วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.สั่ง 'บิ๊กป้อม' แจงนาฬิการอบ 3 แบะท่า ยืมใส่ ไม่ต้องแจงทรัพย์สิน

ป.ป.ช.สั่ง “บิ๊กป้อม” แจงนาฬิกา รอบ 3 แบะท่ายืมเพื่อนใส่ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เตรียมสอบปากคำพยานปากสำคัญสัปดาห์หน้า เผย ยังพิสูจน์ไม่ได้ รับของเกิน 3,000 บาท “วัชรพล” ถอนตัวพิจารณาคดี คาดสอบเสร็จ ก.พ.นี้

วันที่ 24 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบแหวนเพชร และนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ถูกตั้งข้อสงสัยไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาฬิกาและแหวนเพชร มาแล้ว แต่เนื่องจากข่าวที่เกี่ยวกับนาฬิกาตามที่ปรากฏเป็นข่าวล่าสุด มีเพิ่มขึ้นเป็น 25 เรือนแล้ว จึงต้องให้ พล.อ.ประวิตร ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เป็นครั้งที่ 3

ทั้งนี้ นาฬิกาตามที่ปรากฏเป็นข่าวมี 25 เรือน แต่จากภาพต่างๆ มีทั้งภาพที่เห็นชัดเจน และเห็นไม่ชัดเจน เพียงแค่สายนาฬิกา ไม่เห็นตัวเรือน แต่ระบุว่าเป็นยี่ห้อต่างๆ ดังนั้น ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มี 25 เรือนจริงหรือไม่ มีภาพที่ซ้ำกันหรือไม่ ขณะนี้ ป.ป.ช.ตรวจสอบพยานบุคคลไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 1 ราย ที่เป็นพยานสำคัญอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ จะกลับมาในสัปดาห์หน้า ซึ่ง ป.ป.ช.จะไปสอบปากคำพยานดังกล่าว นอกจากนี้ จะตรวจสอบไปยังตัวแทนบริษัทจำหน่ายนาฬิกาภายในประเทศที่ปรากฏเป็นข่าว 13 แห่ง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ซึ่งบริษัทนาฬิกายังส่งข้อมูลกลับมาไม่ครบทุกบริษัท 

นายวรวิทย์ กล่าวว่า การตรวจสอบเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาสักระยะ คาดว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ป.ป.ช. วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. แจ้งต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ว่า หากสำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเสร็จแล้ว และเสนอสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินต่อที่ประชุม ป.ป.ช. จะขอถอนตัวออกจากการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว เพื่อความโปร่งใส

เมื่อถามว่า การสอบปากคำพยานของ ป.ป.ช.สอดคล้องกับคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ที่ระบุ เพื่อนให้ยืมมาใส่หรือไม่ นายวรวิทย์ ตอบว่า เป็นเรื่องอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้รอความชัดเจนในเดือน ก.พ.นี้ เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประวิตร ยืมเพื่อนมาใส่จริง ก็ไม่ต้องมีภาระยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ใช่หรือไม่ นายวรวิทย์ตอบว่า ตามหลักทั่วไป ถ้าไม่ใช่ของตัวเองก็ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เพราะโดยหลักการทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช.ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าตัว คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี พล.อ.ประวิตร จะเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ว่า การยืมทรัพย์สินเพื่อนมา ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. นายวรวิทย์ ตอบว่า เราต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ ไม่ใช่ว่าจะเชื่อตามที่มีการอ้างมาทั้งหมด ต้องดูข้อเท็จจริงว่า เป็นการยืมหรือเป็นเจ้าของที่แท้จริง ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร ถือว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 103 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต เรื่องการให้ หรือรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000บาท หรือไม่นั้น เขายังไม่ได้บอกว่าเป็นการให้หรืออะไร ส่วนจะเข้าข่ายการได้รับประโยชน์หรือไม่นั้น ยังไม่ขอเปิดเผย