วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แพงไป ขายไม่ดี ข่าวลือ Apple อาจเลิกผลิต iPhone X

แพงไป ขายไม่ดี ข่าวลือ Apple อาจเลิกผลิต iPhone X

  • Share:

มีข่าววงในรั่วไหลออกมาให้ชาวไอทีได้หูผึ่งกันอีกครั้ง เมื่อมีนักวิเคราะห์ออกมาคาดการณ์ว่า ภายในฤดูร้อนปีนี้ Apple อาจเลิกผลิต iPhone X ทั้งที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 2017 เพราะราคาสูงจนยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับในตลาดใหญ่อย่างจีนนั้น ผู้บริโภคชอบสมาร์ทโฟนจอใหญ่มากกว่า

ไทยรัฐออนไลน์ มีรายละเอียดเรื่องนี้มาให้ดูกัน...

1. iPhone X ราคาแพงเกินไป

Mingi Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI Securities บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการคาดการณ์ประเด็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้อย่างแม่นยำ ได้ออกมาคาดการณ์ว่า ภายในฤดูร้อนปีนี้ Apple อาจเลิกผลิต iPhone X สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ทั้งที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 2017 เพราะราคาสูงจนยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร

2. ตลาดจีนไม่สนใจ iPhone X เท่าที่ควร

เขาบอกอีกว่า ในตลาดใหญ่อย่างจีนนั้่น ผู้บริโภคชอบใจ Smartphone ประเภทที่จอใหญ่ๆ มากกว่า ทำให้ iPhone 8 Plus ตอบโจทย์ได้มากกว่า iPhone X และผู้บริโภคชาวจีนยังเห็นว่ารอยบากด้านบนสำหรับใช้ตรวจจับใบหน้า (Face ID) ทำให้พื้นที่หน้าจอลดลงอีกด้วย

3. ผู้ใช้ไม่ปลื้มฟังก์ชั่น Face ID 

หากการคาดการณ์เป็นจริง จะทำให้ iPhone X เป็นรุ่นที่ 2 ของ Apple ที่ถูกสั่งเลิกผลิต ถัดจาก iPhone 5C เมื่อปี 2014 และ Face ID อาจเป็น Function อายุสั้นตามไปด้วย คงถูกนำไปใช้ในอีกไม่กี่รุ่น กล่าวคือ อาจนำไปใช้สำหรับ iPhone X Plus ที่จะออกมาพร้อมรุ่นใหม่อีก 2 รุ่นในปีนี้เท่านั้น จากนั้นก็น่าจะยกเลิกไป

4. Apple เติบโต 5-10%

แต่ทั้งนี้หากมองภาพรวม Apple ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติขนาดนั้น นักวิเคราะห์คนเดิมบอกว่า Apple ยังคงมีการเติบโต 5-10% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2018 ซึ่งเป็นผลมาจาก Apple ยังคงมี 3 รุ่นที่ขายได้อยู่ คือ iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X ซึ่งตรงกันข้ามกับตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกที่คาดว่าจะกำลังซื้อจะลดลง 5% ในปี 2018

5. Apple แก้เกมด่วน!

นอกจากนี้ Mingi Chi Kuo เชื่อว่า Apple จะมีความสุขกับปี 2018 ด้วยอัตราการเติบโต 10% เนื่องจาก iPhone X จะถูกแทนที่โดย iPhone 3 รุ่นดังที่ผู้บริโภคนิยมซื้อ ได้แก่ iPhoneX รุ่น 5.8 นิ้ว, รุ่น 6.5 นิ้ว รวมถึง รุ่น 6.1 นิ้ว และอาจจะปล่อย iPhone SE รุ่นใหม่ซึ่งจะติดตั้ง Face ID ออกมา หวังว่ามันจะสามารถสร้างความตื่นเต้นในตลาดไอทีของจีนได้อีกครั้ง

ที่มา : forbes

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้