วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สทนช.-คลื่นใต้น้ำยุคที่ 4 เสือกระดาษจัดการน้ำ?

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีคำสั่งเปลี่ยนชื่อสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับผู้อำนวย-การสำนักฯ ขึ้นเป็นเลขาธิการ สทนช.

พร้อมมีคำสั่งให้โอนข้าราชการจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทาน มาทดลองปฏิบัติหน้าที่ใน สทนช. 180 วัน ครบกำหนดแล้วจะอยู่ต่อหรือกลับไปที่เดิมก็ได้

เป็นความคืบหน้าอีกขั้นของการตั้งหน่วยงานใหม่เข้ามาทำหน้าที่หลอมรวม 30 กว่าหน่วยงานด้านน้ำให้ก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน...ถึงกระนั้นทุกอย่างยังไม่ราบเรียบสักเท่าใด คลื่นใต้น้ำเริ่มก่อตัว เฉกเช่นในอดีตที่เคยมีมาแล้ว 3 ครั้ง

ยุคแรกก่อนปี 2535 ตั้ง คณะกรรมการทรัพยากรน้ำ แต่ด้วยถือกำเนิดมาจากระเบียบเป็นแค่คณะกรรมการ ไม่มีสำนักงาน ไม่มีคนทำงาน สั่งการอะไรใครไม่ได้...ยุคที่ 2 ปี 2539 ตั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำ มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ แต่ต้องเก็บเข้าลิ้นชัก เพราะไปสั่งอะไรหน่วยงานอื่นไม่ได้เหมือนเดิม

ยุคที่ 3 ปฏิรูประบบราชการ ปี 2545 ตั้ง กระทรวงทรัพยากรน้ำ หวังจะให้เป็นหน่วยงานกลางคล้ายยุคนี้นี่แหละ...แต่ยุคนั้นทั้งรัฐมนตรี อธิบดีกรมต่างๆไม่เอาด้วย ไม่ต้องการจะถูกโอนย้าย เพราะกังวลเรื่องตำแหน่ง งบประมาณที่ตัวเองดูแลจะลดน้อยลง เมื่อผลประโยชน์ชาติขัดผลประโยชน์ส่วนตน ในที่สุดได้กรมทรัพยากรน้ำแบบไม่สมประกอบ ดูแลภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้ ไปสั่งหน่วยงานอื่นไม่ได้ เพราะศักดิ์ศรีเป็นกรมเท่ากัน

ยุคที่ 4 ปัจจุบันยกฐานะหน่วยงานเทียบเท่ากระทรวง...ไม่ใช่แค่เพื่อให้มีศักดิ์ศรีเหนือกว่ากรม แต่เนื่องจากหน่วยงานนี้จะทำงานได้เต็มที่ ต้องใช้บุคลากรระดับครีมมาเป็นมันสมองคิดวิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

ถ้าไม่ตั้งหน่วยงานให้มีฐานะสูงขึ้นกว่าเก่า...ยากที่จะหาคนเก่งๆมาทำงานด้วยได้

เพราะหน่วยงานใหม่อนาคตจะเป็นอย่างไรไม่รู้ จะไปรอดหรือจอดเหมือนในอดีตไหม...ถ้าไม่มีอะไรดีกว่าเก่า ใครจะกล้าเสี่ยงมาล่มหัวจมท้ายด้วย

ห้วงนี้เองคลื่นใต้น้ำเริ่มก่อตัว ด้วยกังวลจะเสียคนและงบประมาณ...ปฏิบัติตัดตอนทุกอย่างเพื่อให้หน่วยงานใหม่เป็นแค่เสือกระดาษเหมือนที่เคยเป็นมา

เพราะถ้าหน่วยงานนี้เป็นเสือจริง...จะใช้งบประมาณสะดวกไม่ได้เหมือนเดิม

ยกตัวอย่าง แก้ปัญหาน้ำท่วมสุโขทัย ที่จะต้องมีการขุดขยายคลองเพื่อผันระบายน้ำได้เร็วขึ้น ที่ผ่านๆมากรมชลประทาน อปท. อยากขุดก็ขุดไปขุดขยายไปเกิดเป็นปัญหาคอขวดตรงสะพานข้ามคลองก็ช่างมัน...แต่ถ้าหน่วยงานใหม่เป็นเสือได้จริงตามแผน หมดสิทธิทำแบบเดิมๆ

เพราะจะมีการพิจารณาโครงการทั้งระบบ ขุดขยายคลองเกิดคอขวดตรงสะพาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปนั่งคุยกันให้รู้เรื่อง สะพานเป็นของทางหลวงหรือการรถไฟ จะแก้ไขแบบไหน เอางบจากไหนมาทำสะพานให้สอดรับกับคลองขยาย ต้องไปสรุปให้จบไปทีเดียว ถึงจะได้รับอนุมัติให้ใช้งบประมาณทำโครงการได้

เมื่องานถนัดเรื่องมักง่ายทำไม่ได้ เลยขวางทุกทาง ไม่ต้องอะไรมาก แค่ขอข้อมูลยังต้องรอให้อธิบดีพิจารณาก่อน สมควรจะให้ได้หรือไม่ ...แม้แต่พื้นที่ในตึกที่เคยปล่อยร้าง พอได้ข่าว สทนช.จะมาใช้วันรุ่งขึ้นมีโต๊ะเก้าอี้วางเต็มไปหมด.

ชาติชาย ศิริพัฒน์