วัน

กระทั่งเวลา 20.30 น. ภายหลังสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นครบทุกมาตราแล้ว ที่ประชุมจึงทำการลงมติเป็นรายมาตรา โดยมาตรา 2 ที่ กมธ. วิสามัญฯเสนอให้บังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ภายหลังพ้น 90 วันนับจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 196 ต่อ 12 งดออกเสียง 14 ตามที่ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข

“วิษณุ” แจง มิ.ย.รู้ชัดวันเลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สนช.พิจารณาเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่าพรรคใหม่พรรคเก่าจะมีเวลาทำกิจกรรมพอกัน ตามโรดแม็ปที่เกี่ยวโยงกับกฎหมายฉบับนี้ สนช.มีเวลาพิจารณา 2 เดือน ต้องเสร็จภายใน ม.ค. ถ้ามีข้อทักท้วงต้องตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายคือ สนช. กรธ.และ กกต. ใช้เวลา 1 เดือน คืออาจจะประมาณเดือน มี.ค.และต้องทูลเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อทรงลง พระปรมาภิไธยภายใน 90 วัน อย่างช้ากฎหมายจะประกาศใช้ได้ในเดือน มิ.ย. ถ้า สนช.แก้ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน จะมีการเลือกตั้งหลังจากนั้นภายใน 150 วัน หรือประมาณเดือน ก.พ.62 แต่ถ้าเลื่อนการบังคับใช้เป็น 120 วัน จะเลือกตั้งในเดือน มี.ค.62 เมื่อกฎหมายประกาศใช้ในเดือน มิ.ย.ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 หัวหน้า คสช.อาจเชิญหัวหน้าพรรคการเมือง และ กกต.มาหารือความพร้อมและจะรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด

คลายล็อกทีละขั้นสำรวจปัญหา

นายวิษณุกล่าวว่า เหตุที่ คสช.คลายล็อกทีละขั้นเพราะไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรข้างหน้า เช่น ถึงเวลานั้นจะมี กกต.ชุดใหม่แล้วหรือยัง พรรคการเมืองมีความพร้อมแค่ไหน ถ้าทุกฝ่ายพร้อม การเลือกตั้งก็อาจจะมีก่อนครบกำหนด 150 วันได้ และต้องมี ส.ว.ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อถามว่า มีปัจจัยอะไรที่เหนือความคาดหมายจนทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีแต่ไม่ขอพูด ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรและไม่ใช่อย่างที่สื่อคิด เมื่อถามว่า การที่ สนช.คว่ำกฎหมายจะถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่อยากพูดถึง แต่ไม่ควรเกิดกรณีเช่นนั้นมันมีวิธีเลี่ยงได้ ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายกฯ ประกาศที่สหรัฐฯว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.61 นายวิษณุตอบว่า เป็นเพียงการพูดคุย ไม่มีการลงนามใดๆ เกิดขึ้น เพราะหากลงนามนายกฯต้องขอความอนุมัติจาก ครม. และอาจถึงขั้นต้องแจ้งให้ สนช.รับทราบด้วย

ปรามอย่าพูดเยอะโรดแม็ปเลือกตั้ง

“ไม่ว่าใครก็ตามในประเทศนี้ ไม่ควรบังอาจพูดเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง แม้แต่นายกฯก็ไม่ควรพูด แต่เพราะว่าถูกถามและคาดคั้นให้ตอบให้ได้ จึงต้องตอบจากความน่าจะเป็นไปได้ที่สุด ไม่ว่าใครนับนิ้วมือ นิ้วตีน ก็นับได้อย่างนั้นจริงๆ ผมก็นับให้คุณฟังถ้าตัดปัจจัยที่มันเพิ่งโผล่ขึ้นมา มันก็เป็นเช่นนั้น แต่ถ้ามีโน่นนี่โผล่ขึ้นมา เช่น 90 วัน ใครมาบอกว่านี่โกหก ไม่มีสัจจะ มันไม่ใช่สัจจะ แต่เราถูกบีบคอให้พูดเรื่องแบบนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่เป็นไปตามที่กำหนดเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 ไปอธิบายนานาชาติ ชาติไหนเขาก็เข้าใจ เว้นแต่จะแกล้งและพยายามไม่เข้าใจ” นายวิษณุกล่าว

กต.ชี้มะกัน-อียูหนุนท่าทีรัฐบาล

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯและสหภาพยุโรปออกมาแสดงท่าทีต่อการเลือกตั้งของไทยว่าให้เป็นไปตามโรดแม็ปในเดือน พ.ย.2561 หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เสนอปรับแก้ให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน จนอาจทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งต้องเลื่อนไปจากกำหนดเดิม พ.ย.2561 เป็นช่วงต้นปี 2562 ว่า การออกกฎหมายลูกต้องติดตามการพิจารณาของที่ประชุม สนช. เพราะเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนท่าทีของฝ่ายสหรัฐฯและอียูที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น กระทรวงเห็นว่าเป็นการสนับสนุนกระบวนการของรัฐบาลที่จะเดินหน้าโรดแม็ปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศไว้

“สมชัย” เย้ยยืดเวลาไม่คุ้มถูกด่า

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โพสต์เฟซบุ๊กถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ของ สนช.ว่า สิ่งที่ดีในการร่างคือ ขยายเวลาเลือกตั้งจาก 08.00-15.00 น. เป็น 07.00-17.00 น. ประชาชนจะมีเวลาออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้น แต่สิ่งที่ไม่ดีคือการให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง จัดมหรสพได้ คนรวยได้เปรียบคนจน รวมทั้งการตัดสิทธิ์คนไม่ไปเลือกตั้งห้ามสมัครเป็นข้าราชการรัฐสภา เพราะไม่เห็นสาระ ข้าราชการรัฐสภาจะมีสักกี่คน รับปีละสักกี่ราย ไม่มีผลอะไร ทางที่ดี สนช.ที่ขาดประชุมเกินครึ่ง ควรตัดสิทธิ์รับเงินเดือนมากกว่า ส่วนการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วัน ไม่ได้ช่วยให้ใครพร้อมขึ้นสักเท่าไหร่ อาจช้าไปจากเดือน พ.ย. แค่ 1 เดือน ได้กำไรมา 1 เดือน ไม่ทำให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบเพิ่มขึ้น แต่ถูกด่าเป็นชุดไปอีกนาน คุ้มไม่คุ้มคิดเอง

ปชป.อัด สนช.บิดเบือนซ่อนเร้น

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีโฆษก กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ระบุการเสนอแก้ไขมาตรา 2 ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน เพื่อปฏิรูปการเมืองให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง สามารถกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบไพรมารีโหวต แต่พรรคการเมืองไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นพรรคของประชาชน เพราะเป็นสิ่งที่ทำมาตลอดอยู่แล้ว จึงยืนหยัดอยู่มาได้ถึง 72 ปี เป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งของประเทศ ดังนั้นการกล่าวหาว่าพรรคการเมืองไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงจึงไม่เป็นความจริง และพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคผ่านกระบวนการไพรมารีโหวตตามที่กฎหมายกำหนด การที่โฆษก กมธ.วิสามัญฯอ้างว่าพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน เพราะไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่ข้ออ้าง สาเหตุสำคัญที่ผู้คนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าเรื่องนี้มีวาระซ่อนเร้น ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติตั้งแต่ตอนที่กฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างแยบยลเหมือน ที่ทำอยู่ขณะนี้

ควานหาข้ออ้างแต่ทำเพื่อตัวเอง

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ สนช.ตรงไปตรงมา หากจะหาเหตุผลมาตอบแทน คสช. เพราะสิ่งที่ยกมาอ้างนั้นขัดต่อข้อเท็จจริง แต่หาก สนช.ตั้งธงจะลงมติให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายนี้ออกไปจริง ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆต่อพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ แต่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของรัฐบาล คสช. และประเทศชาติ โดยเฉพาะ สนช.จะอธิบายสังคมให้เข้าใจได้ยาก เพราะการอ้างว่าจะช่วยให้พรรคการเมืองมีความพร้อม สามารถทำกิจกรรมได้ทันเวลา แต่สิ่งที่ประชาชนและสังคมเห็นเป็นรูปธรรมคือ สนช.ได้รับประโยชน์อยู่ยาวในตำแหน่งต่อไปต่างหาก

“มาร์ค” แนะไทยนิยมอย่าลืมดูโลก

ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บรรยายพิเศษ เรื่องประเทศไทยจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร โดยมีพระนิสิต และนักศึกษา คณะสังคมศาสตร์ พร้อมทั้งคณาจารย์เข้าร่วมฟัง นายอภิสิทธิ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ไทยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก แต่จะไปเห่อกระแสโลกาภิวัตน์อย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นจึงได้ยินคำว่าไทยนิยมขึ้นมาในช่วงนี้ เพื่อกระตุ้นให้อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ในทางกลับกันหากมัวแต่กระตุ้นกระแสไทยนิยมไม่สนกระแสโลก เราจะเดินไปข้างหน้าลำบาก จะถูกตอบโต้ อย่างกรณีธงแดงสายการบิน แรงงานประมง การค้ามนุษย์ รวมถึงเรื่องการเมืองที่หากไม่เป็นไปตามกฎของโลก ไม่เป็นประชาธิปไตย จะเจอการตอบโต้จากสังคมโลกลักษณะดังกล่าวเช่นกัน เพราะเราไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก สังคมโลกซึ่งมีกติกาให้ทำตาม

“คนไทย” ยกโพลย้ำวิกฤติศรัทธา

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ผลสำรวจความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพโพลระบุความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ลดลงจากเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ถึงร้อยละ 15 สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเสื่อมศรัทธารัฐบาลคสช.อย่างเห็นได้ชัด เพราะมีทั้งอำนาจและเวลามากกว่ารัฐบาลยุคไหนๆ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้เป็นรูปธรรม ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจาย ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลมุ่งแต่หว่านงบประมาณลักษณะซื้อเสียงล่วงหน้า ประชาชนระดับล่างไม่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง แต่นายทุนระดับชาติที่มาเป็นแนวร่วมรัฐบาลได้ประโยชน์มากกว่า และที่ล้มเหลวที่สุดคือเรื่องการสร้างความปรองดอง ยังมองไม่เห็นถึงแนวโน้มที่ดีในอนาคต หลายเรื่องคนในรัฐบาลและองคาพยพของ คสช.เองที่สร้างประเด็นปัญหาขัดแย้ง ส่วนการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ก็ยังมีข่าวทุจริตของหน่วยงานราชการมากมาย หลายกรณีบุคคลสำคัญมีชื่อเกี่ยวข้องด้วย แต่ทั้งหัวหน้ารัฐบาล หน่วยงานปราบคอร์รัปชันกลับไม่ดำเนินการ คงเพราะเห็นว่าเป็นพวกเดียวกันเอง

พท.ชี้ ป.ป.ช.ส่อฟันลมปมนาฬิกา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุหากนาฬิกาเป็นของบุคคลอื่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่ต้องแสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ป.ป.ช.แสดงท่าทีที่ประชาชนอาจไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ และส่งสัญญาณเหมือนไม่ค่อยเชื่อว่านาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรมีมากถึง 25 เรือน ตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย สังคมต้องจับตาการทำหน้าที่ตรวจสอบครบถ้วน ครอบคลุมหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ทุกเรือน และยังเชื่อว่าแหวนเพชรยืมของแม่มา จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่าผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินแล้วไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช. โดยอ้างว่ายืมคนอื่นมาจะทำอย่างไร ส่วนความพยายามเบี่ยงประเด็นว่ามีคนในต่างประเทศสั่งการสื่อระดับโลกให้ดิสเครดิตผู้นำรัฐบาลนั้น เป็นไปไม่ได้ สื่อต่างประเทศให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างมากไม่ใช่แค่เรื่องนาฬิกา แต่เป็นความคาดหวังถึงมาตรฐานการตรวจสอบ

ฉุนขู่ฟ้องละครเสียดสีใส่ร้าย

นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า ละครเรื่อง “ล่า 2017” ที่ทางทีมงานผู้จัดละครช่องวัน พยายามสื่อโลโก้พรรคธรรมนำไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายไม่ดี ให้มีความคล้ายคลึงกับโลโก้พรรคเพื่อไทยและยังมีภาพขณะตัวละครกำลังเล่นมือถือ โดยมีชื่อของพรรคเพื่อไทยและมีการกล่าวถึงตัวละครอยู่ที่ดูไบอีกด้วยว่า ตนไม่รู้ว่าผู้บริหารและทีมงานผู้จัดละครช่องวันมีเจตนาอะไร ทำไมเจาะจงเลือกฟอนต์และโทนสีให้ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ พยายามเสียดสีใส่ร้ายคนอื่นแบบเนียนๆ เหมือนโฆษณาแฝงที่ทำอย่างไม่สร้างสรรค์และเอาเปรียบผู้บริโภคมาก่อนหน้านี้ เป็นสงครามจิตวิทยาชวนเชื่อหวังผลใส่ร้าย อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด มีเจตนาจะสร้างความแตกแยกหรือไม่ พรรคเพื่อไทยขอให้ผู้บริหารช่องวันและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยุติการกระทำดังกล่าวทันที มิฉะนั้นจะขอปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของสมาชิกพรรคโดยการฟ้องร้องคดี เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ผอ.ละครขอโทษยันไม่มีเจตนา

ช่วงเย็นที่โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ ในงาน“ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ” ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร ผู้อำนวยการสายงานผลิตละคร บริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยขู่ฟ้องละครเรื่อง “ล่า 2017” โดยยกมือไหว้ขอโทษว่า ขอโทษด้วยจริงๆ ตนทำละครไม่ยุ่งเรื่องการเมือง เวลาทำละครต้องทำให้เห็นชัดเจนในตัวละครว่ามีทั้งดีและไม่ดี ส่วนเรื่องโลโก้คล้ายกันไม่ได้ตั้งใจเลย ถ้ามองว่าทุกพรรคต้องมีสีธงชาติ ที่เห็นในภาพว่ามีชื่อพรรคเพื่อไทย ตนยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ต้องขอโทษด้วย ไม่ได้คิดจะไปล้อเลียนใคร ไม่ต้องการ สร้างศัตรูกับใคร พอมีปัญหานี้ก็บอกให้ทีมละครเปลี่ยนโลโก้ไปเลยดีกว่า เพื่อแสดงเจตนาว่าไม่ได้ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยติดใจบทที่หนีไปอยู่ดูไบ ป้อน-นิพนธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ตั้งใจจริงๆมันอาจจะทำให้คิดไปได้ในหลายประเด็น ที่ขู่จะฟ้องนั้น ตนไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หลังจากนี้ก็ย้ำทีมงานว่าอย่าไปทำอะไรให้ใกล้เคียงอะไรแบบนี้ ก็ถามทีมงานว่า คิดแบบที่เขาพูดหรือเปล่า ซึ่งทีมงานก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไรไม่ดี

อดีต 40 ส.ส.จี้ ป.ป.ช.ล้มโต๊ะสอบ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลุ่ม 40 อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ยุติการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน 40 อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำผิดการชุมนุมทางการเมือง โดยระบุว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องนี้ เพราะเป็นการก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาที่มีเอกสิทธิ์ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ที่ผ่านมามีการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 23 ฉบับ และการตรากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดตามข้อกล่าวหา เมื่อเทียบเคียงกับกรณีที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.เข้าไปร่วมเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ที่มีการแก้ไขหลักการเดิมหลายประการ เช่น ให้กรรมการที่ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้ามเป็น ป.ป.ช. ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนครบวาระ ถือเป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์ทับซ้อน มีความผิดต่อหน้าที่ร้ายแรงยิ่งกว่ากรณีอดีต ส.ส. 40 คนเสียอีก

ทนาย “โอ๊ค” ยื่นหนังสือ รมว.ยธ.

ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมคดีฟอกเงินกรุงไทย โดยมีนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ นายชุมสายกล่าวว่า ขอให้ รมว.ยุติธรรมกำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้แทรกแซงในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และไม่ตัดพยานจำเลยจากเดิมที่เสนอไป 18 ปาก แต่ถูกตัดไป 15 ปาก เท่ากับเหลือ 3 ปาก ทั้งที่เป็นพยานปากสำคัญ นอกจากนี้ยังร้องขอเพิ่มเติมในประเด็นที่พนักงานอัยการสอบสวนร่วมมีพฤติกรรมไม่เป็นกลาง โดยมีพฤติการณ์เหมือนเป็นประธานการสอบสวนเสียเอง ทั้งที่มีหน้าที่เป็นเพียงพนักงานสอบสวนร่วม บทบาทหลักควรเป็นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ

เลื่อนสืบคดี “อ๋อย” ผิด พ.ร.บ.คอมฯ

เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาขึ้นศาลคดีความผิดตามมาตรา 116 และเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษลงระบบออนไลน์ มีเนื้อหาเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยช่วงเดือน พ.ค. 2557 นัดนี้เพื่อสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยนายจาตุรนต์เปิดเผยภายหลังเข้าพบอัยการศาลทหารว่า ศาลทหารได้เลื่อนสืบพยานฝ่ายโจทก์ไปสองนัด ในวันที่ 3 พ.ค. กับวันที่ 7 ก.ค. สาเหตุเพราะพยานฝ่ายโจทก์เป็นนายทหารได้ทำการย้ายถิ่นที่อยู่ ดังนั้นทางอัยการศาลทหารจึงขอนัดใหม่อีกครั้งในวันดังกล่าว

“วิษณุ” มั่นใจ ก.ม.ปราบโกงทั่วหน้า

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกฎหมายปราบปรามทุจริต ในกิจกรรม “สื่ออยากรู้ รัฐอยากเล่า” ตอน “กฎหมายหลายรสเพื่ออนาคตประเทศ” โดยเชิญคอลัมนิสต์และผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมว่า กฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้ผู้ใด ไม่ได้ยกเว้นให้กับผู้มีอำนาจวาสนา กฎหมายก็เหมือนดาบถ้าไม่ชักออกจากฝักก็ฟันใครไม่ได้ อยู่ที่เจ้าหน้าที่บังคับการ ต่อให้รอดวันนี้แต่ไม่รอดวันต่อไป วันหนึ่งต้องโดนจนได้ เมื่อถามว่า รวมถึงการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ทุกเรื่อง มีศาลอาญาทุจริตแล้ว กรรมตามทันติดจรวดแน่นอน เมื่อถามว่า มูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยเปิดเผยว่าองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติแล้ว นายวิษณุตอบว่า ไทยไม่ได้ถอนตัว เพราะไทยไม่เคยเป็นสมาชิก เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน

ผุดโรงเรียน ปชต.ระดับท้องถิ่น

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ประเทศไทยกำลังนับถอยหลังสู่การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ทุกคณะร่างพิมพ์เขียวเสร็จแล้ว ประมาณเดือน ก.พ.จะเสนอแผนให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เดือน มี.ค.หรือต้นเดือน เม.ย.จะเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาและประกาศใช้ จากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์แบ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจ สังคม การเมือง พร้อมเปิดเวทีวิพากษ์วิจารณ์ ที่น่าสนใจอย่างคณะปฏิรูปการเมือง เน้นวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตย ลดความขัดแย้งทางการเมือง จะให้มีโรงเรียนประชาธิปไตยระดับท้องถิ่น บรรจุเป็นหลักสูตรพิเศษ หรือคณะปฏิรูปสื่อสารมวลชน เน้นดุลยภาพ เสรีภาพกับการกำกับด้วยความชอบธรรม หรือเสรีภาพบนความรับผิดชอบ

แนะสื่อสร้างความเข้าใจให้สังคม

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายวิษณุเป็นตัวแทนนายกฯ ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนอาเซียนและประเทศสังเกตการณ์ที่มาร่วมประชุมใหญ่สมัชชาสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน (ซีเอเจ) ครั้งที่ 19 ปี 61 จำนวน 56 คน นำโดยนายโฮ ควง เล่ย เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และนายเทพชัย หย่อง ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตัวแทนประเทศไทยเจ้าภาพจัดการประชุม โดยนายวิษณุกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ฝากมาขอให้การประชุมซีเอเจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ พร้อมขอให้สื่อมีบทบาทสร้างความเข้าใจในสังคม ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงการปฏิรูปสื่อ กำลังศึกษารูปแบบการกำกับกันเองขององค์กรวิชาชีพสื่อในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ตั้ง กก.ไทยนิยมหัวจักรขับเคลื่อน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการปูทางเพื่อเข้าสู่การเมืองว่า นายกฯ ต้องการเห็นความชัดเจนของงานแต่ละเรื่อง อยากให้เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นในช่วงท้ายนี้ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนเป็นระบบ ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนปัญหาต่างๆ เสียงวิจารณ์ว่าเป็นการปูทางสู่การเลือกตั้งหรือไม่นั้น อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเจตนาที่ดีมากกว่า เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีคณะกรรมการหลายชุดแล้ว เหตุใดจึงต้องตั้งชุดนี้เพิ่มขึ้นมาอีก พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า คงต้องไปถามนายกฯดู

สางปัญหาจ่ายค่าจ้างแรงงาน

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ที่ประชุมได้หารือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้แรงงานประมงผ่านธนาคาร ซึ่งพบปัญหาตู้กดเงินสด (เอทีเอ็ม) ยังมีไม่เพียงพอ จึงได้ข้อสรุปว่าให้ติดตั้งตู้เอทีเอ็มให้เพียงพอต่อการใช้งานภายในเวลา 3 เดือน การจ่ายเงินผ่านธนาคารจะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการ มีหลักฐานการจ่ายเงิน ช่วยแก้ปัญหาที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ท้วงติงว่านายจ้างจ่ายเงินไม่ตรง การแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายเราไม่ได้มองแค่ว่าไอยูยูจะปลดธงเหลืองให้ไทยหรือไม่ แต่รัฐบาลต้องการทำงานเพื่อพัฒนาการประมงอย่างยั่งยืน

กต.วอนฮิวแมนไรท์ฯเลิกอคติ

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงกรณีที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ออกรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงานในภาคประมงของไทยว่ายังมีการบังคับใช้แรงงานอย่างกว้างขวางว่า ไทยได้มุ่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อคุ้มครองแรงงาน ทั้งด้านกฎหมายและนโยบายร่วมกับภาคเอกชน ประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่รายงานอ้างอิงข้อมูลส่วนใหญ่จากสถานการณ์ปี 2559 บางส่วนย้อนหลังไปถึงปี 2555 ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไทยขอเรียกร้องให้ฮิวแมนไรท์วอทช์มองสถานการณ์ด้านแรงงานของไทยอย่างสมดุลและปราศจากอคติ โดยไม่นำข้อมูลในอดีตมากล่าวอ้างซ้ำๆ ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดต่อความพยายามแก้ไขปัญหา

ขณะที่นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รายงานของ ฮิวแมนไรท์วอทช์ เป็นการอ้างอิงข้อมูลเก่าตั้งแต่ปลายปี 2558 จนถึงปี 2559 เป็นช่วงที่ไทยกำลังแก้ปัญหา ตอนนี้การแก้ปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมายดีขึ้นตามลำดับ ส่วนตัวมองว่าฮิวแมนไรท์วอทช์อาจจะมีอคติกับรัฐบาลชุดนี้ เพราะมาจากทหาร แต่ถ้าไม่ได้รัฐบาลทหารใช้กฎหมายพิเศษต่างๆ คงดำเนินการได้ช้า

“บิ๊กตู่” จับเข่าคุยนายกฯอินเดีย

สำหรับภารกิจการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพื่อร่วมประชุมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย และร่วมงานวันสถาปนา สาธารณรัฐอินเดียครั้งที่ 69 ที่กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค.นั้น เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ม.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทยชั่วโมงครึ่ง) ที่เรือนรับรอง Hyderabad House พล.อ.ประยุทธ์พบหารือกับนายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดย พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันไทยและอาเซียนพร้อมส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนในเชิงสร้างสรรค์ ผลักดันความร่วมมือทุกด้านกับอินเดียเต็มที่

ย้ำความร่วมมือตามหลัก 3 เอ็ม

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปราษฎร์ปติภาวัน ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน หารือทวิภาคีกับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกฯเวียดนาม และเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียในหัวข้อ “ความร่วมมือและความมั่นคงทางทะเล” โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิด เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมย้ำถึงความร่วมมือและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ความร่วมมือและความมั่นคงทางทะเลระหว่างอาเซียนกับอินเดียตามหลัก 3 เอ็ม คือไว้เนื้อเชื่อใจกัน (mutual trust) เคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect) และสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit) เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ มั่นคง มั่งคั่ง มีเสถียรภาพและยั่งยืน กระทั่งช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมงานเปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย และ เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ในหัวข้อ“ค่านิยมร่วมและเป้าหมายเดียวกันของอินเดีย-อาเซียน” จากนั้นเวลา 19.30 น. เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ

สนช.กดปุ่มลงมติท่วมท้น เห็นชอบข้อเสนอ กมธ.ยืดเวลาใช้กฎหมายลูก ส.ส.90 วัน ให้พรรคการเมือง-กกต.เตรียมตัว ชี้เหมาะสมไม่นานเกินไป เผย “สมชาย” ไม่สาใจ ขอขยายแหลก 180 วัน ตอกนักการเมือง ค้านเพราะไม่อยากทำไพรมารีโหวต... 25 ม.ค. 2561 23:51 ไทยรัฐ