วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แกนนำม็อบ กปปส. นปช. ก่อการร้าย VS เป็นกบฏ ลงท้ายอะไรร้ายกว่ากัน?

แล้ววันนี้ 24 ม.ค. 2561 อัยการก็มีคำสั่งฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.ในข้อหาเป็นกบฏ เฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายชุมพล จุลใส นอกจากเจอข้อหากบฏแล้ว ยังสั่งฟ้องข้อหาฐานร่วมกันก่อการร้าย อีกด้วย โดยแกนนำกปปส.ได้ข้อประกันตัวในวงเงินคนละ 8 แสนบาท ลุ้นศาลให้ประกันตัว 

หลายคนอาจสงสัยข้อหา "ก่อการร้าย" กับข้อหาเป็น "กบฏ" มีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ทั้ง 2 แบบ เป็นความผิด อยู่ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งต้องยอมรับว่ามีความใกล้เคียงกันมากในสายตาของประชาชนคนทั่วไป เพราะเมื่อมองไปที่อัตราโทษ ระวางโทษสูงสุดจะเหมือนกัน เพราะหนักถึงขั้นประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต 

ลักษณะ 1/1 ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย 

มาตรา 135/1 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญา ดังต่อไปนี้

(1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ

(2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

(3) การกระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลาดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย

มาตรา 135/2 ผู้ใด

(1) ขู่เข็ญว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ

(2) สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดการหรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้ก่อการร้ายและกระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือปกปิดไว้ ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

มาตรา 135/3 ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตาม มาตรา 135/1 หรือ มาตรา 135/2 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้นๆ


มาตรา 135/4 ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมีมติของ หรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำ อันเป็นการก่อการร้ายและรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติหรือประกาศดังกล่าวด้วยแล้ว ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท 

รายชื่อ แกนนำ กปปส.ที่ถูกสั่งฟ้องฐานเป็นกบฏและร่วมก่อการร้าย 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ต้องหาที่ 1 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผู้ต้องหาที่ 2 นายชุมพล จุลใส ผู้ต้องหาที่ 3 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ต้องหาที่ 4 นายอิสระ สมชัย ผู้ต้องหาที่ 5
 นายวิทยา แก้วภราดัย ผู้ต้องหาที่ 6 นายถาวร เสนเนียม ผู้ต้องหาที่ 7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 8 นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้ต้องหาที่ 9 นางอัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 10
 นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ต้องหาที่ 13 พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ผู้ต้องหาที่ 14 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 15 นายยศศักดิ์ โกโศยกานนท์ ผู้ต้องหาที่ 16 นายสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 นางสาวจิตรภัสร์ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 นายถนอม อ่อนเกตุพล ผู้ต้องหาที่ 28 พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 นายอมร อมรรัตนานนท์ (รัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี) ผู้ต้องหาที่ 37 นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้ต้องหาที่ 39 พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ (พุทธะอิสระ) ผู้ต้องหาที่….

นายสาธิต เซกัล ผู้ต้องหาที่ 42 นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 นายมั่นแม่น กะการดี ผู้ต้องหาที่ 47 นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 นายนัสเซอร์ ยีหมะ ผู้ต้องหาที่ 49 นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 51 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ผู้ต้องหาที่ 54 นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55 
พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี ผู้ต้องหาที่ 56 พลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ ผู้ต้องหาที่ 57

ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ยุยง หรือจัดให้เกิดการร่วมกันปิดงาน หยุดงาน กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบแผ่นดิน หรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังโดยประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อ

เฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายชุมพล จุลใส ผู้ต้องหาที่ 3 นอกจากสั่งฟ้องตามข้อ (1) ข้างต้นแล้วให้สั่งฟ้องฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา


ฟ้องนายแก้วสรร อติโพธิ ผู้ต้องหาที่ 24 นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาที่ 30 นายพิภพ ธงไชย ผู้ต้องหาที่ 33 และนายถวิล เปลี่ยนศรี ผู้ต้องหาที่ 58 ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกบฏ

ขณะที่อัยการก็มีการสั่งฟ้องแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยจ่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในข้อหาก่อการร้าย ด้วยเช่นกัน ในความผิดชุมนุมเสื้อแดงเมื่อปี 2553 มีรายชื่อดังต่อไปนี้ 

นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 62 ปี ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ,นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 44 ปี ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 35 ปี,นายเหวง โตจิราการ อายุ 59 ปี,นายก่อแก้ว พิกุลทอง อายุ 45 ปี,นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา อายุ 58 ปี,นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อายุ 52 ปี,นายนิสิต สินธุไพร อายุ 54 ปี,นายการุณ หรือ เก่ง โหสกุล อายุ 43 ปี ส.ส.เพื่อไทย,นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อายุ 58 ปี

นายภูมิกิติ หรือ พิเชษฐ์ สุจินดาทอง อายุ 52 ปี แกนนำ นปช.,นายสุขเสก หรือ สุข พลตื้อ อายุ 34 ปี,นายจรัญ หรือ ยักษ์ ลอยพูล อายุ 39 ปี การ์ด นปช.,นายอำนาจ อินทโชติ อายุ 54 ปี,นายชยุต ใหลเจริญ หัวหน้าการ์ด นปช.,นายสมบัติ หรือ ผู้กองแดง มากทอง อายุ 48 ปี,นายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ อายุ 25 ปี คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก,นายรชต หรือ กบ วงค์ยอด อายุ 29 ปี และนายยงยุทธ ท้วมมี แนวร่วม นปช.

 
ส่วน นายทักษิณ ชินวัตร, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, นายอดิศร เพียงเกษ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ นายพายัพ ปั้นเกตุ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอีก 6 คนนั้น อัยการมีคำสั่งฟ้องไว้เช่นเดียวกัน แต่บางคนอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี 

ขณะที่ฟากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวกแกนนำและแนวร่วมรวม 31 คน อาทิ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายประพันธ์ คูณมี นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายศิริชัย ไม้งาม พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ก็กำลังอ่วมจากคดีปิดที่แกนนำพันธมิตรกำลังโดนอยู่ในคดีปิดสนามบิน ซึ่งศาลสั่งแกนนำพธม และแนวร่วม ชดใช้ค่าเสียหายถึง 522 ล้านบาท

ลงท้ายความผิดในข้อหาก่อการร้าย หรือ กบฏ ก็มีฐานความผิดร้ายแรงเช่นเดียวกัน เพราะระวางโทษสูงสุดถึงขั้น ประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต ไม่นับรวมความผิดทางแพ่ง 

"ก่อการร้าย" กับข้อหาเป็น "กบฏ" มีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ทั้ง 2 แบบ เป็นความผิด อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา เมื่อมองไปที่อัตราโทษ ระวางโทษสูงสุดจะเหมือนกัน เพราะหนักถึงขั้นประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต 24 ม.ค. 2561 12:52 ไทยรัฐ