วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพชร ต้องการเวลาส่วนตัว! 'ขอจับ_แหน่' แค่คำหยอก ตั๊กแตน ไม่ชินเอง

เป็นข่าวใหญ่โด่งดังไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับคู่รักนักร้องลูกทุ่ง เพชร สหรัตน์ กับ ตั๊กแตน ชลดา หลังจากที่ฝ่ายภรรยาเป็นคนปล่อยไลน์หลุดของสามี ที่มีข้อความในเชิงทำนองชู้สาวกับเพื่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ฮือฮากันมาก เพราะแต่ละประโยคในแชทนั้นแซ่บเหลือเกิน ล่าสุดในรายการ ข่าวใหญ่ไทยแลนด์ ทางช่อง GMM25 เพชร สหรัตน์ สามีของ ตั๊กแตน ก็ได้มาเปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้บอกว่า 

มีเมียน้อยจริงเปล่า?
“อู้ยย จริงๆ ผมเป็นคนธรรมะธรรมโมนะ เรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น ถ้าเกิดคนที่รู้จักที่สนิทกัน ภาษาบ้านๆ เลยจะรู้ว่าผมเป็นคนกวนตีน เพื่อนๆ หรือว่าทุกคนที่ผมคบไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย กระเทย ทอม ผมก็จะกวนหมด”

มันเป็นมุขใหม่แล้วใช่มั้ย กับประโยคที่อยู่ในแชทหลุด?
“(หัวเราะ)มีๆ จริงๆ แล้วการหยอกกับเพื่อน พอมันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผมควรที่จะกลับมามองตัวเองใหม่ว่าจริงๆ มันควรเล่นอะไรบ้าง”

คิดอะไรมั้ยตอนที่ทำ หรือว่าทำสนุกๆ?
“ถ้าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นดื่มกันแล้ว อยู่ในร้านลาบ ภาพที่ลงอ่ะ ลูกน้องผมอยู่เยอะ ไปกัน 3-4 คน ลูกน้องจะไม่ปล่อยให้ภาพอย่างนี้มันหลุดออกไป แล้วมันก็ไม่ได้มีแค่โต๊ะผมคนเดียว เพราะมันอยู่ในร้านลาบ มีโต๊ะตั้งอยู่หลายโต๊ะ คนอื่นก็อยู่เยอะแยะ วันนั้นกินจนกันจนตี 4 เกือบตี 5 เอาง่ายๆ นะ ถ้ามันมีเมียน้อย ผมไม่ไปนั่งกินให้มันเมาหรอก ผมพาเข้าโรงแรมเลย มันเสียเวลา เมาแล้วก็ทำอะไรไม่ได้อีก”

ช่วงที่เป็นสามีภรรยากับตั๊กแตน เรายังเล่นแบบนี้กับเพื่อนอยู่มั้ย ตั๊กแตนเค้ารู้จักสไตล์เรามั้ย?
“ไม่รู้ๆ คือแตนเค้าเป็นคนที่คิดมาก และเซ้นซิทีฟเรื่องพวกนี้มาก เอาง่ายๆ ตั้งแต่อยู่กันมา ผมไม่มีข่าวเรื่องพวกนี้เลย ผมไม่ได้ไปอะไรที่ไหนเลย นอกจากกับเพื่อนอย่างเดียวเลย แล้วที่ผมไปสังสรรค์เองมีไม่กี่ที่”

ที่ตั๊กแตนโพสต์ว่าโสดแล้วเด้อ อันนี้มันเป็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมั้ย ตอนนี้ความสัมพันธ์มันเป็นยังไง?
“ผมคิดว่า บางครั้งสมมติทางข้างหน้ามันเป็นเหว บางครั้งเราก็ต้องถอยหลังเพื่อมาตั้งหลัก แล้วอาจจะอ้อมไปทางอื่นได้เพื่อที่จะเลี่ยงทางเดินตกเหว

แต่ในส่วนของเค้า คำว่าจบอาจจะมองว่ามันโล่งแล้ว แต่ผมกับภรรยาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมา ผมจะแปลกตรงที่ว่า ผมไม่เคยเอาเรื่องภายในบ้านมาโพสต์ เพราะฉะนั้นคนก็จะรับไม่ได้

แต่สำหรับบางคนเค้าอาจจะชินแล้ว เพราะถ้าเลิกกันเดี๋ยวก็โพสต์ เดี๋ยวก็โพสต์ แต่สำหรับผมถึงจะทะเลาะกันก็ไม่ได้โพสต์ คนก็เลยมองว่าเรายังรักกันอยู่ แต่คือเรายังรักกันนะ เพราะฉะนั้นคนก็มองว่า อุ๊ย น่าอิจฉาจัง แต่พอวันหนึ่งพอเกิดเหตุการณ์นี้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันมาเร็วเกินไป ซึ่งคนข้างนอกไม่ได้ตั้งรับ”

แยกกันอยู่แล้วรึยัง?
“ยังๆ ยังอยู่บ้านเดียวกัน เพราะผมมองว่าเราไม่ได้เลิกกันตอนนั้น แต่ความเปลี่ยนแปลงของผมมันเริ่มมีมาตอนช่วง 6-7 เดือนที่แล้ว นั่นหมายถึงว่า ที่เราอยู่บ้าน เรานิ่ง เราทำงาน มันเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างที่เข้ามา

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมองเราเริ่มตันแล้ว เริ่มเบลอ คิดเพลงไม่ออก คิดงานไม่ออก ผมมีความรู้สึกว่า ต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปอยู่จุดเก่าเพื่องาน ผมไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนเลย เลยคิดว่าต้องกลับไปพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนบ้างแล้ว ไประบายบ้าง แต่มันไม่ได้มีเรื่องผู้หญิงเข้ามา ไปเฮฮากัน แต่ไม่ใช่อยู่ๆ เราไปเลยนะ คือเรามีงานเราไป มีงานที่อุดร หนองคาย เราก็แว้บไป

ตอนที่เรารักกันใหม่ๆ มีแฟนใหม่ๆ เราไม่ต้องการใครเพราะทุกอย่างมันยังโอเคอยู่ ช่วงแรกๆ มันเหมือนการพิสูจน์ เราต้องอยู่กับเค้าให้ได้นานที่สุด พออยู่กับเค้าไป เรามั่นใจแล้วว่าเรารักเค้าจริงๆ มันไม่ต้องการอะไรพิสูจน์แล้ว มันก็ถึงเวลาให้อะไรกับตัวเองแล้ว เหมือนเค้าที่ไม่คบเพื่อนเหมือนกัน ตัดหมด พอมันได้เดินทางมาจริง เราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ชีวิตมันมีรสชาติเพิ่มเติมขึ้น

ใน 6 เดือนนั้น ภรรยารับรู้มั้ยว่า เราต่างคนต่างมีพื้นที่ของตัวเอง?
“แตนเค้าก็ไม่ได้มีเพื่อนอะไรมากมาย ซึ่งเค้าก็อยู่อย่างนี้ แต่เค้าก็รู้นะว่าต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งแตนเค้าจะไม่รู้ว่า เวลาผมไปสังสรรค์ผมจะดื่มเหล้ามาราธอนขนาดนี้ คือมันมีเรื่องราวคุยกับเพื่อนเยอะ เพราะสมัยก่อนที่เราเป็นวัยรุ่น มันไม่มีเรื่องราวอะไรที่ต่อยอดกันได้ แล้วเพื่อนทุกคนก็ทำธุรกิจของตัวเองทั้งหมด”

แสดงว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นการเข้าใจผิด มันเป็นเรื่องของคนสองคน จะรักหรือไม่รักมันไม่เกี่ยวกับมือที่สาม ถ้าเพชรจะรักตั๊กแตน หรือมีพื้นที่ส่วนตัว มันไม่เกี่ยวกับใครเลย?
“ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น ผมว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่มีใครผิด ถูกทุกคน ถ้าวันหนึ่งต้นเรื่องมันอยู่ที่ผม ผมก็ว่าผมผิด ไม่มีใครผิดใครถูกหรอก มันถูกทุกคนแหล่ะ เหมือนสามีภรรยาเลิกกันมันไม่มีใครบอกว่าตัวเองผิดหรอก แต่ขอสาบานว่าเราผิดด้วยปาก เราผิดด้วยใจ

เอาจริงๆ ในเฟซบุ๊คเข้าไปด่าต่อได้นะ ผมไม่ว่าอะไร ผมเข้าไปอ่านหมดด้วยนะ แต่ผมไม่ตอบโต้ เพราะแฟนเพลงเค้าเป็นคนให้ข้าวให้น้ำเรา ถ้าไม่มีเค้าผมก็ไม่มีวันนี้ ผมรู้สึกว่าทุกคนที่ด่า คือทุกคนที่รักผม ถ้าเค้าไม่รัก เค้าก็ไม่ได้รู้สึกกับผมขนาดนี้”

สถานะปัจจุบันใช้คำว่าอะไร?
“ตอนนี้แยกกันอยู่ ซึ่งน้องเค้าก็อยู่ที่บ้านน้องเค้าที่รังสิต แต่ก็ยังไม่มีกำหนดนะว่าจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่ ในช่วงระยะเวลานี้ก็ไปอ่านใจตัวเองว่าเราเป็นยังไง”

ที่บอกว่า ผมก็ยังพร้อมดูแลเค้า จะดูแลยังไง ในเมื่อก็แยกกันอยู่?
“สัญญาของน้องเค้ามีหลายข้อที่ผมสัญญาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องความซื่อสัตย์ แล้วก็เรื่องการดูแลทุกอย่าง ความเป็นอยู่ของน้องเค้า

ฉะนั้นถ้ามันจะจบจริงๆ ผมไม่อยากจบแบบสอบตก ถือว่าผมทำผิดข้อหนึ่งแล้วกัน ในเรื่องที่ผมทำผิดเรื่องของความซื่อสัตย์ เค้าอาจจะมองว่าความซื่อสัตย์ครั้งนี้ อาจจะทำให้เค้าเสียความรู้สึก และทำให้เค้าเสียใจในเรื่องที่มันเกิดขึ้น ซึ่งพอกลับไปดูความจริงแล้วมันไม่เป็นความจริง

ซึ่งเค้าวิเคราะห์แล้วเค้ารู้สึกเอง เค้าจะวิเคราะห์ยังไงเป็นเรื่องที่เค้าวิเคราะห์ ถ้ามองว่าผมผิด ก็คือผมผิด ถึงผมจะผิด 1 ข้อ แต่ผมก็ขอรักษาอีก 2 ข้อไว้ ก็คือรักเค้า และในเรื่องของการดูแลทุกอย่าง”

อยากบอกอะไรกับแฟนเพลงมั้ย?
“จริงๆ แล้วผมเองเป็นศิลปินที่ไม่คอยมีข่าวอยู่แล้ว เพราะผมเองอยู่ในโลกที่ปิด คนจะได้เสพข่าวผมน้อยมาก นอกจากในเฟซบุ๊คแฟนเพจผมเท่านั้น แฟนเพลงอาจจะตกใจว่าอยู่ดีๆ มีข่าวผมแล้วเปรี้ยงขึ้นมา ผมขอพูดอีกทีหนึ่งว่า เราเล่น เราเล่นได้ แต่ต้องดูสถานการณ์ บางครั้งผมเผลอว่า ผมมีภรรยา แล้วผมไปเล่นจนทำให้ทุกอย่างมันเสียจนถึงตอนนี้

แฟนเพลงก็คาดหวังว่าผมเป็นครูเพลงแล้ว เป็นผู้บริหารของค่ายแล้ว ก็ยังทำตัวแบบนี้อีก ก็ต้องกราบขอโทษทุกคนที่ทำให้เสียความรู้สึก มันเป็นแค่ด้านอารมณ์ ด้านจิตใจและอุปนิสัย เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรที่มันผิด มันเลวร้าย

สิ่งไหนที่ผิดก็ขอโทษ ให้เวลาผมกับน้องเถอะ ให้ทุกคนถอยออกมาแล้วมาทำหน้าที่ของตัวเอง ให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้น้องตั๊กแตนด้วย คนเราสองคนเราไม่ได้เกลียดกัน ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นศัตรูกัน เราก็ยังคงรักษาความรักเอาไว้ แต่จะเป็นไปในฐานะอะไรก็ค่อยว่ากันต่อไป”.

เพชร สหรัตน์ ยอมรับสิ่งที่ทำไปนั้นผิดกับ ตั๊กแตน ชลดา มาก จนทำให้ต้องแยกกันอยู่ ยันอีกครั้งพูดแบบนี้กับเพื่อนที่สนิทบ่อย เพียงแต่ตั๊กแตนอาจจะไม่ชินเท่านั้นเอง...