วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปอดอักเสบลายาว! ชู้สาวครูศิษย์ คุ้ยชีวิต ผอ.ฉาว เมีย 2 คบซ้อน ป.6 ม.2

เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน สำหรับปม “ชู้สาวครูศิษย์” แต่ประเด็นปัญหาของเรื่องนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องของ “วินัย” (ราชการ) เพียงอย่างเดียว แต่เป็น “อาญา” ของแผ่นดินเสียด้วย

เรื่องราวอื้อฉาวคาวโลกีย์ ของคนในวงการพ่อพิมพ์ของชาติ ถูกเปิดเผยในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก หลังจาก “ไลน์..ที่แชตพูดคุยหลุดออกสู่สาธารณชน”

ที่ตกตะลึงคือ บทสนทนาที่คล้ายคนรักคุยกันนั้น กลับเป็น คนระดับ ผู้อำนวยการโรงเรียนใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา กับเด็กที่เพิ่งจะโตเป็นสาว วัย 14 ปี ในฐานะลูกศิษย์...

แถมเหตุการณ์ที่บานปลายนั้นกลับมีรายงานว่าเป็นเรื่องหึงหวง หนุ่มวัยรุ่น ที่เป็นเพื่อนชายที่อยู่บ้านเดียวกับเด็กสาว หลังเธอได้เข้ามาอยู่ในบ้านฝ่ายชายมาสักระยะหนึ่ง

เกินเลยหรือไม่...ยังไม่ชัด แต่ล่าสุดพบว่า “มีมูล”

บ่ายวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา มีรายงานว่า คณะกรรมการการสอบสวน ได้สรุปข้อมูล กรณี นายสามภพ (นามสมมติ) ผอ.โรงเรียนผู้อื้อฉาว กับ เด็กสาววัย 14 นั้น “มีมูล”

นายศุภพงษา จันทรังษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เปิดเผยว่า “จากการลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนได้สอบปากคำพยานหลายฝ่าย ทั้งพยานแวดล้อม และพยานบุคคล ซึ่งพยานบุคคลทุกรายได้ให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้คณะกรรมการฯ สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นได้ว่า ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงจริง ซึ่งจะต้องทำรายงานผลการสอบสวนส่งให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ที่มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) เพื่อดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ต่อไป”

ผอ.ฉาว...อยู่ไหน ป่วยเป็นอะไร และผลการดำเนินการ

หลังจาก “ไลน์หลุด” ผอ. อยู่ที่ไหน...? ป่วยจริงหรือไม่.. คือคำถามที่ทุกคนอยากรู้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ นายสนอง สุดสะอาด ผอ.สพป.นม.เขต 6 ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตอนนี้ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว อยู่ที่ จ.ชัยภูมิ กำลังเข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.ชัยภูมิ ซึ่งล่าสุด เช้าวันนี้ (25 ม.ค.61) ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับเขาตามหน้าที่ผู้บังคับบัญชา โดยก่อนติดต่อ ตนได้รายงานผู้บังคับบัญชา คือ ท่านบุญรักษ์ ยอดเพชร ตลอด ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับ ผอ.คนดังกล่าว ตอนนี้ท่านหายเครียดแล้ว แต่มีอาการเหนื่อยหอบ ไม่สบาย จากนั้นได้ส่งใบรับรองแพทย์มาให้ดู แพทย์ รพ.ชัยภูมิ (โรงพยาบาลรัฐ) ลงความเห็นว่าเป็น “ปอดอักเสบ” เมื่อถามว่า “มาทำงานได้หรือไม่” เขาบอกว่า ยังมีอาการเหนื่อยหอบ และขอลาต่ออีก 1 สัปดาห์ ตนจึงเร่งรัดให้ส่งใบลา พร้อมใบรับรองแพทย์อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ การลาด้วยวาจา นั้น สามารถทำได้ หรือไม่ก็สามารถลาย้อนหลังได้ ถ้ามีเหตุผลในการลาเพียงพอ ซึ่งเขาส่งภาพใบรับรองแพทย์มาให้ดู​ ผมก็เห็นภาพจากในไลน์เท่านั้น ซึ่งก็ลาดังกล่าว นั้นพอมีเหตุผลรับฟังได้ จึงอนุญาตให้ลาต่อ เมื่อครบการลาแล้ว ก็ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานเขต ตามหนังสือคำสั่งแล้ว

“ส่วนเรื่องคดีนั้น ตอนนี้อยู่ในชั้นสืบสวนหาข้อเท็จจริง ปกติเขาขอเวลา 7 วัน แต่ผมเร่งรัดให้เสร็จใน 3 วัน ซึ่งผลสรุปว่า นั้นก็จะเสนอศึกษาธิการจังหวัด หากถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผลก็มีโทษ 2 อย่าง คือ 1.ปลดออก 2.ไล่ออกจากราชการ”

ตอนนี้ เด็กหญิงวัย 14 ปีอยู่ที่ไหน.. นายสนอง กล่าวว่า ตนได้สั่งการชุดช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. ที่เรียกว่า ฉกชน. ให้ลงพื้นที่อยู่ทุกวัน ตอนนี้ยังไม่พบตัว ซึ่งเราก็ได้ข่าวจากสื่อ ที่ผู้ปกครองบอกว่าอยู่ที่ จ.สกลนคร แต่ข้อเท็จจริง นั้น อยู่ที่ไหน เรายังไม่ทราบ ทั้งนี้ เรายังไม่ทราบที่อยู่ที่ชัดเจน หากทราบก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ซึ่งตามหลักกฎหมายนั้น ถือว่ายังเป็นผู้หย่อนความสามารถที่เราต้องให้การคุ้มครอง

ในขณะที่ผู้ปกครองที่แท้จริง กับ มารดาของเด็กชายรายหนึ่งที่เป็นคนดูแล ก็ยังมีข้อมูลโต้แย้งกันอยู่

ยืนยัน ไม่จริง ผอ.ฉาว ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย ตัดเงินเดือน

ก่อนหน้านี้มีข่าว อ้างว่าผมได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผอ.คนดังกล่าว ถูกตั้งกรรมการสอบที่โรงเรียนเดิม สอบแล้วมีความผิด ตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 2 เดือน ยืนยันได้ว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตนทำงานอยู่ที่นี่ 3 ปี ไม่เคยมีเรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นปกติ แต่เมื่อตรวจสอบทะเบียนประวัติของเขา ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการปรากฏว่าตั้งแต่รับราชการมา “ไม่มีเรื่องตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 2 เดือน” และยังไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย ส่วนก่อนหน้านั้น 3 ปีจะมีเรื่องอะไรนั้น ตนไม่ทราบ แต่ในประวัติไม่พบการลงโทษ

“เขาย้ายมาแล้ว 7-8 โรงเรียน ที่ผ่านมาเคยเกิดอะไรขึ้นบ้างนั้นตนก็ไม่ทราบ เขาจะมีการแก้ปัญหาเชิงรัฐศาสตร์ไปแล้วหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ และในทะเบียนประวัติก็ไม่ได้บอกว่าเคยถูกตั้งกรรมการสอบหรือไม่ เอกสารราชการเหล่านี้มีเยอะมาก จะเป็นอย่างไรนั้นเราจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง”

ลือหึ่งหนาหู ผอ.ฉาว คณะกรรมการโรงเรียน ค้านรับเป็น ผอ. สุดท้ายเสียงต้านไม่เป็นผล

ด้าน นายพิกุล การงาน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนดังกล่าว ได้ยืนยันกับทีมข่าวฯ ว่า ที่ผ่านมาได้คัดค้าน ผอ.คนนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ทางเขตฯ ส่งรายชื่อมา ซึ่งมีเพียง ชื่อ ผอ.คนนี้เพียงคนเดียวที่ทางเขตส่งให้ ซึ่ง ผอ.คนนี้เคยมาอยู่ที่โรงเรียนในพื้นที่ๆ ใกล้เคียงกันมาแล้ว แต่ตอนนั้นอยู่ได้ไม่นานก็ย้ายไปที่อื่น แต่สิ่งที่ได้ยินมาอย่างหนาหูบอกเล่าปากต่อปากในกลุ่มบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ เกี่ยวกับพฤติกรรมของ ผอ.ฉาว คนนี้ มักจะเกี่ยวพันกับเรื่องผู้หญิง

“เราเกรงว่าถ้าบุคคลที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มาอยู่ที่โรงเรียน จะมีปัญหาต่อสถานศึกษา หรือชุมชนบริเวณนี้ จึงทำเรื่องตกลงกันในที่ประชุมของคณะกรรมการโรงเรียนว่า โดยโรงเรียนจะทำหนังสือไปยังเขตพื้นที่การศึกษา ว่า ไม่ขอรับบุคคลนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.โรงเรียน เนื่องจาก มีคณะกรรมการหลายคนให้ข้อมูลพฤติกรรมต่างๆ สนับสนุนการปฏิเสธบุคคลนี้ และให้ครูที่ทำหนังสือส่งต่อไปยังเขตพื้นที่การศึกษา”

นายพิกุล เผยอีกว่า ต่อมา คณะกรรมการได้สอบถามความคืบหน้ากับคุณครูที่ทำหนังสือส่งเรื่องไปยังเขตพื้นที่การศึกษาว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว คุณครูก็ได้ติดตาม พบว่า ทางเขตพื้นที่การศึกษายังยืนยันเหมือนเดิม คือ จะส่งบุคคลนี้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผอ.ของโรงเรียน การคัดค้านของคณะกรรมการโรงเรียนเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งทางเขตพื้นที่การศึกษาได้ส่งตัว ผอ.ฉาวคนนี้ มาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนเมื่อปลายเดือนพ.ย. 60 ที่ผ่านมานี้เอง

เปิดระเบียบขั้นตอนการย้าย ผู้อำนวยการโรงเรียน อำนาจคัดเลือกที่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด

นายสนอง ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า หลักเกณฑ์การย้ายจะมีห้วงเวลาของการย้าย เช่น อดีตผู้บริหารเสียชีวิต หรือ ผู้บริหารมีการโยกย้ายไปโรงเรียนอื่น แต่กรณีของเคสนี้ คือ อดีตผู้อำนวยการเสียชีวิต ซึ่ง การย้ายแต่ละครั้งจะมีการพิจารณาจากคุณสมบัติ อาทิ ดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนเดิมครบ 1 ปี ซึ่งหาก ผอ.คนใด ประสงค์จะย้ายก็จะทำเรื่องขอย้ายมา

สำหรับเคสนี้ คือมีผู้ประสงค์ย้ายเข้ามาที่โรงเรียนเพียง 1 ราย เท่านั้น ทั้งนี้ตามหลักกฎหมาย คือ ต้องได้รับการยินยอนจากคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งจะมีการนัดประชุมกรรมการสถานศึกษาพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ซึ่งตรงนี้คณะกรรมการโรงเรียนนั้นมีสิทธิ์ให้ความเห็นว่า “รับ” หรือ “ไม่รับ” ซึ่ง ความเห็นของคณะกรรมการนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณา ส่วนอำนาจจะให้ใครไปนั้น ใช้หลายองค์ประกอบ เช่น อยู่โรงเรียนเดิมกี่ปี มีคุณงามความดีอะไรบ้าง มีคุณวุฒิอย่างไร เคยมีผลงานระดับประเทศหรือไม่ ความเห็นคณะกรรมการเป็นอย่างไร เอามาประกอบ ซึ่งเดิมทีเรื่องนี้ ผอ.เขตมีอำนาจ แต่ต่อมาได้มีการปฏิรูปการศึกษาภูมิภาค จึงมอบอำนาจให้กับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นกองเลขาฯ

ที่ผ่านมา เคยส่งเรื่อง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งเขาก็มีหลายร้อยคนขอย้าย มีการกลั่นกรองแล้ว และก็มีมติรับ ผอ.คนดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งส่งตัว ตนมีหน้าที่รับคำสั่งมา แต่ผู้ปกครองโรงเรียนดังกล่าวไม่เข้าใจเรื่องนี้ จึงได้เข้ามาร้องเรียนกับตนในฐานะ ผอ.เขตฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีใครเคยเข้ามาร้องเรียนตนเลย นอกจากบันทึกการประชุม ซึ่งมีรายละเอียด กรณีชู้สาวกับเด็ก ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วเขา “ไม่รับบันทึกการประชุม” แต่รับ “หนังสือร้องเรียน” อย่างไรก็ตาม เมื่อผมได้มาผมก็รวบรวมส่งไปที่ศึกษาธิการจังหวัด แต่ไม่มีความเห็นใดๆ ออกมา

หลังจากนี้จะแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร เมื่อมีการเสนอชื่อบุคคลมาเป็น ผอ.โรงเรียน แต่หากคณะกรรมการโรงเรียนมีมติไม่รับ นายสนอง กล่าวว่า อาจแก้ปัญหาด้วยการเสนอปรับตำแหน่ง สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ ศึกษาธิการจังหวัดจะพิจารณาแก้ไขอย่างไร

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ผอ.คนดังกล่าว เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเจ้าชู้ประตูดิน แล้วชอบมีความสัมพันธ์กับคนที่อายุน้อยกว่ามากๆ ซึ่งที่มีผ่านมาได้เคยมีภรรยาแล้ว 2 คน โดยคนแรก มีอาชีพรับราชการครู โดยมีลูกด้วยกัน 2 คน ต่อมา ได้มีภรรยาใหม่ เป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว กระทั่งภรรยาคนที่สองจับได้ว่า ผอ.โรงเรียน ดังกล่าว แอบไปมีความสัมพันธ์กับ เด็กหญิง ป.6 ซึ่งได้มีความสัมพันธ์กันไม่นานก็ต้องเลิกรา และต้องเคลียร์ปัญหาด้วยการใช้เงิน 2 แสน ทั้งที่ ผอ.คนนี้ไม่ใช่คนรวยอะไร แต่เนื่องจากเป็นข้าราชการระดับสูง จึงทำให้พอมีเงินเดือนหลายหมื่น

สาปส่งอย่ามาอีกเลย.. 

ในช่วงท้าย นายพิกุล กล่าวว่า ชายคนนี้มีพฤติกรรมชอบเจ๊าะแจ๊ะผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน ลูกศิษย์บ้าง หรือบุคคลทั่วไปบ้าง ซึ่งคนภายนอกมองดูแล้วว่าไม่เหมาะสม จึงเป็นมติว่าโรงเรียนไม่ต้องการจะรับบุคคลนี้เข้ามาทำงาน เกรงว่าจะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง

“ต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ต้องคุยกัน ซึ่งเมื่อวานทางคณะกรรมการเสนอกับทางเขตพื้นที่การศึกษาให้ช่วยเหลือว่า จะทำอย่างไรก็ได้ขอให้ออกจากโรงเรียนนี้ไป และไม่ขอรับบุคคลคนนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งใดๆ ที่โรงเรียนนี้อีกเลย อยากขอความร่วมมือให้เห็นใจจริงๆ เห็นแก่ศักดิ์ศรีชื่อเสียงของโรงเรียนและชุมชมแถวนี้บ้าง และขอให้ทางเขตพิจารณาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ โดยให้เป็นดุลยพินิจของทางเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาให้ดีกว่านี้”

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการสอบปากคำเด็กนักเรียนหญิง จำนวน 3 คน โดยมีการให้ปากคำพร้อมกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติหญิง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ตั้งข้อหากับ ผอ.คนดังกล่าว คาดว่าจำเป็นต้องรอให้ได้พยานหลักฐานครบถ้วนเสียก่อน..

นายสนอง กล่าวว่า การดำเนินการด้านวินัยนั้น หลังจากมีการตั้งกรรมการสอบ “ผิดวินัยแรง” แล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบเท็จจริงทั้งหมด จะมีเวลาในการสอบสวน 240 วัน ทั้งนี้ ถ้าผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ปฏิบัติการให้เสร็จโดยเร็ว ก็อาจจะเร็วขึ้น

การดำเนินการคดี “อาญา” กับ ทาง “วินัย” นั้นจะแยกส่วนกันทำ แต่หากการตรวจสอบทาง “วินัย”​ ยังไม่ชัดเจน เราอาจจะรอผลทางตำรวจ หรือ ผลการตัดสินของศาล มาประกอบการพิจารณาทางวินัยด้วย หากศาลตัดสินว่า “ผิดจริง” ก็จะถือว่าบุคคลผู้นั้นประพฤติชั่ว ก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว

เรื่องทั้งหมดนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คงต้องรอเจ้าหน้าที่สืบสวนให้ความจริงปรากฏ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน สำหรับปม “ชู้สาวครูศิษย์” แต่ประเด็นปัญหาของเรื่องนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องของ “วินัย” (ราชการ) เพียงอย่างเดียว แต่เป็น “อาญา” ของแผ่นดินเสียด้วย 25 ม.ค. 2561 18:46 26 ม.ค. 2561 01:00 ไทยรัฐ