วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลัง รับถือหุ้นเดวิสกรุ๊ป ให้เช่าอสังหาฯ ไม่ฟันธงโยง อ่าง 'วิคตอเรีย'

คลังยอมรับ ถือหุ้น 4 บริษัทเดวิสกรุ๊ป จากการยึดทรัพย์ หลังรับโอนจาก ปปง. ตามคำพิพากษา สัดส่วน 0.5-2% ระบุเป็นธุรกิจเช่าอสังหาฯ ไม่แน่ใจเชื่อมโยง อ่าง ”วิคตอเรีย ซีเครท” ของเสี่ยกำพลหรือไม่ เผยมีแผนขายหุ้นในไตรมาสแรกปีนี้...

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. น.ส.ปิยวรรณ ล่ามกิจจา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึง กรณีกระทรวงการคลังมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทในกลุ่มเดวิส 4 บริษัท ซึ่งเชื่อมโยงกับอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ว่า ได้รับโอนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัท เดวิส ไดมอนด์สตาร์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น, บริษัท เดวิส โคปา คาบานา จำกัด จำนวน 6,000 หุ้น, บริษัท เดวิส โกลเด้นท์สตาร์ จำกัด จำนวน 7,446 หุ้น และ บริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น เป็นการเข้าไปดำเนินการตามสิทธิ์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.5-2% เท่านั้น และที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับเงินปันผลจากทั้ง 4 บริษัทดังกล่าว และไม่แน่ใจว่า 4 บริษัทในกลุ่มเดวิสมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับวิคตอเรีย ซีเครท ของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบ 4 บริษัทดังกล่าวมีธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงสำหรับกรณีดังกล่าว ดังนี้ 1.กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการถือครองและบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ ซึ่งรวมถึงการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชน โดยหุ้นของบริษัทต่างๆ ที่กระทรวงการคลังถือครองในปัจจุบันได้รับมาโดยวิธีการต่างๆ เช่น การลงทุนตามนโยบายภาครัฐ การลงทุนเพิ่มเติมตามสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม และการได้รับหลักทรัพย์มาโดยนิติเหตุหรือจากการยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล

2.หุ้นในกลุ่มบริษัทเดวิสทั้ง 4 บริษัทข้างต้น กระทรวงการคลังได้รับโอนมาตามคำสั่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  (ปปง.) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา และหุ้นดังกล่าวได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงเป็นชื่อกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555

3.ปัจจุบันกระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะจำหน่ายหลักทรัพย์ที่หน่วยงานของรัฐไม่จำเป็นต้องถือครอง ได้แก่ หุ้นที่ได้รับมาโดยนิติเหตุหรือยึดทรัพย์ หุ้นที่หมดความจำเป็นตามนโยบายของภาครัฐ และหุ้นในบริษัทในอุตสาหกรรมที่เอกชนดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และที่ไม่ได้จดทะเบียนใน ตลท. และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 เห็นชอบในการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ไม่จำเป็นต้องถือครองตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และเห็นชอบให้กระทรวงการคลังพิจารณาวิธีการจำหน่ายและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐ

4.ปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจำหน่ายหุ้นตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น ซึ่งรวมถึงหุ้นในกลุ่มบริษัทเดวิสทั้ง 4 บริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการจำหน่ายหุ้นได้ภายในปี 2561

นอกจากนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจำหน่ายหุ้นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกลุ่มแรกที่จะขายมีทั้งสิ้น 24 บริษัท โดยเป็นการได้มาจากนิติเหตุหรือยึดทรัพย์ ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยในส่วนนี้รวมถึง 4 บริษัทในกลุ่มเดวิสด้วย ซึ่งคาดว่าแผนยุทธศาสตร์การจำหน่ายหุ้นจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2561 และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายหุ้นได้ภายในปีนี้ โดย 24 บริษัท แบ่งเป็น บริษัทที่มีมูลค่าน้อย 20 บริษัท และอีก 4 บริษัทต้องมีการตรวจสอบสถานะทางการเงิน (ดิวดิลิเจนท์) ก่อน เพราะมีมูลค่ามาก

พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังมีการถือครองหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 116 แห่ง แบ่งเป็นหลักทรัพย์เอกชน 88 แห่ง ในส่วนนี้แบ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีการล้ม ล้าง เลิกกิจการ 33 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการเคลียร์บัญชี และเป็นการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจอีก 23 แห่ง รวมถึงการถือหุ้นในกองทุนรวมต่างๆ อีก 5 แห่ง โดยตามหลักการจะต้องมาพิจารณาจัดกลุ่มหลักทรัพย์แต่ละส่วนก่อน ซึ่งแบ่งเป็นหลักทรัพย์กลุ่มที่กระทรวงการคลังจำเป็นต้องถือ หลักทรัพย์ที่ได้มาโดยนิติเหตุ หรือยึดทรัพย์ หลักทรัพย์กลุ่มที่หมดความจำเป็นต้องถือตามนโยบายรัฐบาล และหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เอกชนดำเนินการได้ดี ซึ่งทั้งหมดก็จะต้องมาพิจารณาแยกเป็นบริษัทจดทะเบียน และไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากกลุ่มหลักทรัพย์เอกชน 88 แห่ง เมื่อหักลบกลุ่มล้ม ล้าง เลิกกิจการ 33 แห่งแล้ว จะเหลือ 55 หลักทรัพย์ที่ต้องมาจัดกลุ่มตามนโยบายรัฐด้วยว่ามีหลักทรัพย์ใดที่จำเป็นต้องถือ หรือไม่จำเป็นต้องถือ หรือเอกชนดำเนินการได้ดี ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง โดยการขายหลักทรัพย์ในกลุ่มที่ได้มาจากนิติเหตุ จะเป็นกลุ่มแรกที่ขายในปีนี้แน่นอน.

คลังยอมรับ ถือหุ้น 4 บริษัทเดวิสกรุ๊ป จากการยึดทรัพย์ หลังรับโอนจาก ปปง. ตามคำพิพากษา สัดส่วน 0.5-2% ระบุเป็นธุรกิจเช่าอสังหาฯ ไม่แน่ใจเชื่อมโยง อ่าง ”วิคตอเรีย ซีเครท” ของเสี่ยกำพลหรือไม่ เผยมีแผนขายหุ้นในไตรมาสแรกปีนี้... 24 ม.ค. 2561 14:26 ไทยรัฐ