วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อะไรคือส่วนรวมส่วนตัว

อะไรคือส่วนรวมส่วนตัว

  • Share:


ความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบนาฬิกาหรู ที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกริ่นไว้ล่วงหน้าว่าจะมี “เซอร์ไพรส์” กลายเป็นความคืบหน้าที่ไม่คืบหน้า ยังไม่ชี้ชัดว่า พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ใส่นาฬิกาหรูถึง 25 เรือนจริงหรือไม่ รู้เพียงแต่ว่าสอบพยานบุคคลไปเกือบหมดแล้ว

แต่เรื่องที่คืบหน้าได้แก่ คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความบกพร่องส่วนตัว ก็ว่ากันตามกฎหมาย เรื่องไหนเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน แล้วทำให้เกิดความเสียหาย ขอให้แยกแยะให้ออก “ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรยุติได้แล้ว” ปล่อยให้เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.ที่จะตรวจสอบ

ต่างจากที่นายกรัฐมนตรีเคยชี้แจง เมื่อเกิดกรณีบริษัทอังกฤษถูกทางการดำเนินคดีและลงโทษ ในความผิดฐานขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิดเก๊ให้ต่างชาติ รวมทั้งกองทัพบกและหน่วยราชการอื่นๆของไทย เมื่อนักข่าวถามนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไร ได้รับคำตอบว่าเขาลงโทษ “ผู้ขาย” ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด ส่วนเราเป็น “ผู้ซื้อ” ไม่มีความผิดใดๆ

ทำให้หน่วยราชการไทยที่ซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดเก๊ที่เรียกกันว่า “ไม้ล้าง ป่าช้า” สูญงบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท ไม่ต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบใดๆ ส่วนกรณีนาฬิกาหรู เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะ พล.อ.ประวิตรดำรงตำแหน่งสาธารณะ และเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐจึงต้องตรวจสอบ

สอดคล้องกับผลการสำรวจ ความเห็นประชาชนของสวนดุสิตโพล ระหว่างวันที่ 16 ถึง 20 มกราคมที่ผ่านมา ถามว่า ข่าวอะไรที่มีผลกระทบต่อสังคมที่สุด ได้รับคำตอบว่า อันดับแรกคือข่าวการขึ้นค่าแรงขั้นตํ่าที่กระทบทั่วประเทศ อันดับสอง ได้แก่ ข่าวนาฬิกาหรู เพราะแสดงถึงความไม่โปร่งใส กระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล และเสนอแนะให้ชี้แจงด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือ

เช่นเดียวกับสื่อมวลชนไทยที่เคยถูกนายกรัฐมนตรีปราม “ให้ลดราวาศอก” ในการเสนอข่าว แต่สื่อก็ยังเกาะติดและเดินหน้าต่อไป ตามด้วยเสียงวิจารณ์หลากหลาย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่ พล.อ.ประวิตรเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ประชาชนจึงมีสิทธิที่จะรู้ บริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใสหรือไม่

หากมองว่ากรณีนาฬิกาหรูที่อื้อฉาวเป็น “เรื่องส่วนตัว” และขอให้สื่อยุติการเสนอข่าว น่าสงสัยว่าจะมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาหรือไม่ รัฐบาลจะสามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเคยประกาศเป็นวาระแห่งชาติได้หรือ เพราะไม่แยกแยะว่าอะไรคือเรื่องส่วนตัวแท้ และอะไรที่มีผลกระทบต่อประเทศโดยรวม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้