วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สบายใจได้!! ปรับค่าแรง ผู้ผลิตยันไม่กระทบ ขึ้นราคาสินค้า

"พาณิชย์" ถกผู้ผลิตสินค้ากว่า 100 ราย ยันปรับค่าแรงไม่กระทบต้นทุน ไม่ขึ้นราคาแน่ จับตาสินค้าใช้วัตถุดิบจากเกษตร อาจขยับ เพราะใช้แรงงานมาก ส่วนน้ำตาลทราย ลดโลละ 2 บาท หลังลอยตัวราคา วอนผู้ผลิตเครื่องดื่ม คืนความสุขประชาชน...

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการหารือร่วมกับผู้ผลิตสินค้ากว่า 100 ราย เพื่อหาแนวทางตรึงราคาขาย หลังรัฐบาลจะประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อีกวันละ 5-22 บาทวันที่ 1 เม.ย.นี้ ว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยืนยันการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า เพราะส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้างแรงงานสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว และยังได้ปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน ดังนั้นจึงจะไม่มีการปรับขึ้นราคาขายสินค้าอย่างแน่นอน แต่อาจมีบางกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มที่ใช้วัตถุดิบจากสินค้าเกษตร ที่ใช้แรงงานมาก รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) หากผู้ประกอบการ รับภาระไม่ไหวจริงๆ จะขอปรับขึ้นราคา จะพิจารณาให้ตามข้อเท็จจริงและความเหมาะสม

ส่วนภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร ที่มีความอ่อนไหวด้านราคานั้น กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า ใช้แรงงานมากน้อยเพียงใด ได้รับกระทบหรือไม่อย่างไร หากพบการขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร.1569 จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ และหากพบมีการเอาเปรียบผู้บริโภคจริง จะดำเนินการตามกฎหมาย

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อถึงราคาน้ำตาลทราย ว่า หลังจากประกาศลอยตัวราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานไปแล้ว ล่าสุด จากการออกตรวจสอบสถานการณ์ค้าของกรมการค้าภายใน พบว่า ราคาขายปลีกน้ำตาลทรายโดยทั่วไปลดลงกิโลกรัมละ (กก.) ละ 2 บาท ตามราคาหน้าโรงงานที่ลดลงตามราคาตลาดโลกในขณะนี้ หรือขายอยู่ที่ กก.ละ 21.50 บาท จากราคาเพดานสูงสุดที่กำหนดไว้ กก.ละ 23.50 บาท

“ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้าที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น เครื่องดื่ม น้ำอัดลม ให้คืนความสุขให้ประชาชนด้วย เมื่อต้นทุนราคาน้ำตาลทรายลดลง เช่น หากลดราคาขายไม่ได้ ก็อาจจัดเป็นโปรโมชั่น เพื่อไม่เอาเปรียบผู้บริโภค แต่หากพบว่าต้นทุนลดลง แต่ผู้ประกอบการยังเอาเปรียบผู้บริโภคอยู่ ก็อาจมีมาตรการจัดการ”

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ วันที่ 1 เม.ย.นี้ กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ภาคเกษตร และเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าสินค้าที่ใช้สินค้าเกษตรในประเทศเป็นวัตถุดิบหลัก อย่างอาหารกระป๋อง, ผลไม้/น้ำผลไม้กระป๋อง, อาหารทะเลกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง ที่ไม่ได้ใช้วัตถุดิบนำเข้า เป็นต้น จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และอาจปรับขึ้นราคาขายได้ แต่การจะขึ้นราคาขายหรือไม่ ไม่ใช่แค่ต้นทุนขึ้นอย่างเดียว ผู้ผลิตจะดูสภาพตลาดด้วย ถ้ากำลังซื้อไม่มี ขึ้นราคาขายก็ไม่มีปะโยชน์

ขณะที่ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งในกรุงเทพฯ จ่ายค่าแรงวันละ 350-400 บาท สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงครั้งนี้ แต่กลุ่มเอสเอ็มอีในธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่ใช้แรงงานมาก และไม่มีเครื่องจักรใช้แทนคน จะได้รับผลกระทบมาก ซึ่งภาครัฐต้องมีมาตรการเข้ามาดูแล แต่จนถึงขณะนี้ผู้ผลิตยังไม่ได้แจ้งการปรับขึ้นราคาขายมายังสมาคมฯ.

"พาณิชย์" ถกผู้ผลิตสินค้ากว่า 100 ราย ยันปรับค่าแรงไม่กระทบต้นทุน ไม่ขึ้นราคาแน่ จับตาสินค้าใช้วัตถุดิบจากเกษตร อาจขยับ เพราะใช้แรงงานมาก ส่วนน้ำตาลทราย ลดโลละ 2 บาท หลังลอยตัวราคา วอนผู้ผลิตเครื่องดื่ม คืนความสุขประชาชน... 24 ม.ค. 2561 15:04 24 ม.ค. 2561 15:10 ไทยรัฐ